ชิ้นงานเหล่านี้สำนักพาณิชย์อิตาเลียน ประจำประเทศไทยนำมาโชว์ให้คนไทยได้ชมกันในงาน Designex 2005 ซึ่งคุณฟลาเวีย ฟารุกโจ้ กรรมาธิการของ Italian Trade ประจำกรุงเทพฯบอกว่า “งานดีไซน์อิตาเลียนเป็นงานที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก มีการนำไปใช้อ้างอิงในวงการตกแต่งบ้านเสมอ ๆ”


เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า 45% ของเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตขึ้นในอิตาลีนั้น ทำไปเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ ตัวเลขตรงนี้เป็นการยืนยันอย่างดีว่าเฟอร์นิเจอร์อิตาลีนั้น “โดดเด่น” ขนาดไหน...เอาล่ะ ลองไปดู “แซมเปิล” เล็ก ๆ น้อย ๆ กับคอลเลคชันของโซฟาดีไซน์เริ่ดจากแคว้นลอมบาร์ดีทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีกันดีกว่า


Coronado (งานดีไซน์ปี 1966)
ออกแบบโดย Afra & Tobia Scarpa

บริษัท B&B Italia

นี่คือดีไซน์ของโซฟาที่ว่ากันว่า “คลาสสิค” สุด ๆ โดยเฉพาะถ้าคำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งสามารถสร้างสรรค์เวลาสุดพิเศษสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนได้แบบสบาย ๆ วัตถุดิบของโซฟา Coronado อาจจะดูไม่แปลกใหม่แต่ก็เหมาะสมกับการใช้งาน


ด้วยโครงสร้างแบบสปริงเหล็ก บุด้วยหนังทำให้โซฟาชิ้นนี้ดูนุ่มนวลแต่ก็แข็งแกร่ง สามารถถอดแยกเป็นส่วนเล็ก ๆ ตามการใช้งานได้ด้วย เหมาะสำหรับห้องรับแขกในทุก ๆ สไตล์…ก็บอกแล้วว่า “นี่คือโซฟาที่ได้รับการยอมรับว่าคลาสสิคที่สุด” แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ตาม


ดีไซเนอร์ทั้ง 2 คนคืออาฟราและโทเบีย สคาร์ปา ถนัดการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้ในการตกแต่งบ้านที่สุด เขาจึงเข้าใจว่าเฟอร์นิเจอร์แบบไหนเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในบ้านแบบใด จากนั้นก็หยิบมาใส่ไอเดียผสมผสานลงไปจนเป็นชิ้นงานที่โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และด้านฟังก์ชัน


Up 5 และ Up 6 (งานดีไซน์ปี 1969)
ออกแบบโดย Gaetano Pesce

บริษัท B&B Italia

แค่เห็นก็รู้สึกแล้วว่างานดีไซน์ชิ้นนี้ช่างโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นสีสันหรือรูปทรงก็ตามสำหรับงานในคอลเลคชันเดียวกันซึ่งจับคู่กันมาชิ้นนี้ ชิ้นงาน Up 5 (ชิ้นใหญ่) นั้นสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการออกแบบพ.ศ.นั้นได้อย่างมากมาย


โดยเฉพาะในเรื่องของรูปทรงนั้น ดีไซเนอร์ออกแบบโดยต้องการให้เป็น “ไอคอน” ใช้สื่อสัญลักษณ์ถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่น่านับถือ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเรื่องการออกแบบในยุคนั้นอย่างสิ้นเชิง ส่วน Up 6 เป็นชิ้นงานที่ประกอบกันได้อย่างลงตัวกับ Up 5


กาเอตาโน เปสเชผู้ออกแบบเกิดช่วงปลายทศวรรษที่ 30 จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเมืองเวนิซ จากนั้นก็เริ่มงานดีไซน์ในช่วงทศวรรษที่ 60 สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเขาคือผู้ที่มีอิทธิพลต่อวงการออกแบบในช่วงนั้นอย่างแท้จริง งาน Up 5 และ Up 6 คงบอกแทนคำพูดเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี


Bibambola (งานดีไซน์ปี 1971)
ออกแบบโดย Mario Bellini

บริษัท B&B Italia

“I’d love/I aimed to Reproduce an alive body, pleasing to touch, pleasing to embrace, soft but safe.” นี่คือคำนิยามที่ดีที่สุดสำหรับโซฟาชิ้นนี้ โซฟาที่ใครเห็นต่างก็รู้สึกตั้งแต่แรกว่า “น่าลงไปสัมผัสมาก” เพราะดูแล้วนุ๊มนุ่มตัวนี้


ส่วนการออกแบบนั้น ดีไซเนอร์ชาวเมืองมิลานคนนี้ฉีกสิ่งที่เคยมีมาดั้งเดิมของโซฟาเสียหมดสิ้น ทั้งรูปทรงที่ดูเป็นกลุ่มเป็นก้อน รวมไปถึงการไม่มีโครงสร้างที่ดูแข็ง ๆ, ไม่มีที่เท้าแขน, ไม่มีที่พักขา แต่ทุกอย่างลงตัวด้วยรูปร่างลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว


จึงไม่น่าแปลกใจที่มาริโอ เบลลินีจะได้รับรางวัลเกี่ยวกับงานดีไซน์มาอย่างมากมาย รวมทั้งมีการจัดนิทรรศการเทิดทูนดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้หลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นในปี 1987 พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ของนิวยอร์ค, ปี 1996 ที่ RIBA ประเทศอังกฤษ หรือปี 2003 ที่เมลเบิร์นก็ตาม


Alanda (งานดีไซน์ปี 1980)
ออกแบบโดย Paolo Piva

บริษัท B&B Italia

ด้วยรูปทรงที่ดูอิสระ โซฟาตัวนี้จึงมีลักษณะของความเป็น “Multifunction Furniture” อยู่เต็มตัว สามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโซฟา เป็นเตียงหรือแม้กระทั่งเป็นเก้าอี้นั่งเล่นก็ตาม นับว่าดีไซเนอร์ออกแบบได้อย่างยอดเยี่ยมและมองในวงกว้าง


เปาโล ปิวาผู้ออกแบบนั้นเกิดเมื่อปี 1950 ที่อาเดรีย ร่ำเรียนด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยเวนิซ ออกมาทำการวิจัยจนสามารถสร้างชื่อจากโปรเจคท์ “WIG 74” ได้สำเร็จ โดดเด่นทั้งการลงแข่งขันทางด้านี้ที่เมืองเวียนนา ประเทศออเตรีย และเมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี


ปี 1980 ได้รับเชิญไปออกแบบสถานทูตคูเวตประจำกรุงโดฮา ประเทศการ์ตา นอกจากจะเก่งเรื่องการออกแบบเฟอร์นิเจอร์แล้ว เขายังเป็นนักออกแบบที่เก่งกาจในสาขาอุตสาหกรรมหลาย ๆ อย่าง จนปัจจุบันมีบรษัทมากมายของตนเองทั้งในยุโรปและอเมริกา