เรากำหนดธีมรวมของทั้งห้องไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าอยากได้อะไรที่ดูสบาย ๆ และน่ารัก สำคัญที่สุดงบประมาณรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 7 หมื่นบาทค่ะ

เริ่มที่มุมแรกกันก่อน แพนทรี่ของเดิมที่บิวท์อินไว้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ จึงต้องเก็บรูปแบบเก่าเอาไว้ ถัดออกมาเป็นโต๊ะทานข้าวขนาดกะทัดรัด 2 ที่นั่ง หน้าตาค่อนข้างแข็งแรงบึกบึนไปสักนิด เราจัดการเปลี่ยนใหม่เป็น โต๊ะอาหารรุ่น มันตรา 90 TOP กระจกทรงกลมและเก้าอี้คาแมน 4 ที่นั่ง จัดเข้าเซตกันในราคา 11,800 บาท จาก KONCEPT เมื่อได้โต๊ะและเก้าอี้เรียบร้อยแล้วก็มาถึงการจัดวาง ซึ่งก็คงไม่พ้นในตำแหน่งเดิมนั่นแหละค่ะ แต่เราใช้เก้าอี้แค่ 3 ตัว เนื่องจากพื้นที่อำนวยเพียงแค่นี้ค่ะ

เมื่อเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในมุมนี้ได้มากนัก และวิธีดั้งเดิมที่ใช้ได้ผลนั่นคือการทาสีจึงเกิดขึ้น เราเลือกใช้สีฟ้าสดใสทาผนังด้านนี้ทั้งหมด ให้บรรยากาศเหมือนกับเวลาที่นั่งอยู่ในร้านอาหารหรู ๆ กันเลย แต่แค่ทาผนังเราก็ยังรู้สึกว่ามันยังโล่งอยู่สักหน่อย เจ้าของห้องก็เลยจัดการหาภาพสีน้ำมันกรอบไม้สีบีชมาให้ 2 กรอบ ซึ่ง 2 ภาพนี้หน้าตาคล้ายหรือว่าเหมือนกันนั้นเราให้ผู้อ่านเป็นคนตัดสินค่ะ แต่เจ้าของห้องบอกกับเราว่าชื่อ ภาพฝาแฝด ค่ะ ซึ่งพอเราจัดการแขวนภาพลงไปเท่านั้นนะคะ มุมนี้ก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที แต่เบื้องหลังก่อนการแขวนรูปนั้นต้องบอกว่าน่าสงสารผนังบ้านมากๆ เพราะผนังพรุนจนเรียกได้ว่าเกือบเป็นเนยแข็งเละเลยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเตือนท่านผู้อ่านทุกท่านให้วัดระดับก่อนเจาะให้ละเอียดสักหน่อยนะคะ จะได้ไม่ต้องวิ่งวุ่นหาปูนมาโป๊วปิดรูแล้วทาสีกลบให้ยุ่งยากเหมือนเรา

ทีนี้ก็มาถึงมุมทีวีที่ต่อเนื่องไปยังตู้บิวท์อินติดผนังด้านใน เราเลือกทาสีที่ผนังเป็นสีเดิมเหมือนกับฝั่งตรงข้าม นั่นคือสีเทาเข้มค่ะ การที่เราเลือกสีนี้ก็เพราะเราต้องการให้สีเป็นตัวกำหนดฟังก์ชันในห้อง มุมนั่งเล่นเราใช้เป็นสีเทา มุมทานข้าวและตู้บิวท์อินเราใช้เป็นสีฟ้า ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้กับบ้านทั่วไปด้วยนะคะ ไม่ต้องกั้นผนังให้ยุ่งยากเพียงแค่เลือกใช้สีที่ต่างกันเท่านั้นเอง

ไซด์บอร์ดสำหรับวางทีวี เราเลือกแบบที่ดูทันสมัยและเข้ากันได้กับโต๊ะกลางสีขาวแทนของเดิม และชิ้นนี้ก็ได้มาจาก LIFE By Modernform เช่นเดียวกับโต๊ะกลาง ในราคา 6,500 บาท ( เป็นราคาที่ได้ส่วนลดเพิ่มจากสมาชิกบัตร Be My Guest ค่ะ ) จากนั้นก็จัดวางทีวีและเครื่องเสียงลงไปตามลำดับ

