ขั้นแรก เรากำหนดฟังก์ชันของห้องกันก่อน เตียงนอนใหญ่ขนาด 6 ฟุต, ตู้เสื้อผ้า , ไซด์บอร์ดทีวี ,โต๊ะเครื่องแป้ง และมุมพักผ่อน เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นต้องหาที่อยู่ให้ได้ในห้องขนาด 4.00 x 4.50 ม. นี้

ห้องที่ผนังเกือบทุกด้าน มีหน้าต่างและช่องเปิดเต็มไปหมด เป็นปัญหาสำหรับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ แต่ก็เป็นข้อดีมากๆในเรื่องของความโปร่งและการระบายอากาศในห้อง เมื่อได้อย่างเสียอย่างแบบนี้ ดังนั้นเวลาที่จะจัดวางอะไรลงไปจึงต้องมีการจัดระเบียบให้หลบเลี่ยงหน้าต่างให้ดี ไม่อย่างนั้นแล้วเฟอร์นิเจอร์อาจจะไปบดบังทัศนียภาพที่ดีรอบๆบ้านไปได้

เราต้องเลือกว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนจะเป็นแบบลอยตัวและชิ้นไหนจะเป็นแบบบิวท์อิน ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงิน และในครั้งนี้เราเลือกเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแค่เตียงกับโต๊ะข้างเตียงเท่านั้น ส่วนที่เหลือใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์สั่งทำทั้งหมดเพื่อตัดปัญหาในเรื่องความไม่พอดีของพื้นที่ค่ะ

ในเรื่องของสีสันโดยรวม เนื่องจากเจ้าของต้องการความเคร่งขรึมดูสุขุม ๆ ไม่ฉูดฉาด จึงสรุปกันได้ที่สีโอ๊กดำ แต่ถ้าทั้งห้องเป็นสีนี้ทั้งหมดคาดว่าจะกลายเป็นน่ากลัวมากกว่าเคร่งขรึม จึงต้องอาศัยของประดับตกแต่งและสีสันอื่นๆมาช่วยสร้างบรรยากาศเพิ่ม

เราวางเตียงในมุมที่ตรงข้ามกับประตูทางเข้า เพื่อที่จะวางตู้เสื้อผ้าและไซด์บอร์ดไว้ในผนังที่ทึบที่สุดของห้องได้ (ด้านประตูเป็นด้านที่มีผนังทึบมากที่สุด เราจึงต้องใช้ด้านนี้เป็นตู้เสื้อผ้า) ด้านขวาของเตียงนอนมีพื้นที่แนวยาวเหลือตลอดทั้งแนวซึ่งยังไม่รู้จะใช้ทำอะไร ก็มาสรุปจบท้ายกันที่งานบิวท์ม้านั่งยาวให้เป็นมุมนั่งเล่นที่เจ้าของห้องต้องการ ซึ่งใต้เบาะของตัวม้านั่งเรายังเติมฟังก์ชันลิ้นชักเก็บของลงไปเพิ่มให้ด้วย อาจใช้ทำเป็นที่เก็บหนังสือ หรือที่เก็บอุปกรณ์เครื่องนอนไม่ให้ไปรกเลอะเทอะในห้องได้ (ในเฟอร์นิเจอร์สั่งทำที่เราสามารถทำอะไรก็ได้ตามแต่ที่เราต้องการ ให้พยายามใส่ฟังก์ชันเพิ่มเติมลงไปด้วยเสมอ ๆ ให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นมีคุณค่ามากกว่าหนึ่ง)

