นางในสวน

Baanlaesuan
นางในสวน


"เป็นไงบ้างบ้านหายากไหมครับ" คุณโต้ง - นันทพงศ์ สินสวัสดิ์ ศิลปินเจ้าของบ้านที่นัดหมายไว้ เปิดประตูรั้วออกกว้าง พร้อมเชื้อเชิญให้เข้าไปนั่งพูดคุยกันบนลานไม้ขนาดใหญ่หน้าบ้าน บริเวณนี้จะได้กลิ่นหอมของดอกตันหยงต้นใหญ่โปรยมาตลอดเวลา ไม่ไกลกันยังมีพิกุลที่มีใบแน่นเต็มต้น เพิ่มความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี



 
ซุ้มประตูในสวนใกล้กับห้องกระจก ใช้ไม้ท่อนใหญ่เป็นเสาประตูและคาน มีม่านบาหลีคลี่คลุมลงมาทำหน้าที่เป็นตัวแบ่งขอบเขตพื้นที่สวน
 
 
มุมสวนเล็ก ๆ น่าสบาย ใกล้กับท้องร่องบริเวณหน้าบ้าน โรยกรวดแม่น้ำแบนที่พื้นเพื่อวางโต๊ะและ เก้าอี้ ช่วยเป็นจุดพักเท้าจะได้ไม่ต้องย่ำบนหญ้าหรือพื้นดินโดยตรง
 
 
บ่อน้ำตกหน้าบ้านอยู่ติดกับห้องทำงาน ต่อชานไม้ขนาดเล็กออกมาสำหรับนั่งดูปลาในบ่อ
 
 
ซุ้มศาลาไม้ด้านในสุดของสวน เว้นระยะทางเดินให้กว้าง และใช้ไม้ต้นสูงที่ดูโปร่ง เช่น ปาล์มหางสุนัขจิ้งจอก ทำให้มุมนี้ดูไม่อึดอัด
 
 
ห้องทำงานในสวน กรุกระจกโดยรอบทำให้เกิดความรู้สึกโปร่ง และมองออกมาเห็นต้นไม้ภายนอกได้ หลังคาห้องมุงด้วยตับจากทับบนกระเบื้องที่ซ้อนอยู่ด้านล่าง ทำให้บางครั้งได้เห็นฝนหยดลงมาเป็นสายตามปลายใบแหลมที่ปรกลงมา
 
 
ลานไม้ขนาดใหญ่หน้าบ้านยกระดับให้สูงจากพื้นสวน ทำให้เห็นมุมมองโดยรอบที่แวดล้อมด้วยต้นไม้ บรรยากาศดูร่มรื่นน่าพักผ่อน
   
 
หนึ่งในภาพหญิงงามกำลังพายเรือเก็บดอกบัวในสระ บรรยากาศแวดล้อมด้วยต้นไม้ ดูสมจริงด้วยฝีแปรงและความพิถีพิถันของผู้วาด
 
 
คุณโต้ง เจ้าของบ้านสวนแห่งนี้ ด้านหลังคือสตูดิโอสำหรับวาดภาพผลงานที่มีขนาดใหญ่ต้องใช้พื้นที่มาก
 
 
ทางเข้าสวนด้านหนึ่งออกแบบปูนปั้นเป็นลายน้ำไหลเหมือนล้นออกมาจากสวน
 
 
ทางเดินจากสวนไปสู่สตูดิโอ ยังคงใช้ปูนปั้นลายคลื่นเพื่อความต่อเนื่องกับทางเดินโดยรอบ สองข้างทางของสวนปลูกคล้าซิการ์ ใบโค้งหากันดูเหมือนเป็นซุ้มประตูต้นไม้
 ก่อนหน้านี้เราทราบว่าคุณโต้งทำงานเกี่ยวกับศิลปะ ขณะเดียวกันก็ชอบต้นไม้จนสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของงาน และยังได้นำงานและความรู้ที่มีอยู่ผสมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสวน ทำให้เราอยากมาที่นี่ให้เห็นกับตาว่าสวนนี้มีที่มาอย่างไร

"บ้านหลังนี้คุณแม่ซื้อไว้นานแล้วครับ แต่ผมเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่เมื่อประมาณสองปีนี่เอง เดิมพื้นที่เป็นสนามหญ้าธรรมดา มีต้นไม้อยู่บ้าง พอย้ายเข้ามาก็เริ่มปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแน่นไปหมดอย่างที่เห็น ไม้ใหญ่บางต้นที่ปลูกเพิ่ม ผมเลือกต้นโตเต็มที่แล้วมาปลูกก็เลยดูกลมกลืนกับไม้เดิม ส่วนใหญ่จะเป็นไม้หอมให้บรรยากาศแบบไทย ๆ ส่วนน้ำตกก็วางแบบกันเองว่าจะให้อยู่มุมไหน วางหินให้น้ำไหลไปทางไหน แล้วก็ให้ช่างมาทำ สำหรับทางเดินที่เห็นเป็นลวดลายปูนปั้นก็ช่วยกันทำกับเพื่อนๆจินตนาการเลียนแบบการบิดเกลียวของคลื่นในทะเล และลวดลายเครือเถา ซึ่งมักเห็นได้ทั่วไปบนจิตรกรรมฝาผนัง หรือภาพในวรรณคดี"

