บริเวณด้านหน้าบ้านตัวอย่างที่ใช้รูปแบบของตึกแถวมาประยุกต์ในการออกแบบ
 
สวนเมืองร้อนบริเวณด้านขวาของบ้าน ห้องนอนจะยื่นออกไปในสวนและมีลักษณะเปิดโล่ง เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอก
 
สวนถ่านหรือสวนแห่งภูมิปัญญา ใช้โทนสีขาว-ดำเป็นหลัก โดยเป็นพื้นที่เปิดโล่ง พื้นระเบียงที่หันหน้าเข้าหาประติมากรรมเป็นไม้สำเร็จรูป เหมาะสำหรับการนั่งสมาธิ(จากบริษัทลีโอวูด อินเตอร์เทรด จำกัด)
 
 
ส่วนรับประทานอาหารตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โอเรียลทัล โต๊ะรับประทานอาหารทำจากไม้สักแต่งผิวรูปทรงเรียบง่าย จากบริษัท HOME BANGKOK จำกัด ซึ่งเข้ากับเก้าอี้สไตล์จีน จากบริษัทหมิง จำกัด โดยที่นั่งด้านข้างวางเบาะและหมอนขวานลายผ้าขิด เป็นการผสานรูปแบบและสไตล์ที่แตกต่างกันได้อย่างกลมกลืน
 
ส่วนรับประทานอาหารตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โอเรียลทัล โต๊ะรับประทานอาหารทำจากไม้สักแต่งผิวรูปทรงเรียบง่าย จากบริษัท HOME BANGKOK จำกัด ซึ่งเข้ากับเก้าอี้สไตล์จีน จากบริษัทหมิง จำกัด โดยที่นั่งด้านข้างวางเบาะและหมอนขวานลายผ้าขิด เป็นการผสานรูปแบบและสไตล์ที่แตกต่างกันได้อย่างกลมกลืน
 
ส่วนพักผ่อนและรับแขก จัดวางเพียงโซฟาสีน้ำตาลจาก CLASSIC BARN ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่านั่ง ที่พื้นปูเสื่อทอมือทำจากวัสดุธรรมชาติ จาก RAPEE LEELA
 
ห้องน้ำตกแต่งด้วยโทนสีขาว กระเบื้องเซรามิกปูพื้นจากบริษัทจี แอล แอนด์ อาร์ แทปส์ แอนด์ ไทลส์ จำกัด และสุขภัณฑ์จากบาธรูม ดีไซน์ เพื่อให้เกิดความรู้สึกแตกต่างจากภายนอกห้องที่ปูพื้นกระเบื้องสีดำ
 
 
เก้าอี้หวายเทียมสำหรับนั่งทำงานจากโยธกา รูปทรงและสีสันสื่อถึงความทันสมัยได้เป็นอย่างดี แต่วัสดุที่ใช้ชวนให้นึกถึงเก้าอี้หวายในวันวาน
 
บ้านนี้ใช้โครงสร้างของตึกแถวมาดัดแปลงเป็นบ้านเดี่ยว  บวกกับแนวคิดในการใช้ชีวิตแบบร่วมสมัยที่คำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างประหยัดและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยใช้องค์ประกอบของสวนและการจัดวางงานศิลปะมาช่วยลดภาพรวมของตัวอาคารที่มีแต่กล่องสี่เหลี่ยม 
 
สิ่งแรกที่สะดุดตาทุกคนแต่ไกลก็คือโทนสีเหลืองสดใสของบริเวณหน้าบ้านตัดกับสีเทาของตัวอาคาร เมื่อก้าวเข้าไปในระยะใกล้ก็จะเห็นคานสีแดงบนเพดานพาดผ่านตามแนวยาวของบ้าน ผู้ออกแบบใช้เป็นตัวแทนของ "มังกร" ซึ่งเป็นสัตว์มงคลตามความเชื่องของชาวจีน โดยมีหัวมังกรอยู่หน้าบ้าน ห้องต่างๆจะเป็นพื้นที่เปิดโล่งต่อเนื่องกันไป และฉีกกฎเกณฑ์ของการออกแบบพื้นที่ใช้สอยเดิมๆที่เราคุ้นเคย โดยนำครัวแบบสมัยใหม่ไปไว้หน้าบ้าน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และต่อเนื่องไปยังส่วนรับประทานอาหารที่ใช้รับแขกได้ ในส่วนนี้ใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์จีนกับโต๊ะรับประทานอาหารทำจากไม้รูปทรงเรียบง่าย แต่มีสีสันแบบไทยผสมจีน 
 
เมื่อเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นยกระดับ ด้านซ้ายเป็นระเบียงไม้ที่มีผนังโค้งยาวตลอดแนว เพื่อสร้างขอบเขตของสวน แต่ไม่ใช่สวนต้นไม้ เราเรียกสวนนี้ว่า "สวนแห่งภูมิปัญญา" เป็นการผสานแนวคิดเรื่องความขัดแย้งและความกลมกลืนเข้าด้วยกัน   มีการจัดวางงานประติมากรรมและจิตรกรรม ส่วนนี้ออกแบบให้เป็นลานที่โรยถ่านสีดำ และมีถาดทรงกลมที่โรยกรวดแม่น้ำสีขาวพร้อมทั้งสระบัว เป็นส่วนที่เหมาะแก่การใช้ความคิดพิจารณาใคร่ครวญสิ่งต่างๆ โดยได้รับอิทธิพลจากสวนเซนของญี่ปุ่นและสวนไทย
 
ส่วนด้านขวาตรงข้ามสวนจะเป็นห้องนอน ซึ่งเปรียบเหมือนหัวใจของบ้าน ที่ออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนบรรยากาศได้ โดยในยามที่อากาศดีก็สามารถหมุนผนังโค้งเปิดเพื่อสัมผัสธรรมชาติของสวนที่สองของบ้าน ซึ่งเป็นสวนเมืองร้อน หรือในวันที่ต้องการความเป็นสัดส่วน ก็สามารถหมุนผนังปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวได้ 
 
ถัดเข้าไปจะเป็นส่วนรับแขกและพักผ่อน  ซึ่งมีชั้นวางหนังสือที่แยกจากคานสีแดงที่สมมติให้เป็นมังกร ชั้นนี้จึงเหมือนเป็นขาของมัน  โดยจัดวางโซฟาหนังสีน้ำตาลและเสื่อทอมือทำจากเส้นใยธรรมชาติ  ส่วนด้านในเป็นห้องน้ำตกแต่งด้วยโทนสีขาว และใช้ลำไผ่ทำเป็นผนังด้านนอก เพื่อให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่อยู่รายรอบ และช่วยบังสายตาจากภายนอกด้วย
 
ชั้นบนออกแบบให้เป็นห้องทำงานที่มีคานสีแดงแทงทะลุขึ้นมาจากพื้นชั้นล่าง เปรียบเหมือนหางมังกรที่ตวัดอยู่เหนือโต๊ะทำงานสีดำที่มีโครงสร้างต่อเนื่องกับชั้นวางหนังสือที่อยู่ชั้นล่าง  นอกจากนี้ก็มีการใช้หน้าต่างเป็นบานตัดเฉียงยื่นออกไปด้านนอก คล้ายๆกับเบย์วินโด เพื่อให้เกิดมุมมองที่แปลกตา และยังทำให้เกิดพื้นที่ใช้งานบริเวณขอบหน้าต่างด้วย
 
ทุกคนย่อมมีความเชื่อและความต้องการที่แตกต่างกัน  ทว่าการออกแบบที่ดีก็ช่วยให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนภายใต้ความแตกต่างที่มี