"บ้านหลังนี้น่าจะเปรียบเหมือนแฟรมผืนผ้าใบที่เป็นพื้นหลังเวลาวาดภาพ พื้นหลังที่เรียบๆจะช่วยให้ภาพดูเด่นขึ้น เช่นเดียวกับการเลือกใช้สีขาว และตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์รูปทรงง่ายๆ ในบ้านนี้ ก็เพื่อให้งานศิลปะในบ้านดูโดดเด่นขึ้นนั่นเอง"  เห็นจะจริงตามคำกล่าวนี้ เพราะเมื่อเราก้าวเข้ามาในบริเวณบ้าน สิ่งแรกที่สะดุดตาคืองานศิลปะสีเทอควอยช์บนผนังใหญ่สีขาว เป็นงานศิลปะแบบนูนสูงที่ทำจากการหล่อเรซินโปร่งแสงและมีหลอดไฟซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเปิดสวิทช์ไฟในตอนกลางคืนแสงสีเทอควอยช์จะกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ทำให้ได้บรรยากาศ ชายทะเลที่สุดแสนจะโรแมนติก นอกจากนี้เรายังพบกับภาพเขียนสีน้ำมันโทนสีฟ้าและน้ำเงิน ที่มีแรงบัลดาลใจมาจากทะเล ซึ่งช่วยสร้างสีสันและกลิ่นอายของทะเลให้มีอยู่ทั่วทุกมุมของบ้านอีกด้วย

     มุมมองใหม่ๆที่สถาปนิกพูดถึงนี้ เราสามารถพบเห็นได้ในทุกส่วนของบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้สามารถรับวิวได้รอบเกือบ360องศา และมีระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่นอกจากใช้เชื่อมพื้นที่ระหว่างภายในและนอกแล้ว ยังเป็นการสร้างมุมมองสู่ทะเลที่แตกต่างออกไปด้วย นอกจากนี้ ในส่วนชั้นดาดฟ้าโล่งขนาดใหญ่ ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับงานปาร์ตี้ ก็ถูกโอบล้อมไปด้วยทัศนียภาพจากท้องฟ้าและทะเลสีครามเช่นกัน  หากได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบทะเลอย่างเต็มอิ่มจากบ้านหลังนี้แล้ว คงจะทำให้แบทเตอร์รี่ในตัวเราเต็มขึ้นมาอีกครั้ง และพร้อมกลับมาลุยชีวิตในเมืองไปได้อีกนานเลยทีเดียว


 

 a.    ทางเดินขนาดเล็กภายในบ้านที่ไม่สามารถเปิดหน้าต่างได้ จึงออกแบบหลังคาเป็นกระจกใสเพื่อให้แสงธรรมชาติส่อง นอกจากดูสว่างและไม่ทึบตันแล้ว ยังเป็นการประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี
b.    ใช้ท่อนไม้หลายๆแบบมาทำแทนขั้นบันไดตรงส่วนเชื่อมระหว่างชานบ้านกับสวนทำให้บ้านดูสนุกมีชีวิตชีวาขึ้น
c.    ขอบของสระว่ายน้ำด้านหนึ่งทำเป็นกระจกนิรภัยหนา 20 มม. และเลือกใช้ระบบน้ำล้น เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้ดูน่าสนใจ เป็นการสร้างมุมมองให้รู้สึกเหมือนน้ำในสระต่อเนื่องกับผืนน้ำในท้องทะเล
d.   ที่นั่งในห้องอบไอน้ำทำเป็นหินขัดมันสีขาวแบบหล่อในที่ มีคุณสมบัติทนทานอุณหภูมิสูงได้ดีและสามารถทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย