ซึ่งเป็นการร่วมสมัยระหว่างยายกับหลาน
ครั้นจะเปลี่ยนแปลงเงินกงสีก็มีไว้สำหรับต่อยอดทำมาหากิน
ที่บรรพบุรุษปูทางไว้ให้
ไม่ได้มีเพื่อตอบสนองความงามแบบคนรุ่นใหม่ที่ชอบสีสันและรักการเปลี่ยนแปลงเสียด้วย
เล่านิยาย (ในชีวิตจริง)
มาเสียยาวก็เพื่อจะแสดงให้เห็นความรู้สึกของคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงห้อง
แต่ติดที่งบประมาณที่จำกัด
แล้วอยากเปลี่ยนแปลงแบบชนิดจอขาวดำเป็นจอสีว่ายังงั้น ไหนจะค่าวัสดุ
ค่าแรง ก็ปรับขึ้นราคาตามน้ำมันกันใหญ่ สินค้าสำเร็จรูปต่างๆ
ก็มีดีไซน์ที่ยั่วยวนให้เป็นหนี้บัตรเครดิตทบเดือนแล้วเดือนเล่า
"color up your home" ในวารสาร "COLOR & feeling" ของบริษัท ทีโอเอ
เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำการปรับปรุงห้องเดิมๆ
ให้มีสีสันในงบประมาณที่จำกัดเอาไว้อย่างนี้
การเปลี่ยนสีห้อง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
และเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดสุด ซ้ำยังสามารถทำเองได้
ไม่ต้องเสียค่าแรงให้ช่างด้วย
เพียงรวมกำลังครอบครัวทำเป็นกิจกรรมในวันหยุด ตามนโยบายรัฐ
ซึ่งจะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัวได้อีกด้วย
แต่อย่าทะเลาะกันเพราะการเลือกสีแล้วกัน
เพราะตอนนี้บางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเครื่องผสมสี TOA COLOR WORLD
ได้ติดตั้งโปรแกรมเปลี่ยนสีบ้าน ide@color
เพื่อทดลองเปลี่ยนสีห้องได้ตามใจชอบก่อนตัดสินใจทาสีจริง
การเลือกสีให้กับห้องควรดูความเหมาะสม เช่น ห้องนอน
ควรเป็นสีที่สบายตาชวนพักผ่อน สายตาที่หลับมานานกว่า 6-8 ชั่วโมง
ตื่นมาก็ควรพบกับสีอ่อน หรือถ้าเข้มก็ควรเป็นสีโทนเย็น ไม่แสบตา
ส่วนห้องรับแขก และรับประทานอาหาร ค่อนข้างจะอิสระในการเลือกสี
เพราะอยู่ส่วนภายนอกจะสีสันสดใสเพียงใดก็ได้ มักจะตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน
แต่ถ้ามีการเล่นสีสด จะให้ดูดีควรเป็นปริมาณ 1 ใน 3 หรือ 4
ของพื้นที่ห้องทั้งหมด เพื่อดูสบายตาและสามารถทำกิจกรรมในห้องได้นาน
(ตามหลักจิตวิทยาเรื่องสี)
การเลือกคู่สีทำได้ทั้งสีโทนใกล้ด้วยกัน อย่าง สีเขียวกับสีฟ้า
สีเหลืองกับสีเขียว สีส้มกับสีเหลือง
ส่วนที่คู่ตรงข้ามอย่างสีม่วงกับสีเหลือง สีส้มกับสีน้ำเงิน ก็ทำได้
แต่ควรให้สีใดสีหนึ่งมีความเข้มของสีน้อยกว่า และใช้ใน*** ส่วนที่แตกต่างกันอย่าง 1 ต่อ 4
ตัวอย่างที่จัดมาให้ดูเป็นการปรับปรุงห้องรับแขก
ด้วยการเปลี่ยนสีผนังเดิมซึ่งเป็นสีขาวให้เป็นสีเหลืองที่มีการผสมสีขาวลงในแม่สี
และใช้สีเขียวสดในระนาบของผนังด้านหนึ่งเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับห้อง
และในวงกบและบานกรอบหน้าต่าง
เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผนังสีเขียวอีกด้าน
หรือการใช้สีทาเฟอร์นิเจอร์ชั้นวางของเก่าให้กลายเป็นของใหม่
โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อของใหม่ และหาที่เก็บของเก่าให้วุ่นวาย
จากนั้นแต่งหน้าเติมปากอีกเล็กน้อย ด้วยการเปลี่ยนผ้าคลุมชุดโซฟา
หาผ้ามีสีสันสักผืนตกแต่ง หรือการทำโคมไฟง่ายๆ ด้วยผ้า
เพียงเท่านี้ห้องซีดๆ ห้องเดิมก็ฟื้นขึ้นมามีชีวิตชีวาได้ด้วยวิธีง่ายๆ
ใช้ทุนน้อยใช้แรงมากหน่อยแต่ก็คุ้มค่าเหนื่อย
และถ้าหากเป็นคนขี้เบื่อในช่วงเวลาสั้นๆ ละก็
แนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเปลี่ยนของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ
อย่างพวกโคมไฟ แจกัน พรมไปก่อน
จนรู้สึกว่าถึงเวลาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้วค่อยมารวมพลครอบครัวทาสีกันอีกครั้ง
เห็นเป็นวิธีง่ายๆ ก็อย่าเปลี่ยนสีกันทุกเดือนแล้วกัน
เดี๋ยวจะไม่มีคนในครอบครัวเหลือ เล่นใช้แรงงานกันเป็นว่าเล่นขนาดนี้

บ้านสไตล์บอฮอทรอปิคอลที่มีวิวและกว่างงาม
สองแบบบ้านสไตล์โบฮีเมืองร้อนที่มีสระว่ายน้ำ แผนผังการใช้แสงที่อบอุ่น เปิดให้เห็นภายในด้วยหอบเหวี่ยง อุปกรณ์ตกแต่งธรรมชาติและการแต่งห้องที่สวย...