ตู้เสื้อผ้า เราแยกฝั่งชายหญิงออกจากกัน โดยคั่นกลางด้วยชั้นวางทีวี ส่วนหน้าบานตู้เจ้าของอยากได้เป็นหน้าบานไม้ทึบ เพราะเวลาที่ตู้รกจะได้ไม่ดูน่าเกลียด ซึ่งสีโอ๊กดำนั้นเป็นสีที่มืดอยู่แล้ว ถ้าเราใช้ทำหน้าบานแบบเรียบ ๆ ทั้งบาน ตู้นี้จะเป็นตู้ที่ดูใหญ่และน่ากลัวเอามากๆ ( เพราะเราบิวท์จนชนเพดานเลยค่ะ ) เราจึงดีไซน์หน้าบานให้ดูมีมิติมากขึ้น ด้วยการเพิ่มเส้นไม้แนวนอนลงไปตรงกลางแผ่น ส่วนมุมขวาสุดที่ติดหน้าต่าง ก็มีม้านั่งตัวยาวเข้าไปเบรกให้ดูโปร่งขึ้นด้วย มุมในสุดด้านขวามือที่เป็นมุมอับของตู้เราทำเป็นโต๊ะแต่งตัวที่สามารถประยุกต์ไปเป็นโต๊ะเขียนหนังสือกับชั้นเก็บของได้ตามกิจกรรมที่ต้องการ

มาถึงเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เราเลือกเตียงขนาด 6 ฟุตสีโอ๊กดำ รุ่นโอเรียลทัล ที่หัวเตียงบุด้วยเบาะนุ่ม สีครีมมาใช้งาน โต๊ะข้างเตียงเราเลือกแบบที่เป็น top กระจกใส เพื่อไม่ให้ห้องนี้ดูทะมึนจนเกินไปนักแม้สีโดยรวมจะเป็นสีโอ๊กก็ตามค่ะ

สีผนังเราเลือกเป็นสีครีมอ่อน ๆ เบรกด้วยผ้าม่านแบบพับสีน้ำตาลตัดขอบด้วยสีน้ำตาลเข้ม และเลือกใช้ม่านโปร่งมาช่วยกรองแสงอีกชั้นยามที่ต้องการแสงธรรมชาติจากช่องแสงรอบๆด้าน (ม่านโปร่งยามที่โดนลมพัดพลิ้ว ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องนอนได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ ) ส่วน prop. อื่นๆในห้อง เราเลือกสีสันที่ไม่ค่อยฉูดฉาดนัก ออกในแนวเอิร์ธโทน เติมแสงสวย ๆ ด้วยโคมไฟแนวธรรมชาติ พร้อมด้วยรูปภาพและพรมอีกเล็กน้อย เพียงเท่านี้ห้องนอนสไตล์เคร่งขรึมก็พร้อมที่จะต้อนรับคนที่ต้องการพักผ่อนอยู่กับบ้านแทนการออกไปเที่ยวนอกบ้านแล้วล่ะค่ะ

สุดท้ายก็มาถึงเรื่องของงบประมาณ ซึ่งจะมากหรือน้อยนั้นต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาคัดสรรหาช่างเฟอร์นิเจอร์มาใช้งาน เพราะคราวนี้เราค่อนข้างใช้งานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินค่อนข้างมากค่ะ ซึ่งงบประมาณคราวนี้ก็อยู่ที่ 96,750 บาท หากต้องการคุมงบประมาณให้น้อยกว่านี้ สามารถเปลี่ยนแปลงแบบผ้าม่าน ลงไปได้ค่ะ






รายการสินค้าที่ใช้ในการตกแต่ง
1. เตียงขนาด 6 ฟุต รุ่นโอเรียลทัล จากเอส.บี.เฟอร์นิเจอร์ 17,800 บาท
2. โต๊ะข้างจากอินเด็กซ์ 1,550 บาท
3. บิวท์อินตู้เสื้อผ้า ขนาด 3.50 ม. +ชั้นวางทีวี + ม้านั่งยาวพร้อมที่เก็บของ 54,000 บาท
4. รูปภาพ รูปละ 300 บาท ทั้งหมด 4 รูป 1,200 บาท
5. โคมไฟผักตบชวา 1,000 บาท
6. พรมผักตบชวา 1,200 บาท
7. ค่าผ้าม่าน 20,000 บาท
รวมงบประมาณ 96,750 บาท