หลักง่ายๆ ของการจัดบ้านเพื่อสุขภาพก็คือ

ห่างไกลจากมลพิษ...เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ...สะอาด โปร่งสว่าง เรียบง่าย สบายตา ฟังดูก็เหมือนจะรู้ๆ กันอยู่แล้วใช่ไหมคะ

แต่ในชีวิตจริง เรามักจะหลงลืมหรือมองข้ามหลายสิ่งหลายอย่างไปอย่างไม่น่าเชื่อ

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มองไปรอบตัว คุณจะพบว่าเส้นใยและวัสดุสังเคราะห์ต่างๆ ที่ใช้ทำอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน สีและกาวที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ล้วนมีส่วนผสมของสารเคมี อย่างเช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซิน ทินเนอร์ ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายที่สามารถปนเปื้อนอยู่ในอากาศที่เราหายใจ แม้ว่าการติดเครื่องกรองอากาศอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาคุณภาพอากาศก็คือ การออกแบบบ้านให้มีการระบายถ่ายเทอากาศที่ดี และพยายามลดและเลี่ยงการใช้วัสดุสังเคราะห์ให้น้อยลง โดยหันมาเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติให้มากที่สุด

- ของใช้ของตกแต่งในบ้านเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติและเส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้าย ลินิน แทนวัสดุและเส้นใยสังเคราะห์

- จัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้โปร่ง โล่ง ให้อากาศระบายถ่ายเทได้ดี

- ติดตั้งพัดลมดูดอากาศในครัว

- ห้องน้ำควรมีหน้าต่างที่อากาศระบายถ่าย เทได้ดี และควรแยกส่วนเปียกส่วนแห้งอย่างเป็น*** ส่วน เพื่อลดความอับชื้นอันเป็นบ่อเกิดของเชื้อรา

- เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของน้ำที่เราใช้แปรงฟันบ้วนปาก ล้างหน้า ควรติดตั้งระบบกรองน้ำสำหรับน้ำก๊อกในห้องน้ำ เพื่อกรองสารโลหะหนักอย่างตะกั่ว สนิมเหล็ก ตลอดจนเชื้อแบคทีเรียต่างๆ

- ทำความสะอาดคราบไขมันในครัวโดยใช้สารธรรมชาติ อย่างน้ำส้มสายชู น้ำมะนาว

- เลือกใช้สารทำความสะอาดบ้านที่ไม่มีสารพิษ ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงและไม่ติดไฟ

- ปลูกต้นไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษอย่างมีประสิทธิภาพไว้ในบ้าน เช่น เยอบีร่า เขียวหมื่นปี เศรษฐีเรือนใน หมากเหลือง เดหลี วาสนาอธิษฐาน กล้วยไม้สกุลหวาย และบอสตัสเฟิร์น

หลีกเลี่ยงสิ่งที่บั่นทอนพลังชีวิต

โลกอันทันสมัยล้ำยุค เต็มไปด้วยคลื่นที่สับสนวุ่นวาย ซึ่งได้แก่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เตาไมโครเวฟ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสารพัดชนิด คลื่นเหล่านี้ถาโถมใส่ตัวเราอยู่ทุกวินาที นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาผลกระทบจากความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic หรือ EMS) และพบว่าคลื่นดังกล่าวมีผลต่อระดับแคลเซียมในสมองของมนุษย์เรา และรบกวนการเจริญเติบโตตลอดจนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ผลการศึกษายังพบด้วยว่า ความถี่ของคลื่น EMS ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ภาวะประจำเดือนไม่ปกติ การเกิดมะเร็งในเม็ดโลหิตขาวในวัยเด็ก มะเร็งสมอง และมะเร็งอีกหลายชนิด แม้ผลการวิจัยจะยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมถึงความเสี่ยงเหล่านี้ แต่ก็ทำให้คนรักสุขภาพตระหนักถึงภัยจากเทคโนโลยีเหล่านี้ ที่คุกคามสุขภาพของเราอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกนี่เอง

บ้านเพื่อสุขภาพ จึงแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสิ่งคุกคามสุขภาพภายในบ้าน ดังนี้...

- วางโทรทัศน์ให้ห่างจากบริเวณที่นั่ง อย่างน้อย 5 ฟุตขึ้นไป

- ไม่ควรวางโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือไว้ในห้องนอน

- หลีกเลี่ยงการใช้เตียงที่มีโครงทำด้วยโลหะ เพราะโลหะคือสื่อนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

- ไม่ควรยืนใกล้เตาไมโครเวฟขณะเปิดใช้งาน หากเป็นไปได้ควรลดการใช้ไมโครเวฟลงให้น้อยที่สุด

สะอาด เรียบง่าย สบายตา

ฝุ่นละอองและไรฝุ่น คือสาเหตุสำคัญของโรคภูมิแพ้ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของคนในยุคนี้ บ้านเพื่อสุขภาพจึงต้องเป็นบ้านที่ดูแลง่าย สะอาดปราศจากฝุ่นละออง มีความโปร่งโล่ง สว่างด้วยแสงธรรมชาติ

- ผ้าม่าน ปลอกหมอนอิง ผ้าหุ้มเบาะ ไม่ควรใช้ผ้าหนาๆ หนักๆ ที่เก็บฝุ่นได้ดี ควรเลือกใช้ผ้าที่ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เก็บฝุ่น

- หลีกเลี่ยงการปูพรมเต็มห้องเพื่อเลี่ยงปัญหาเรื่องฝุ่น หากต้องการปูพรม ให้เลือกพรมชิ้นและปูเฉพาะจุด จะดูแลได้ง่ายกว่า

- พื้นบ้าน ควรเป็นพื้นผิวเรียบๆ เช่น พื้นกระเบื้อง พื้นหิน พื้นไม้ ซึ่งไม่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดได้ง่าย

แสงธรรมชาติกับความรื่นรมย์

แสงธรรมชาติช่วยสร้างวิตามิน D ให้กับร่างกาย กระตุ้นฮอร์โมนและระบบภูมิชีวิต บ้านเพื่อสุขภาพจึงเน้นการเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลง อย่างเช่น บ้านสบายของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งใช้กระจกเขียวตัดแสงมาช่วยกรองความร้อนที่มากับแสงอาทิตย์ ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ภายในบ้านได้รับแสงธรรมชาติที่นุ่มนวล เหมาะกับบรรยากาศการอยู่อาศัย

ความเขียวชอุ่มของต้นไม้ช่วยหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณแห่งการได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมอบพลังแห่งชีวิตให้กับมนุษย์ เพิ่มความน่าอยู่ให้ภายในบ้านของคุณด้วยการปลูกพรรณไม้หอม และใช้น้ำมันหอมระเหยที่ทำจากสมุนไพรที่ระเบียงหรือหน้าต่างที่มีลมพัดผ่าน แขวนกระดิ่งลมสร้างบรรยากาศอันน่าพักผ่อนและแสนสุขสงบให้กับบ้านของคุณ