เราเดินลัดเลาะจากระเบียงลงมาตามทางเดินรูปเกลียวคลื่นที่คุณโต้งเล่าให้ฟัง ซึ่งเห็นได้ถึงฝีมือและความประณีตที่เจ้าของบ้านและเพื่อน ๆช่วยกันวางแบบ และปั้นลวดลายทีละเล็กทีละน้อย จนออกมาเป็นทางเดินสีหม่นรูปเกลียวคลื่นไหลวนทั่วสวน มีการเชื่อมต่อพื้นที่ทุกจุดด้วยทางเดินอิฐมอญและทางเดินปูนปั้น ภายในสวนมีห้องกระจกขนาดกะทัดรัดซึ่งใช้เป็นห้องทำงานศิลปะและห้องพักผ่อนไปในตัว ภาพหญิงงามหลายภาพที่วางอยู่ในห้องส่งยิ้มต้อนรับ ทำให้เราเดินชมได้ไม่รู้เบื่อ ใกล้กับห้องกระจกมีซุ้มประตูเข้าสวน ซึ่งด้านบนปลูกม่านบาหลีเลื้อยคลุมห้อยลงมาเป็นสาย ด้านหลังซุ้มประตูจัดสวนอย่างง่าย ๆ ไม่มีรูปแบบแปลงชัดเจน แต่โดดเด่นด้วยพรรณไม้เมืองร้อนสีสันจัดจ้าทั้งขิงแดง บอนกระดาด ชบา และฤษีผสม ทั้งยังมีไม้หอมที่ส่งกลิ่นอ่อนๆตลอดเวลา เช่น บุหงาส่าหรี ลั่นทม โมก สร้างความรื่นรมย์ในการชมสวนได้เป็นอย่างดี

"งานประจำของผมคือเขียนภาพนางในวรรณคดี เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบลวดลายปักผ้าในโครงการศิลปาชีพ รวมทั้งดูแลการผลิตภาพที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ซึ่งต้นไม้ที่ผมปลูกอยู่ในสวนทั้งหมดมีส่วนช่วยในการทำงานได้เป็นอย่างมาก เพราะการวาดภาพนางในวรรณคดีส่วนใหญ่จะมีฉากของป่าหิมพานต์ เวลาเราทำงานไปและมองดูต้นไม้รอบตัวก็นำมาใช้เป็นต้นแบบในการวาดภาพได้ง่ายขึ้น เหมือนมีแบบสามมิติอยู่ตรงหน้า ทำให้เก็บรายละเอียดได้ทุกมุม ขณะที่เมื่อก่อนนั้นหากจะวาดภาพต้นไม้ผมต้องเปิดดูจากหนังสือซึ่งเป็นภาพสองมิติ ทำให้วาดออกมาได้ไม่สมจริง"

ไม่เพียงแต่พูดเปล่าคุณโต้งยังนำภาพที่เสร็จสมบูรณ์แล้วหลายภาพมาอวดให้เราดู ทั้งยังชี้จุดสังเกตให้เห็นว่าพรรณไม้ในภาพดูคล้ายกับของจริงไม่มีผิดเพี้ยน

"บ้านเดิมที่ผมเคยอยู่นั้นอยู่ใกล้ถนนได้ยินเสียงรถวิ่งไปมาตลอดเวลา อากาศไม่ดีมีแต่มลพิษ แต่พอย้ายมาที่นี่ผมรู้สึกว่างานของผมเปลี่ยนไปเลยนะ วาดภาพได้นุ่มนวลขึ้น คงเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมที่ดีช่วยให้ถ่ายทอดผลงานออกมาได้ดีขึ้นด้วย เวลาทำงานแล้วล้า ๆ ก็เดินเข้าสวนตัดแต่งต้นไม้บ้าง ใส่ปุ๋ย รดน้ำ เรียนรู้ถูกผิดเอาเอง จนตอนนี้สวนเริ่มอยู่ตัวแทบไม่ต้องทำอะไรมาก "

เสียงน้ำตกในสวนไหลแรงตลอดเวลาทำให้ใบไผ่ที่ร่วงลงมาหมุนวนไม่หยุด บริเวณทางเดินปูนปั้นมีน้ำขังโดยรอบจากฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้สวนดูชุ่มฉ่ำไปทั่ว เราเดินเก็บภาพมุมต่าง ๆ จนกระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนตัวสูงขึ้น แสงแดดเริ่มแรงเกินไปสำหรับการถ่ายภาพแล้ว หลังจากเก็บรายละเอียดได้สักพัก เราก็ขอตัวกลับ เมื่อหันไปมองหญิงงามในภาพอีกครั้งเพื่อกล่าวคำอำลา ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เธอดูสวยขึ้นจริง ๆ เสียด้วยสิ
 

อ่านต่อ



ใส่ความเห็น
  ซ่อนความคิดเห็น
ชื่อเล่น:
รหัสผ่าน:
  Remember me on this computer

ชื่อเรื่อง:
ส่งคำตอบเกี่ยวกับความเห็นของฉันมาที่อีเมล์
ส่งความเห็นใหม่เกี่ยวกับบทความนี้ให้ฉันทางอีเมล์