สไตล์การจัดสวน

HomeDD
สไตล์การจัดสวน


พอพ้นจากหน้าฝน ดินที่เคยชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝนหล่อเลี้ยงต้นไม้ใบหญ้าก็มีอันเหือดแห้งไปตามฤดูกาล และคงเป็นเช่นนี้อยู่อีกหลายเดือน ผ่านหนาวผ่านร้อน รอจนลมฝนจะพัดพาเอาความชุ่มฉ่ำกลับมาอีก



        ครั้ง

         สำหรับคนรักต้นไม้แต่ไม่สู้จะมีเวลารดน้ำเช้าเย็นอย่างสม่ำเสมอนัก ก็คงมีปัญหาน่าดูสำหรับในช่วงฤดูกาลที่เทวดาท่านไม่มาช่วยรดน้ำให้ บ้างก็อาจจะมีเหตุผลทางเศรษฐกิจด้วยรู้สึกสิ้นเปลืองน้ำมากหากจะต้องรดน้ำกันบ่อยๆ ครั้งละมากๆ ครั้นพอรดน้ำไม่เพียงพอ ต้นไม้ก็พากันออกอาการทรุดโทรมให้เห็น ผู้เขียนจึงอยากจะแนะนำสวนประหยัดน้ำให้คุณ แล้วทีนี้จะมาบอกว่ากลัวเปลืองน้ำรดไม่ได้นะคะ

วัสดุคลุมดิน
         เริ่มจากพื้นดินขึ้นมาเลยนะคะ พยายามหาดินที่เนื้อดินมีอินทรีย์ธาตุมากๆ เช่น ดินผสมใบไม้ผุ อย่าใช้ทรายมากเกินไปเพราะทรายไม่เก็บน้ำ รดน้ำแล้วก็ซึมหายไปหมด ทำให้ต้องรดบ่อยๆ สังเกตดูหญ้าที่ปูบนพื้นที่ถมทรายหนาเกินไปจะเหลืองเพราะขาดอาหารและน้ำ นอกจากหญ้าแล้ว ไม้คลุมดิน ไม้พุ่ม และไม้ใหญ่ให้ร่มเงาก็เป็นตัวช่วยให้พื้นดินชุ่มฉ่ำเพราะน้ำในดินไม่ระเหยเร็ว

         เพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดิน ไม่จำเป็นต้องเป็นพืชคลุมดิน อาจเป็นกรวด เป็นอิฐหัก ถ่านหรือเปลือกสนก็ได้ การใช้วัสดุคลุมดินหนาประมาณ .75 มิลลิเมตร จะช่วยลดการระเหยของน้ำในดินได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะช่วยเก็บความชุ่มชื้นในดินแล้ว ยังช่วยลดการเกิดวัชพืช และรักษาหน้าดินไม่ให้ถูกฝนชะได้ด้วย ปัญหาที่อาจมีสำหรับการใช้วัสดุคลุมดิน คือ หากอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่หรือใต้ร่มไม้ อาจมีเชื้อราเกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงควรใช้วัสดุคลุมดินในบริเวณที่ค่อนข้างแห้งและมีแดดส่องถึง (คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)

 

 

การทำระบบรดน้ำที่ถูกต้อง
         สามารถลดปริมาณน้ำที่ใช้รดต้นไม้ได้ เพราะการรดด้วยสายยางเราไม่สามารถกำหนดปริมาณน้ำที่ถูกต้องตามที่ต้นไม้ต้องการ บางครั้งเปียกแต่พุ่มใบแต่ไม่ลงไปถึงราก สำหรับข้อนี้ คุณอาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์เรื่องการวางระบบรดน้ำมาเป็นที่ปรึกษา อาจมีค่าใช้จ่ายมากสักหน่อยในการติดตั้งครั้งแรก แต่จะประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

เลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะสม
เป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งที่ต้องพิจารณา การเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะสมกับนโยบายสวนประหยัดน้ำ ไม่ใช่แค่ขนาด รูปร่างและความงดงาม แต่ต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำที่ต้นไม้ต้องการ เมื่อเราเลือกพันธุ์ไม้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องน้ำได้มากโขทีเดียว        

 

การจัดกลุ่มต้นไม้ในสวน
ควรเลือกพันธุ์ไม้ที่มีความต้องการน้ำเท่าๆ กันหรือเหมือนกันเอาไว้กลุ่มเดียวกัน เพื่อให้ปริมาณน้ำที่รดพอเหมาะพอดีไม่มากหรือน้อยเกินไป

 

