|
ภาพภายนอกของอาคารที่ดูโดดเด่นจนต้องเหลียวกลับมามองอีกครั้ง ผนังกระจกใหญ่ของอาคารสำนักงานด้านซ้ายมือเปิดรับวิวของสวนและบึงน้ำของโครงการบ้านจัดสรรที่อยู่ตรงข้าม
เมื่อถึงวันนัดหมาย เราได้พบเจ้าของและภรรยา คุณฉัตรชัย ตั้งธนศฤงคาร คุณชื่นชลอ วงศ์ปักษา และลูกชายอีกหนึ่งคน คุณฉัตรชัยเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบอาคารหลังนี้ด้วยตัวเอง เขาเล่าให้เราฟังว่า "เมื่อก่อนผมอยู่บ้านตึกแถว ชั้นล่างเป็นสำนักงาน ชั้นบนใช้พักอาศัย พอเราลงมาจากที่พักก็เจอที่ทำงาน หรือทำงานเสร็จก็ขึ้นไปเป็นที่พักเลย มันใกล้กันเกินไป จนแยกความแตกต่างระหว่างบ้านกับที่ทำงานแทบไม่ออก "พอมาเจอที่ดินผืนนี้ซึ่งมีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยมมุมฉากที่ตัดเส้นทแยงมุมมาจากรูปสี่เหลี่ยมเลย ก็รู้สึกท้าทายทันทีว่าจะสามารถทำอะไรกับเงื่อนไขแบบนี้ได้บ้าง อีกทั้งคนไม่ค่อยสนใจที่ดินรูปร่างแบบนี้ เราจึงต่อรองได้ในราคาพิเศษ "
คุณฉัตรชัยเปิดสำนักงานของตัวเองในชื่อ บริษัทไซท์แปลน จำกัด ทำธุรกิจด้านออกแบบสถาปัตยกรรม รวมทั้งรับเหมาก่อสร้างด้วย จึงปลูกอาคารเป็นโฮมออฟฟิศ มีทั้งส่วนสำนักงานและส่วนพักอาศัยอยู่รวมกัน
"โจทย์แรกคือจะต้องทำอาคารแยกเป็นสองส่วนต่างหาก เพราะไม่อยากให้เหมือนกับที่เคยอยู่ตึกแถวดังที่กล่าว ตอนแรกตั้งใจว่าทั้งออฟฟิศและบ้านพักจะมีส่วนเชื่อมถึงกัน แต่คิดไปคิดมาไหนๆก็แยกกันแล้วก็แยกขาดจากกันเลยดีกว่า แล้วใช้สวนรูปวงกลมตรงกลางเป็นตัวเชื่อมมุมมองทางสายตาก็แล้วกัน"
เจ้าของบ้านขยายความหลังจากพูดคุยกันไปเรื่อยๆ ทำให้ทราบว่าคุณฉัตรชัยได้แนวคิดในการออกแบบมาจากการผสมผสานรูปทรงทางเรขาคณิตสองอย่างคือ รูปทรงที่มีเหลี่ยมน้อยที่สุดอย่างสามเหลี่ยมกับรูปทรงที่มีเหลี่ยมมากที่สุดคือวงกลม นำมาจัดวางเป็นผังของอาคารนี้ ที่สามารถใช้งานได้จริง โดยที่รูปร่างอาคารและที่ดินไม่เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย
อาคารทั้งสองมีทางเข้าแยกกันต่างหาก เพื่อไม่ให้ปะปนกัน ส่วนอาคารสำนักงานมีจำนวนสามชั้น ปัจจุบันใช้งานเพียงชั้นล่าง แต่ในอนาคตเจ้าของคาดว่าจะให้เช่าชั้นล่าง แล้วย้ายสำนักงานขึ้นไปยังชั้นสองและชั้นสามแทน ส่วนบ้านพักอาศัยออกแบบเป็นสามชั้นเช่นกัน โดยชั้นล่างเป็นส่วนรับแขก ส่วนรับประทานอาหาร ห้องน้ำ และครัวที่อยู่ด้านหลัง ชั้นสองเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องนอนลูก ซึ่งเชื่อมกันด้วยส่วนนั่งเล่น-ดูโทรทัศน์ ชั้นสามเป็นห้องนอนแขกซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้ใช้งานอะไร
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการออกแบบของสถาปนิกนั่นก็คือ การคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่ตั้งของอาคารหรือ "Site Analysis" ซึ่งเป็นการวิเคราะห์สภาพแดด ลม ฝุ่น ควัน เสียง รวมถึงทิศทางมุมมองต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และป้องกันผลกระทบเข้าสู่อาคารให้มากที่สุดนั่นเอง
" โชคดีที่ฝั่งถนนตรงข้ามเราเป็นสวนและบึงน้ำของโครงการบ้านจัดสรร ทำให้เรามั่นใจว่าจะเป็นมุมมองที่ดีไปอีกนาน โดยไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆมาบดบังสายตา เมื่อมองผ่านผนังกระจกใหญ่ยาวตลอดแนวอาคารด้านหน้า อีกตัวอย่างคือวางห้องน้ำและห้องแต่งตัวในตำแหน่งที่ช่วยบังแดดและกันความร้อนในยามบ่ายให้ห้องนอน และยังช่วยให้ห้องน้ำแห้งอยู่เสมอ " เจ้าของบ้านทิ้งท้าย |