1) การใช้สีเดียว แต่ไล่น้ำหนักอ่อนแก่ ซึ่งให้ความรู้สึกเป็นเอกภาพ โล่งกว้าง ตัวอย่างที่ชัดเจน คือสวนญี่ปุ่น ที่มักนิยมใช้สีเขียวอ่อนแก่ เน้นรูปทรงและผิวสัมผัส โดยพืชพันธุ์ที่เป็นจุดเด่นก็ได้แก่ไผ่ (ให้รูปทรงทางสูง) สน (ให้รูปทรงทางกว้าง) ไม้เลื้อย (ใช้คลุมผิวดิน) และไม้พุ่มสำหรับตัดแต่งเป็นรูปทรงต่าง ๆ มีการใช้องค์ประกอบอื่น ๆ อาทิ กรวด หิน ตอไม้ โอ่ง ไห ซึ่งให้สีที่เป็นสีกลาง เช่น ครีม เท่า น้ำตาลแก่ มาช่วยเสริมให้สวนดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจขึ้น นอกจากนี้สวนแบบไทยมัยก่อนก็ใช้การจัดวิธินี้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นการใช้ไม้ดัดในกระถางตั้งประดับเรือน สวนอีกแบบที่นิยมใช้สีแบบนี้ก็สวนแบบเรขาคณิต (Formal Garden) ที่เน้นความยิ่งใหญ่อลังการ แต่เป็นสวนที่ดูแลรักษาง่าย เพราะต้นไม้ที่ใช้มักเป็นไม้ยืนต้น และไม่ต้องคำนึงถึงแสีสัน ทำให้การเปลี่ยนต้นไม้ทำได้ง่ายทั้งยังสวยนาน ไม่น่าเบื่อ
 
 
 
 2) การใช้สีเดียว แต่เน้นให้สีนั้น ๆ เด่น โดยทั่วไปสีที่ใช้เป็นจุดเด่นมักเป็นสีสดใส เช่น แดง ชมพู ซึ่งจะโดยเด่นก็เมื่อยามออกดอก ซึ่งก็ได้แก่สวนทั่ว ๆ ไปที่ใช้ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน หรือไม้ยืนต้นชนิดเดียวปลูกเป็นกลุ่มเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบตามริมทางเดิน ริ่มรั้ว เพื่อเน้นขอบเขนหรือเป็นจุดนำสายตาส่วนสนามก็ปูหญ้าให้เขียวสดใส วิธีนี้นิยมใช้กันทั่วโลก ต้นไม้ที่ควรพิจารณานำมาใช้ก็ได้แก่ ประดู่ ชงโค เสี้ยว ทรงบาดาล ชบา ดอนญ่า บานบุรี ผกากรอง ทองประกายแสด โกสนชนิดต่าง ๆ หูปลาช่น เป็นต้น
 
 
 
 

3) การใช้พืชพันธุ์หลากสีคละกัน เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจ สวนลักษณะนี้เป็นได้กับสวนหลายรูปแบบตามจินตนาการ เหมือนการระบายสีบนกระดาษ สวนที่เป็นตัวอย่างของการใช้สีแบบนี้ก็คือ สวนพุ่มแบบอังกฤษที่เน้นการใช้ไม้ดอกล้มลุกที่ให้ดอกดก สีเข้มและสดใส ในการจัดสวนแบบนี้ควรกำหนดให้กินบริเวณกว้าง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเด่นและได้ภาพเต็มตา ส่วนการปลูกต้นไม้ก็ปลูกได้ตามใจ แต่มักนิยมไล่ลำดับความสูงกันไป หรือทำเป็นระดับชั้นแทรกอยู่ตามซอกหิน เป็นต้น โดยพื้นที่ในเขตเมืองที่อากาศร้อนมากกว่าหนาวควรเปลี่ยนมาใช้ไม้ใบหลากสี อาทิ โกสน ใบทอง ใบนาค นาคชมพู นาคดำ ไทนทอง เข็มอินเดียว ฯลฯ ส่นไม้ดอกก็ควรใช้ไม้ดอกยืนต้นจะดีกว่า เพราะให้สีและดอกที่สม่ำเสมอกว่า

 

4) การใช้ต้นไม้หลากชนิดหลากสีสัน ปลูกเป็นแถว (Pattem) สวนแบบนี้พัฒนาขึ้นจากสวนแบบแรขาคณิตมักใช้ในพื้นที่กว้าง เช่น สวนสาธารณะ ลักษณะเหมือนการระบายสีเป็นแถบเป็นริ้วลงบนกระดาษคล้านกับข้อ 3 แต่ยากกว่าตรงที่ต้องกำหนดสีลงตามรูปแบบที่กำหนดให้ชัดเจน สวนแบบนี้ไม่เหมาะสำหรับบ้านขนาดเล็ก ทำได้ยากและดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา

 

ข้อพิจารณาของการใช้สีในสวน

1. ปริมาณของสีต้องพอเหมาะ ม่มากไม่น้อยเกินไป หรือยกเว้นให้สีใดสีหนึ่งเป็นสีเด่น

2. การใช้ลวดลายเส้นที่สมดุลกับพื้นที่และมีความต่อเนื่องสัมพันธ์กัน เช่น อาจมีจุดเริ่มต้นและจุดจบ

3. มีความเหมาะสมกับตัวสถาปัตยกรรมและส่วนใช้สอยอื่น ๆ หมายถึงการพรางข้อด้วยทางสถาปัตยกรรม และเสริมให้ตัวสถาปัตยกรรมโดดเด่นขึ้น