ต้นไม้ที่มีความละเอียดอ่อน จำพวกไม้ล้มลุกบางชนิดที่ใช้ประดับสวนเพื่อเพิ่มสีสันและความอ่อนหวานให้สวน ควรปลูกต้นไม้กำบังลมไว้ให้เพื่อช่วยลดการระเหยน้ำของพื้นดินบริเวณนั้น ทำให้ลดปริมาณน้ำที่รดต้นไม้ด้วย

 

ลดพื้นที่ปูหญ้า
เลี่ยงไปใช้วัสดุอย่างอื่นปูพื้นในสวนแทนการใช้หญ้า เช่น หินธรรมชาติ กรวด อิฐ ฯลฯ เพราะสนามหญ้าเป็นจุดที่ต้องใช้ปริมาณน้ำรดมากกว่าพื้นที่อื่น ดังนั้น หากต้องการลดปริมาณน้ำ ก็ให้ทำสนามหญ้าเท่าที่จำเป็น คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและความงามมากกว่าที่จะปูหญ้าหรือทำสนามเพื่อให้ครบคำว่า "สวน" บางบ้านให้เหตุผลของการมีสนามหญ้ากว้างๆ เป็นพันตารางเมตรว่าเอาไว้จัดงานเลี้ยงตั้งโต๊ะจีนหรือให้สุนัขวิ่งเล่น เกรงว่าท่านอาจจะหมดตัวเสียก่อนเพราะต้องจ่ายค่าน้ำจนไม่สามารถเลี้ยงสุนัขไว้วิ่งเล่นได้ หรือไม่มีปัญญาจัดเลี้ยงโต๊ะจีนก็ได้

เชื่อได้เลยว่าคุณอยากทราบว่าต้นไม้อะไรที่กินน้ำน้อยๆ สวย ถูก ทน ขอแนะนำพอสังเขปดังนี้ค่ะ

ไม้ใหญ่ให้ร่มเงา เมื่อปลูกอยู่ตัวดีแล้วสามารถเป็นหลังคาให้ไม้เล็ก ไม่ต้องรดน้ำมาก เพราะรากหากินได้ไกล ดูดซับน้ำที่อยู่ในดินได้ไม่ต้องห่วง ไม้ยืนต้นที่ว่านี้รวมถึงปาล์มขนาดใหญ่ชนิดต่างๆด้วย (คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)

 





ไม้พุ่ม เช่น เข็มชนิดต่างๆ แพงพวย อากาเว่ ปรง ว่านหางจรเข้ สัปรดสี ชา โป๊ยเซียน พลับพลึง การะเกด ฯลฯ (คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)

 
 
       สัปปะรดสี
ชวนชม
     โป๊ยเซียน

 

ไม้คลุมดิน เช่น คุณนายตื่นสาย ลิ้นมังกร กระดาษตะกั่ว หัวใจม่วง กุหลาบหิน

 
 
          ลิ้นมังกร
ละอองทอง
     เฟิร์น

      พันธุ์ไม้ที่กล่าวถึงนี้ ส่วนใหญ่เป็นไม้กลางแดด แต่สำหรับไม้ร่มรำไรมีอีกมากมาย คุณอาจค้นหาได้ในสารานุกรมไม้ประดับ

         หลักใหญ่ๆ ทั้ง 3 ข้อนั้น คือเหลักเกณฑ์ที่จะช่วยคุณได้ในเรื่องของการประหยัดน้ำ แต่ถึงอย่างไร การดูแลรักษาก็ยังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มิใช่ว่าดำเนินรอยตามคำแนะนำทั้ง 3 ข้อแล้ว สวนของคุณก็ไม่ต้องดูแลรักษา ต้นไม้จะมีสุขภาพสมบูรณ์ ต้องอยู่ที่ความต้องการเอาใจใส่ดูแล เหมือนคนเราที่ต้องหมั่นดูแลการกินการอยู่ การป่วยไข้ มิใช่ปล่อยตามยถากรรม หากทำได้ดังที่กล่าวมา คุณจะสามารถประหยัดน้ำได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ทีเดียว ไม่เชื่อก็ไม่ว่ากันละค่ะ

ไม้ที่มิได้กล่าวถึงในที่นี้ แต่เป็นไม้ที่ประหยัดน้ำแน่นอน ได้แก่ ไม้น้ำชนิดต่างๆ เพราะไม้เหล่านี้อยู่ในน้ำ ไม่ต้องรดทุกวันก็มีชีวิตอยู่ได้ คุณว่าจริงไหมคะ...



ใส่ความเห็น
  ซ่อนความคิดเห็น
ชื่อเล่น:
รหัสผ่าน:
  Remember me on this computer

ชื่อเรื่อง:
ส่งคำตอบเกี่ยวกับความเห็นของฉันมาที่อีเมล์
ส่งความเห็นใหม่เกี่ยวกับบทความนี้ให้ฉันทางอีเมล์