![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
“เราบอกว่าอยากได้บ้านที่อยู่บนเนิน อยากได้สวนที่อยู่ได้นาน ดูแลง่าย สามารถมองเห็นสวนได้จากทุกมุมในบ้าน โดยคำนึงถึงโครงสร้างภายนอกของบ้านและการตกแต่งภายในควบคู่ไปกับการจัดสวน เสริมให้ภาพรวมทั้งหมดของบ้านดูสอดรับกันอย่างลงตัว ตรงไหนเด่นตรงไหนด้อยก็ช่วยกันปรับ เช่น ห้องนั่งเล่นในบ้านก็กรุกระจกเพื่อเปิดมุมมองออกไปเห็นสวนสวย ขณะเดียวกันก็ใช้ต้นไม้พรางตัวบ้าน สร้างความเป็นส่วนตัว”
ความใส่ใจในรายละเอียดของผู้ออกแบบทำให้แบบสวนเป็นที่พึงพอใจของเจ้าของบ้าน การันตีได้จากน้ำเสียงและสีหน้าของผู้เป็นเจ้าของ
“แทบไม่ต้องปรับแบบเลย มีแค่ตอนเลือกวัสดุที่ใช้ในสวนซึ่งทีมงานก็นำมาให้เราเลือก ส่วนพรรณไม้ที่ระบุกับนักจัดสวนคือ ขอเน้นพวกไม้ทรอปิคัล เช่น เฮลิโคเนีย พลับพลึง กระดาด เพราะชอบรูปทรงที่สวยงามของใบและดอก แถมเรายังตัดมาประดับบ้านได้ด้วย ถือว่าดีมาก ตั้งแต่จัดสวนเสร็จจนถึงตอนนี้ก็มีการเปลี่ยนต้นไม้เฉพาะส่วนด้านหน้าบ้านเท่านั้น เพราะตอนที่ลงไม้ใหญ่ ต้นยังไม่โต แต่ตอนนี้ต้นโตมาก ทำให้ไม้ด้านล่างไม่ได้แสง”
คุณอารักษ์ อุยยามะพันธุ์ Deputy Managing Director ของ Landscape Architects 49 Limited บอกถึงแนวคิดในการออกแบบสวนแห่งนี้ว่า
“เริ่มจากการวิเคราะห์ที่ดินซึ่งมีลักษณะยาว มีบ้านอยู่ตรงกลางพื้นที่ ลักษณะของบ้านเมื่อมองจากถนนจะรู้สึกเหมือนบ้านชั้นเดียวตั้งอยู่บนเนิน แต่ถ้ามองจากด้านหลังจะเห็นเป็นบ้านสองชั้น เราแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วนคือ ส่วนด้านหน้า กำหนดตัวบ้านเป็นจุดหลัก แล้วถ่ายระดับจากถนนไปถึงตัวบ้าน เน้นการถ่ายระดับที่นุ่มนวล โดยให้เนินต่างๆสร้างมุมมองในการเข้าถึงบ้าน และเน้นการวางสเปซของต้นไม้ เช่น ด้านที่ติดริมถนนใหญ่ซึ่งมีการสัญจรค่อนข้างมาก เลือกใช้พรรณไม้ที่ช่วยกรองเสียงจากถนนและสกรีนมุมมองให้ภายในบ้านเกิดความเป็นส่วนตัว บริเวณป้อมยามตรงริมรั้วปลูกต้นจามจุรีซึ่งแผ่กิ่งก้านกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ช่วยบังตัวบ้านได้อย่างดี”
“ส่วนกลาง ได้แก่ บริเวณคอร์ตกลางบ้านซึ่งเป็นส่วนเชื่อมต่อตัวบ้านรับรอง บ้าน และสระว่ายน้ำให้ต่อเนื่องและกลมกลืนกัน โดยใช้เนินและทางเดินลัดเลาะเป็นตัวเชื่อมต่อชั้นบนของบ้านไปยังใต้ถุนบ้านด้านล่าง ส่วนพรรณไม้เลือกใช้ปาล์มเพื่อให้บริเวณนี้ดูโดดเด่น นอกจากนี้ยังปลูกต้นปีบไปจนถึงส่วนพักรถ เพราะเมื่อถึงฤดูออกดอกจะส่งกลิ่นหอมเหมือนเป็นการต้อนรับแขก”
“ส่วนสุดท้ายคือ ส่วนหลังบ้าน ไฮไลท์คือเนินสนามกอล์ฟพาร์สาม โดยมีศาลากลางสระน้ำเป็นจุดจบสายตา มีฉากหลังเป็นต้นโพธิ์ต้นใหญ่ซึ่งเป็นไม้เดิมในพื้นที่ ด้านหลังสุดริมรั้วปลูกไม้ที่รับประทานได้ รวมถึงใช้พรรณไม้ที่ปลูกได้ดีทางภาคเหนือ เช่น เสี้ยวดอกขาว”
“ส่วนการวางระบบไฟในสวน เราแบ่งเป็นสามส่วนเช่นเดียวกัน คือ ไฟที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ไฟทางเดิน (Bollard) ที่วางขนานตัวถนนไปยังส่วนพักรถ และบริเวณคอร์ตกลางบ้าน ส่วนที่สองใช้ในกรณีรับรองแขก โดยติดตั้งไฟอัพไลต์และดาวน์ไลต์ไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งไฟจะสว่างเป็นบางจุด เพื่อสร้างบรรยากาศรอบๆบ้านและศาลา และเน้นจังหวะการวางเพื่อให้เห็นความลึกของพื้นที่ ส่วนที่สามคือหากเจ้าของบ้านจัดงานใหญ่ก็จะใช้ไฟเสาสูงคอยส่องสว่างให้พื้นที่รอบบ้าน ซึ่งก็จะช่วยส่องให้เนินที่มีความลาดชันต่างกันมีมิติของการส่องสว่างที่ต่างกันด้วย และในกรณีที่เกิดเหตุร้าย เช่น ขโมยเข้าบ้าน ถ้าเจ้าของกดสัญญาณกันขโมย ไฟนี้ก็จะติดทันที”
เสียงชัตเตอร์ของภาพสุดท้ายดังขึ้น แสดงให้รู้ว่าการถ่ายคอลัมน์สวนในวันนี้จบลงแล้ว เมื่อขอบคุณและล่ำลาเจ้าของบ้านเสร็จเรียบร้อย เราก็ขึ้นรถกลับ ระหว่างที่รถแล่นผ่านมาตามทางเดิมที่เราเข้ามาในตอนแรก เราหันกลับไปมองตัวบ้านอีกครั้ง ภาพของแสงไฟจากภายในบ้านค่อยๆเลือนหายไปกับเนินน้อยใหญ่ที่ขวางหน้า พร้อมกับแสงแดดสุดท้ายของวัน ถือเป็นการปิดฉากสวนแห่งนี้อย่างงดงาม