4. รูปแบบของสวนและ / หรือสถาปัตยกรรมมีส่วนโดยตรงที่จะกำหนดว่าเราจะเลือกใช้สีในสวนแบบใด ประเภทใด

 

การดูแลรักษาสวนทั้งสี่ลักษณะดังกล่าวคือว่าไม่แตกต่างกันมากนักตามหลักวิธีการดูแลรักษาทั่วไป แต่มีข้อพิจารณาบ้างดังนี้

1. เน้นการตัดแต่งให้เป็นกลุ่ม เป็นพุ่ม เป็นแนว ไม่ให้ต้นไม้แต่ละชนิดบดบังกัน หรือเติบโตเกินขอบเขตหรือสีที่วางไว้

2. ต้นไม้คลุมดินหรือพุ่มที่ปลูกคละกัน ควรจะแต่งพุ่มทรงแต่ละชนิดด้วย เพื่อเน้นสีของพุ่มแหล่านั้นให้ชัดเจน

3. สวนสีเดียวไล่น้ำหนัก การตัดแต่งต้นไม้แต่ละชนิดให้เป็นพุ่มทรงกลมหรือรูปทรงตามต้องการ เพื่อให้ต้นไม้แต่ละชนิดแตกต่างกันชัดเจน
   เกิดเป็นความงามของรูปทรงใบที่มีสีโทนเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่แสงเงาและรูปทรงต่าง ๆ นั้น
ข้อพิจารณาของการใช้สีในสวน

1. ปริมาณของสีต้องพอเหมาะ ม่มากไม่น้อยเกินไป หรือยกเว้นให้สีใดสีหนึ่งเป็นสีเด่น

2. การใช้ลวดลายเส้นที่สมดุลกับพื้นที่และมีความต่อเนื่องสัมพันธ์กัน เช่น อาจมีจุดเริ่มต้นและจุดจบ

3. มีความเหมาะสมกับตัวสถาปัตยกรรมและส่วนใช้สอยอื่น ๆ หมายถึงการพรางข้อด้วยทางสถาปัตยกรรม และเสริมให้ตัวสถาปัตยกรรมโดดเด่นขึ้น

4. รูปแบบของสวนและ / หรือสถาปัตยกรรมมีส่วนโดยตรงที่จะกำหนดว่าเราจะเลือกใช้สีในสวนแบบใด ประเภทใด

 

การดูแลรักษาสวนทั้งสี่ลักษณะดังกล่าวคือว่าไม่แตกต่างกันมากนักตามหลักวิธีการดูแลรักษาทั่วไป แต่มีข้อพิจารณาบ้างดังนี้

1. เน้นการตัดแต่งให้เป็นกลุ่ม เป็นพุ่ม เป็นแนว ไม่ให้ต้นไม้แต่ละชนิดบดบังกัน หรือเติบโตเกินขอบเขตหรือสีที่วางไว้

2. ต้นไม้คลุมดินหรือพุ่มที่ปลูกคละกัน ควรจะแต่งพุ่มทรงแต่ละชนิดด้วย เพื่อเน้นสีของพุ่มแหล่านั้นให้ชัดเจน

3. สวนสีเดียวไล่น้ำหนัก การตัดแต่งต้นไม้แต่ละชนิดให้เป็นพุ่มทรงกลมหรือรูปทรงตามต้องการ เพื่อให้ต้นไม้แต่ละชนิดแตกต่างกันชัดเจน
   เกิดเป็นความงามของรูปทรงใบที่มีสีโทนเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่แสงเงาและรูปทรงต่าง ๆ นั้น
ข้อพิจารณาของการใช้สีในสวน
 

1. ปริมาณของสีต้องพอเหมาะ ม่มากไม่น้อยเกินไป หรือยกเว้นให้สีใดสีหนึ่งเป็นสีเด่น

2. การใช้ลวดลายเส้นที่สมดุลกับพื้นที่และมีความต่อเนื่องสัมพันธ์กัน เช่น อาจมีจุดเริ่มต้นและจุดจบ

3. มีความเหมาะสมกับตัวสถาปัตยกรรมและส่วนใช้สอยอื่น ๆ หมายถึงการพรางข้อด้วยทางสถาปัตยกรรม และเสริมให้ตัวสถาปัตยกรรมโดดเด่นขึ้น

4. รูปแบบของสวนและ / หรือสถาปัตยกรรมมีส่วนโดยตรงที่จะกำหนดว่าเราจะเลือกใช้สีในสวนแบบใด ประเภทใด

การดูแลรักษาสวน
การดูแลรักษาสวนทั้งสี่ลักษณะดังกล่าวคือว่าไม่แตกต่างกันมากนักตามหลักวิธีการดูแลรักษาทั่วไป แต่มีข้อพิจารณาบ้างดังนี้

1. เน้นการตัดแต่งให้เป็นกลุ่ม เป็นพุ่ม เป็นแนว ไม่ให้ต้นไม้แต่ละชนิดบดบังกัน หรือเติบโตเกินขอบเขตหรือสีที่วางไว้

2. ต้นไม้คลุมดินหรือพุ่มที่ปลูกคละกัน ควรจะแต่งพุ่มทรงแต่ละชนิดด้วย เพื่อเน้นสีของพุ่มแหล่านั้นให้ชัดเจน

3. สวนสีเดียวไล่น้ำหนัก การตัดแต่งต้นไม้แต่ละชนิดให้เป็นพุ่มทรงกลมหรือรูปทรงตามต้องการ เพื่อให้ต้นไม้แต่ละชนิดแตกต่างกันชัดเจน
   เกิดเป็นความงามของรูปทรงใบที่มีสีโทนเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่แสงเงาและรูปทรงต่าง ๆ นั้น