
ลองมาดูกันสิว่ารายละเอียดของงานดีไซน์จะลงตัวและสร้างสีสันให้บรรยากาศของเมืองต่างจังหวัดอันเงียบสงบแห่งนี้ได้มากน้อยแค่ไหน
"จริงๆ แล้วเราตั้งใจกำหนดคอนเซ็ปต์ให้ที่นี่เป็นลักษณะของดิสเพลย์เฮาส์เพื่อมาเสริมธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่ทำอยู่ เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ในแต่ละคอลเลกชั่นถ้านำมาจัดวางรวมกันในโชว์รูมมันค่อนข้างจะดูลายตาไปหมด ดังนั้น บ้านหลังนี้นอกจากจะใช้ประโยชน์เป็นโมเดลเฮาส์ที่สามารถโชว์ฟังก์ชั่นต่างๆ ของบ้าน พร้อมการแมตช์เฟอร์นิเจอร์จริงลงไป ให้ลูกค้าได้มองเห็นภาพบรรยากาศว่ามีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไรแล้ว ที่นี่ยังตั้งใจให้เป็นบ้านพักอาศัยอีกหลังหนึ่งที่ผมมักจะแวะเวียนไปพักอยู่เป็นระยะๆ เพราะสะดวกสบายและอยู่ใกล้ที่ทำงาน" 
สำหรับการออกแบบจะเน้นความเรียบง่ายเป็นหลักในโทนสีขาวโปร่งสบายตา ซึ่งจะโดดเด่นในเรื่องของงาน Architect และงานวางผังแลนด์สแคปเป็นอย่างมาก โดยคุณอังกฤษณ์เล่าให้เราฟังถึงรายละเอียดว่า "เดิมทีผมเป็นคนชอบความเรียบง่าย ซึ่งทีแรกตั้งใจจะออกแบบให้เป็นสไตล์มินิมอลไปเลย แต่ด้วยสไตล์มินิมอลนี้ถ้าดูแล้วอาจจะเรียบจนเกินไป และอาจจะไม่เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ที่เรามีอยู่ ทำให้การตกแต่งยากขึ้น ดังนั้น จึงปรับแบบมาเป็นบ้าน 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล เนื่องจากคิดว่าภาพรวมทั้งหมดน่าจะลงตัว และเหมาะสมกับสภาพอากาศบ้านเรามากที่สุด

นอกจากนี้งานแลนด์สแคปก็เป็นอีกเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ด้วยขนาดของพื้นที่ที่เรามีประมาณ 297 ตารางวา ถือว่าไม่มากไม่น้อย แต่เราก็อยากจะใช้ทุกตารางเมตรให้คุ้มค่า โดยต้องการให้หน้าบ้านก็สวยและหลังบ้านก็ต้องสวยด้วย บ้านหลังนี้จึงออกแบบให้มีลักษณะเป็น L shape มีพื้นที่ใช้สอยภายในประมาณ 1,500 ตารางเมตร จัดวางตำแหน่งอยู่ตรงกลางของพื้นที่ทั้งหมด ดังนั้น พื้นที่ด้านนอกโดยรอบจึงสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ มีการจัดเป็นมุมนั่งเล่นและจัดสวนเพิ่มความร่มรื่น เย็นสบายให้กับตัวบ้าน ซึ่งผมเป็นคนจัดเอง มีการเลือกใช้ต้นไม้เมืองร้อนเป็นหลัก เพราะง่ายต่อการดูแลรักษา ส่วนตัวบ้านจริงๆ มีการเล่นสเต็ปให้น่าสนใจด้วยการแบ่งเป็นสองอาคาร แต่จะมีสระว่ายน้ำกั้นตรงกลางคอยเชื่อมทั้งสองส่วนเข้าไว้ด้วยกันอย่างต่อเนื่อง" 
