“สวนแห่งนี้เกิดขึ้นพร้อมๆกับการคิดสร้างบ้านหลังที่สอง ซึ่งอยู่ในบริเวณของบ้านหลังแรก เราต้องการแยกตัวออกมาจากครอบครัวใหญ่ เพราะอยากได้ความเป็นส่วนตัว บ้านที่สร้างใหม่นี้อยากให้ดูโปร่งไม่อึดอัด และตั้งใจให้แปลนของบ้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่มีเหลี่ยมมุมมากนัก เป็นบ้านชั้นเดียวที่ติดกระจกโดยรอบ ดังนั้นจึงต้องมีการจัดสวนเพื่อบังตัวบ้านรักษาความเป็นส่วนตัว และอยากให้ทุกที่ในบ้านมีสีเขียว มองเห็นต้นไม้ใบหญ้าบ้าง
 
“ความตั้งใจแรกคือ เมื่อเดินเข้ามาในสวนในแต่ละช่วงเวลาของวันหรือตลอดปีก็จะได้กลิ่นหอมของดอกไม้ จะเห็นว่ามีทั้งไม้ยืนต้นและไม้พุ่มที่เป็นไม้ดอกหอมปลูกกระจายอยู่ทั่วทั้งสวน เป็นคนปลูกต้นไม้ไปเรื่อยๆ มุมนี้ก็อยากให้หอม มุมนี้อยากให้บังตัวบ้าน ทำให้ในสวนมีต้นไม้จำนวนมาก พอต้นไม้โตจึงร่มครึ้มอย่างที่เห็น

“สำหรับขั้นตอนหลักที่เริ่มต้นคือ กำหนดตำแหน่งของศาลาและบ่อน้ำ โดยบ่อน้ำนี้ได้แรงบันดาลใจจากเมื่อครั้งไปถ่ายละครที่บาหลี เดิมมีบ่อเป็นทรงเหลี่ยมก็มาปรับรูปแบบให้เป็นกากบาท เพื่อสร้างจุดเด่นในสวนให้ดูไม่นิ่งเกินไป และกลมกลืนกับรูปทรงเหลี่ยมของตัวบ้าน ส่วนของตกแต่งในสวนก็ซื้อมาจากตอนไปเที่ยวที่ต่างๆ เช่น โคมตะเกียงในสวนขนมาจากบาหลี ประตูหน้าบ้านก็มาจากอินเดีย ซึ่งเมื่อมองจากด้านหน้าสวนจะเห็นเป็นจุดจบสายตา”

สวนแห่งนี้มีการกำหนดแปลนด้วยการวางตำแหน่งของงานฮาร์ดสเคปและองค์ประกอบสวนอื่นๆเป็นหลัก เช่น แนวกำแพงประดับที่ช่วยพรางสวนไว้ด้านหน้า  บ่อปลากลางสวน ศาลาที่มุมรั้วบ้าน และมุมชิงช้านั่งเล่นหน้าตัวบ้าน จากนั้นจึงกำหนดตำแหน่งของไม้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชมพูพันธุ์ทิพย์ หางนกยูงฝรั่ง กล้วยพัด คอร์เดีย หรือพิกุล ช่วยสร้างร่มเงา ส่วนการเชื่อมต่อมุมมองของสวนส่วนต่างๆก็ใช้พื้นทางเดินที่ทอดตัวผ่านทั่วทั้งสวน เจ้าของจึงได้ใช้ประโยชน์จากสวนอย่างเต็มพื้นที่
 
“เวลาอยู่บ้านก็จะพยายามมาใช้งานในสวนให้มากที่สุด เพราะทำมากับมือ รู้สึกภูมิใจและดีใจที่เหนื่อยลงทุนลงแรงแล้วเกิดประโยชน์สูงสุด ตอนนี้หากมีเวลาก็จะลงมาขลุกอยู่ในสวนมากเป็นพิเศษ ขยับต้นไม้ตรงนี้นิด ตัดแต่งต้นไม้ตรงนั้นหน่อย พยายามดูแลด้วยตัวเอง หรือพักหลังหากมีเวลาว่างก็จะกลับมาวาดรูปดอกไม้ในสวน นอกจากได้ผ่อนคลายแล้ว รูปที่วาดยังใช้เป็นของขวัญมอบให้คนพิเศษได้ด้วย”