แต่จากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาในการจัดฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์โดยส่วนตัว ผมได้พบว่าคนรุ่นใหม่มีความสนใจในศาสตร์นี้มากขึ้น ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจส่วนตัว, ผู้บริหารองค์เอกชนขนาดใหญ่หลายแห่ง, วิศวกร, แพทย์ หรือ สถาปนิก ฯลฯ อย่างไรก็ตามยังพบว่าหลายๆท่านนั้นยังมีความเข้าใจในศาสตร์ฮวงจุ้ยไม่ถูกต้องนัก เพราะตำราในบ้านเราส่วนใหญ่เป็นการสอนศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น



      สำหรับศาสตร์ "ฮวงจุ้ยในเชิงสัญลักษณ์" (Symbolic Feng Shui or Pop Feng Shui) สามารถยกตัวอย่างได้เช่น การตั้งน้ำพุหรือตู้ปลาเพื่อความเจริญรุ่งเรือง, การตั้งสิงโตเพื่ออำนาจยศศักดิ์, การติดยันต์แปดทิศเพื่อป้องกันความเสื่อม, การติดเสือคาบดาบเพื่อป้องกันทางสามแพร่ง ฯลฯ แท้จริงแล้วการจัด "ฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์" (Scientific Feng Shui or Authentic Feng Shui) เป็นเรื่องของการบริหารพลังงานธรรมชาติให้สามารถเข้ามาสะสมตัวในที่พักอาศัยของเราได้อย่างเหมาะสม โดยต้องพิจารณาถึงองศาทิศทางของที่พักอาศัยว่าทำมุมเท่าไรกับทิศทางของกระแสแม่เหล็กของโลก และคำนวณออกมาว่าที่พักอาศัยของเราได้รับพลังงานที่ดีถูกยุคถูกสมัยหรือไม่ เราสนใจเรื่องการสะสมตัวของกระแสแม่เหล็กโลกในที่พักอาศัยของเรา เนื่องจากในร่างกายของเราประกอบด้วยเลือดคิดเป็นประมาณ 1 ใน 12 ของน้ำหนักตัว และในเลือดนั้นมีพลาสมา (Plasma) ที่มีส่วนประกอบของแร่ธาตุต่างๆที่มีคุณสมบัติของธาตุเหล็กอยู่ประมาณ 10% และใช้กลไกการถ่ายเทของกระแสอิเล็คตรอนในพลาสมาเพื่อส่งผ่านออกซิเจนและสารอาหารต่างๆไปหล่อเลี้ยงเซลล์ของอวัยวะต่างๆในร่างกาย ดังนั้นหากที่พักอาศัยของเรารับพลังธรรมชาติที่ดี ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีคิดอะไรก็ถูกยุคถูกสมัย เหมาะกับจังหวะและโอกาสในปัจจุบัน เป็นที่มาของควารมเจริญรุ่งเรืองของตัวเราและครอบครัว



       โดยการบริหารพลังงานธรรมชาตินั้นต้องประยุกต์ระหว่างทฤษฎีการคำนวณด้านองศาทิศทาง (Compass Theory) ร่วมกับทฤษฎีในเชิงชัยภูมิ (Land Form Theory) ว่าที่พักของเรามีจุดจ่ายพลังงานจากธรรมชาติหรือไม่ โดยพลังงานหลักที่เราคำนึงถึงคือ"ลม"หรือ"ฮวง"นั่นเอง นอกจากนั้นยังต้องมีจุดดักกระแสจากให้เข้ามาภายในที่พักอาศัยของเรา รวมไปถึงสามารถกักเก็บกระแสให้อยู่ภายในที่พักอาศัยของเราได้อย่างทั่วถึงหรือไม่ จากหลักการนี้จะพบว่าศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมินั้นมีความสอดคล้องกับหลักการทาง "สถาปัตยกรรมศาสตร์" เป็นอย่างมาก เพราะสถาปนิกที่ดีต้องสามารถออกแบบที่พักอาศัยของเราให้มีการหมุนเวียนของอากาศ (Air Ventilation) ได้ดี เพื่อให้เราสามารถอยู่ได้อย่างสบายภายในที่พักอาศัยรวมไปถึงสอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอยที่ต้องการ และหากเราศึกษาให้ลงลึกไปอีกจะพบว่าศาสตร์ของฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมินั้นมีความสอดคล้องกับหลักการทางสถาปัตย์ฯในด้านอื่นๆอีกเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากเราต้องการที่จะเลือกที่พักอาศัยที่ถูกต้องตามหลักของฮวงจุ้ยแล้ว เราต้องคำนึงถึงการจัดชัยภูมิหรือการออกแบบที่พักอาศัยในเชิงสถาปัตยกรรมที่ดีควบคู่กันไปด้วย

ศาสตร์ฮวงจุ้ยเชิงชัยภูมิ
ศาสตร์ฮวงจุ้ยเชิงทิศองศา

       สำหรับศาสตร์ในเชิงองศาทิศทางนั้นเป็นการคำนวณว่าบ้านของเราหันทำมุมเท่าไรกับแนวกระแสแม่เหล็กของโลก และจะมีสูตรการคำนวณการไหลเวียนของพลังงานภายในบ้านของเราว่าในแต่ละมุมของบ้านนั้นมีพลังงานชนิดใดเข้ามาสะสมตัวอยู่ โดยหากปากประตูบ้านของเราสามารถรับพลังงานที่ถูกยุคถูกสมัยและทำให้อากาศไหลเวียนได้ทั่วบ้านจะถือว่าบ้านของเรามีฮวงจุ้ยที่ดี ซึ่งปัจจุบัน (พศ.2547-2567) ถือว่าเป็นช่วงของพลังงานในยุคที่ 8 โดยการตำนวณรอบพลังงานดังกล่าวมีแนวคิดมาจากการสังเกตวงโคจรของดาวพฤหัส (Jupiter) และดาวเสาร์ (Saturn) ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยจักรวาล

ภาพแสดงขนาดดาวพฤหัส และดาวเสาร์เทียบกับโลก


       เราสามารถประยุกต์ศาสตร์ฮวงจุ้ยทั้งทางด้านชัยภูมิและทางด้านองศาทิศทางร่วมกับการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมให้ลงตัว เราจะสามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างสูงทั้งทางด้านโชคลาภ, อำนาจ, สุขภาพ และความสัมพันธ์อย่างสูงทั้งสำหรับตัวเราและคนในครอบครัว โดยรายละเอียดที่ผมจะกล่าวถึงในบทความต่อๆไป จะเป็นเรื่องการประยุกต์ศาสตร์ฮวงจุ้ยเข้ากับงานสถาปัตกรรมในรูปแบบต่างๆที่กำลังอยู่ในความสนใจของทุกๆคนครับ