ในเรื่องของงานอินทีเรียและการแบ่งฟังก์ชั่นภายใน ซึ่งอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเจ้าของต้องการความเรียบง่ายเป็นหลัก ทั้งนี้ ให้ง่ายต่อการถ่ายเทเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยคอลเลกชั่นต่างๆ มาจัดโชว์ได้เข้ากันในแบบมิกซ์แอนด์แมตช์ ดังนั้น จึงเน้นงานบิลต์อินให้น้อยที่สุด เลือกเฉพาะส่วนที่จำเป็นเท่านั้น อาทิ ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ เป็นต้น เพื่อเว้นพื้นที่ว่างให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว สำหรับการจัดแบ่งฟังก์ชั่นนั้น ที่นี่มีครบทุกองค์ประกอบของคำว่า "บ้าน" ด้วยจุดประสงค์หลักที่สร้างให้เป็นดิสเพลย์เฮาส์ จึงต้องมีทุกส่วนไว้โชว์และใช้งาน ให้เห็นภาพบรรยากาศจริงๆ โดยเริ่มจากอาคารหลังที่ 1 (ถ้ามองจากประตูทางเข้าจะอยู่ทางขวามือ) ชั้นแรกจะประกอบด้วยห้องนั่งเล่น บรรยากาศโปร่งสบายที่สามารถเปิดออกไปสู่มุมสระว่ายน้ำได้ และเมื่อก้าวผ่านบันไดขึ้นมาชั้น 2 จะเชื่อมขึ้นไปสู่ห้องนอนรับรองแขกและห้องอ่านหนังสือ พร้อมด้วยเฉลียงเปิดโล่งรับลมได้อย่างเย็นสบายตลอดแนว
ส่วนรายละเอียดของอาคารหลังที่ 2 ทางซ้ายมือ ชั้นแรกจัดให้เป็นมุมห้องครัวและมุมทานอาหาร ถัดมาด้านในออกแบบเป็นห้องนอนใหญ่ (ห้องนอนส่วนตัวของคุณอังกฤษณ์) ประกอบด้วยห้องอาบน้ำที่แยกส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจนและกว้างขวาง สำหรับชั้น 2 มีการเล่นพื้นที่ให้เป็นสองสเต็ป โดยสเต็ปที่แรกแบ่งเป็นมุมนั่งเล่นที่สามารถเดินเชื่อมขึ้นไปสู่ชั้นดาดฟ้า (สเต็ปที่สอง) ได้เพียงไม่กี่ก้าว พื้นที่ส่วนนี้ออกแบบเป็นเหมือนมุมนั่งเล่นหรือทานอาหาร เอาต์ดอร์ที่สามารถเปิดมุมมองได้ในแบบพาโนรามา เห็นโครงสร้างบ้านได้ในมุมสูงและเต็มอิ่มไปกับบรรยากาศธรรมชาติของแนวเขาที่ทอดยาวไปไกลสุดตา ซึ่งถือเป็นมุมสบายๆ ที่จะเลือกจัดปาร์ตี้หรือดินเนอร์แสนโรแมนติกก็ได้อารมณ์
บ้านหลังนี้ทุกส่วนเปี่ยมด้วยรายละเอียดที่ผู้เป็นเจ้าของได้แต่งเติมไว้อย่างตั้งใจ โดย เฉพาะอารมณ์ของบ้านที่ไม่ได้เป็นบ้านโมเดิร์นคอนกรีตอยู่ยากทั่วไป หากแต่เป็นบ้านที่ครบฟังก์ชั่นและอยู่สบาย เพราะมีการเพิ่มเติมรายละเอียดมากมาย โดยเฉพาะการผสานวัสดุธรรมชาติลงไป ทั้งไม้แดงและหินอ่อนธรรมชาติ ซึ่งหินอ่อนธรรมชาตินี้คุณอังกฤษณ์ได้สั่งตัดพิเศษด้วยการกัดกรดเพื่อให้มีผิวสัมผัสด้าน นวลตา และเมื่อนำมาปูพื้นจึงสร้างความรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งทุกมุมมองของดิสเพลย์เฮาส์หลังนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เป็นเจ้าของ ได้ทั้งอยู่ทั้งโชว์อย่างลง
ตัว














