คุณฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ศิลปินสื่อผสมผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้เริ่มเรื่องว่า “เดิมผมใช้ชีวิตอยู่ในนิวยอร์ก ต้องเดินทางตลอดเวลาตั้งแต่เด็ก ผมมีความฝันว่าวันหนึ่งต้องกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย บังเอิญเพื่อนผมที่เชียงใหม่ (อาจารย์คามิน เลิศชัยประเสริฐ) บอกว่ามีคนจะขายที่ดินเชิงดอยข้างบ้านของเขา จึงชวนให้ผมซื้อไว้ เพราะเขากลัวว่าถ้าคนอื่นซื้อไปก็จะสร้างเป็นหอพัก ทำให้ต้นไม้แถวนั้นเสียหาย เมื่อผมติดต่อขอซื้อ เจ้าของที่ก็ขายให้ผมในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด เพราะคิดเหมือนกับผมคือเสียดายต้นไม้ อยากจะรักษาไว้ ผมจึงรักและหวงแหนต้นไม้ทุกต้นในที่แห่งนี้ และก็เป็นโจทย์ให้สถาปนิก (คุณอรุณ  ภูริทัต)  นำไปคิดออกแบบบ้าน โดยต้องพยายามเก็บต้นไม้ที่มีอยู่ให้มากที่สุด คนในบ้านสามารถนั่งหรือนอนที่ไหนก็ได้ ทุกอย่างต้องเปิดโล่งให้อากาศถ่ายเทได้ดี มองเห็นทัศนียภาพได้รอบ  สุดท้ายต้องไม่ลืมใส่ตัวตนของเราซึ่งเป็นชาวตะวันออกลงไปด้วย แต่ต้องให้เหมาะกับยุคสมัย

ความต้องการของคุณฤกษ์ฤทธิ์จึงกลายเป็นที่มาของอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า 3 หลัง  ยกพื้นสูงจากพื้นดิน โดยจัดวางอาคารเป็นรูปตัวยู (U) ทำให้เกิดที่ว่างตรงกลางของกลุ่มอาคาร และออกแบบให้มีทางเดินไม้โดยรอบ ทำหน้าที่เชื่อมกลุ่มอาคารเข้าด้วยกัน ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านทรงไทยที่มีใต้ถุนสูง มีอาคารแบ่งเป็นกลุ่ม มีระเบียงเป็นตัวเชื่อมอาคาร บ้านหลังนี้จึงได้ลมเย็นสบายตลอดเวลา

สำหรับเรื่องของวัสดุ ภายนอกอาคารส่วนใหญ่เป็นคอนกรีตเปลือยที่ไม่ฉาบแต่งผิว แกะจากไม้แบบออกมาเป็นอย่างไรก็ปล่อยไว้อย่างนั้น เพื่อโชว์เนื้อแท้ของวัสดุ ซึ่งให้ความรู้สึกแข็งและดิบแบบลอฟท์ ส่วนภายในบ้านเลือกตกแต่งอย่างเรียบง่ายในโทนสีขาว  เทา ดำ  ใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก เสริมความทันสมัยด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังออกแบบแสงสว่างหลากหลายรูปแบบ ช่วยสร้างอารมณ์ให้บ้าน

“ความยากของบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่ที่การออกแบบ ไม่ได้อยู่ที่ความชอบส่วนตัว แต่เกิดจากความไม่ชำนาญของช่างพื้นถิ่น ซึ่งเรากับช่างต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน และใส่ใจทุกรายละเอียดร่วมกัน จนในที่สุดก็ได้บ้านที่ทุกคนภาคภูมิใจ”

การมาเยี่ยมชมบ้านหลังนี้ ทำให้เราได้เห็นแนวคิดดีๆในการออกแบบที่ไม่ลืมความเป็นไทย และการเคารพธรรมชาติ แนวคิดเหล่านี้แหละที่ช่วยส่งเสริมให้เราอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้อย่างมีความสุข