พื้นที่ว่างถัดมา ถ้าดูจากรูปก็จะเป็นมุมที่วางตู้เย็นและด้านบนมีบาร์แขวนแก้วห้อยอยู่นั่นแหละค่ะ เจ้าของห้องรีเควสอยากได้ชั้นวางของและอยากเหลือเกินที่จะเอาที่แขวนแก้วด้านบนออก ขั้นแรกเรายกตู้ล่างที่อยู่ใต้ตู้ลอยติดผนังด้านในออกก่อนแล้วย้ายตู้เย็นเข้าไปแทนที่ ทำให้พื้นที่บนผนังด้านทีวีมีเหลือ พอที่จะใส่ชั้นวางของและช่องเก็บของต่าง ๆ ลงไปได้ แต่เราไม่สามารถย้ายตู้เย็นออกไปไกลมากกว่านี้ได้เนื่องจากติดปัญหาเรื่องปลั๊ก เพราะถ้าย้ายจะทำให้เห็นสายไฟเพ่นพ่านดูไม่งามแน่ ๆ จึงได้แต่ย้ายไปวางในฝั่งตรงข้ามแทน ส่วนชั้นวางของนั้นเราเลือกใช้ ตู้อเนกประสงค์ โดมิโนคิท จาก KONCEPT เช่นเดียวกัน ซึ่ง โดมิโน คิท นี้ก็เป็นตู้แบบน็อคดาวน์นั่นแหละค่ะ เพียงแต่รุ่นนี้มีให้เลือกฟังก์ชันกันหลายแบบและสามารถจัดวางได้ตามแบบที่เราต้องการ นอกจากนั้นแล้วสินค้ารุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่ต้องสั่งผลิต นั่นก็หมายความว่าเราต้องรอสินค้าประมาณ 1 - 2 อาทิตย์ค่ะ

วันที่ช่างมาติดตั้งค่อนข้างมีปัญหาเล็กน้อย ติดเรื่องบัวที่พื้นบ้างเรื่องปลั๊กบ้างแต่ทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดีค่ะ และงบประมาณก็ยังใช้ได้อยู่ 5,248 บาท สำหรับชั้น โดมิโน คิท ติดผนังทั้งหมด

แล้วขั้นสุดท้ายก็คือการขนย้ายข้าวของและอุปกรณ์ประกอบฉากต่าง ๆ เข้าที่เข้าทาง ซึ่งหน้าที่นี้เรายกให้เจ้าของบ้านเป็นธุระจัดการแทบทั้งหมด เพราะติดใจฝีมือจากฉบับที่แล้วค่ะ ( ลองกลับไปเปิดดูได้นะคะ ยืนยันอีกครั้งว่าไม่แพ้สไตลิสต์ชื่อดังเลยค่ะ ) บนโต๊ะอาหารมีแจกันพร้อมด้วยดอกไม้สวยๆ วางอยู่คู่กับที่รองจานและของเก๋ไก๋หลายชิ้น ประหนึ่งว่านั่งทานอยู่ในภัตตาคารเลย และสไตล์การจัดในคราวนี้ก็ออกมาในแนวใสๆ ซึ่งเราเรียกมันว่า "ปาร์ตี้น้ำหวานกับมุมทานอาหารสีฟ้าสด"

สำหรับงบประมาณคราวนี้ก็ตกอยู่ที่ 23,548 บาท รวมกับคราวที่แล้วด้วยทั้งหมดก็คือ 72,947 บาท เกินงบที่ตั้งไว้อยู่นิดหน่อย แต่พี่เจ้าของห้องก็ยังยิ้มสู้ เนื่องจากในราคานี้เรายังได้พื้นห้องใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย คิดยังไงก็คุ้มค่ะสำหรับบรรยากาศใหม่ๆ และความสดใสที่เพิ่มขึ้น
รายการสินค้าที่ใช้
1. โต๊ะอาหารรุ่น มันตรา 90 TOP กระจกทรงกลมและเก้าอี้คาแมน 4 ที่นั่ง ราคา 11,800 บาท จาก KONCEPT
2. ไซด์บอร์ดสำหรับวางทีวี ราคา 6,500 บาท จาก LIFE By Modernform
3. ชั้น โดมิโน คิท ติดผนัง ราคา 5,248 บาท จาก KONCEPT
รวมราคาสินค้าทุกรายการ 23,548 บาท
*** งบประมาณรวมจากการแต่งห้องนั่งเล่นครั้งที่แล้ว ด้วย 72,947 บาท