ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดาร ด้วยงานประณีตศิลป์ ทุกๆแขนง และเป็นที่รวบรวมงานศิลปะทั้งมวล พื้นที่รวมของพระราชวังมีมากกว่า 110,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ พื้นที่ใหญ่โตโดยรอบของพระราชวังนี้มีขนาดถึง 37,480 ไร่ มีทะเลสาบขนาดใหญ่ มีการขุดคลองไปยังแม่น้ำแซน มีสวนดอกไม้ น้ำตก น้ำพุ มากมาย






เนื่องด้วยแต่เดิม บริเวณปราสาทแวร์ซายส์นี้ จะใช้เป็นที่พักในการล่าสัตว์ เพราะอยู่ห่างเขตเมืองไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เพียง 18 กิโลเมตร กษัตริย์หลุยส์ ๑๓ ทรงให้ต่อเติม และกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 ทรงประทับที่ปราสาทแห่งนี้ ทรงบูรณะและโปรดให้ อองเดร เลอ โนทต์ (Andre Le Notre) ออกแบบสร้างสวน ที่สวยงามโดดเด่นด้วยรูปแบบกราฟฟิค สวนแบบฝรั่งเศสนั้นจะตัดแต่งต้นไม้เป็นพุ่มทรงกรวย และรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ และปลูกไม้ดอกคลุมพื้น โดยไม่ได้เน้นความงามที่สีสันของดอกไม้ หากแต่อยู่ที่พุ่มไม้ที่ตัดแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิตนี้ แล้วแซมด้วยสวนแบบอังกฤษที่ปล่อยให้รกเรื้อตามธรรมชาติโดยไม่ตัดแต่ง จุดเด่นของสวนอีกประการหนึ่งคือ บรรดารูปปั้นเทพกรีกต่างๆ และอ่างน้ำพุ ที่วางตั้งเป็นระยะๆ บริเวณสวนนี้กว้างใหญ่มาก ถ้าเดินชมวันเดียวคงจะเที่ยวได้ไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีสวนส้มและสวนสี่ฤดู อยู่ด้านซ้ายสองฤดู และอีกสองฤดูอยู่ด้านขวา ในบริเวณแต่ละฤดู มีรูปปั้นกลางอ่างน้ำที่เป็นเทพประจำฤดู เล่ากันว่ากษัตริย์หลุยส์ ๑๔ ทรงโปรดปรานสวนนี้มากกว่าตัวปราสาทเสียอีก







ส่วนคลองใหญ่ (Le Grand Canal) จะอยู่ด้านหลังของพระราชวัง โดยห้องพักของเจ้านายจะอยู่ด้านที่มองเห็นสวน ส่วนห้องที่เห็นลานกว้างด้านหน้านั้นเป็นที่พักอาศัยของข้ารับใช้ ต่างกับการวางผังแบบตะวันออก ที่ชอบให้สวนและน้ำอยู่ด้านหน้ามากกว่าด้านหลัง


พระนางมารี-อองตัวแน็ต









นอกจากส่วนตำหนักใหญ่และสวนนี้แล้ว น้อยคนนักที่จะรู้จัก หมู่บ้านชนบท ของพระนางมารี-อองตัวแน็ต (Marie Antoinette) ที่ตั้งอยู่ปลายพระราชวังอีกด้านหนึ่ง เป็นหมู่บ้านชนบทแบบฝรั่งเศส ที่เรียกว่า Hameau ออกแบบโดย มีเกอ (Mique) ในปีค.ศ.1783 โดยถอดแบบและสร้างสรรค์บรรยากาศ ให้สวยงาม มีเสน่ห์แบบชนบท ที่นี่ พระนางมารี-อองตัวแน็ต โปรดให้สร้างไว้ เพื่อหลีกหนีแสงสีและกลิ่นควัน ในพระตำหนักหลังใหญ่อันหรูหรานั่นเอง ลองนึกภาพดูว่าสมัยก่อน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ การจุดโคมไฟแบบแชนเดอเลียช่อใหญ่ ที่ต้องใช้เทียนไขช่อละหลายสิบเล่ม เต็มไปหมดนั้น นอกจากความสว่างไสว แพรวพราวแล้ว ควันที่เกิดจากเปลวเทียน ย่อมมีปริมาณไม่ใช่น้อย อากาศที่หนาวเย็น ก็ทำให้ไม่สามารถระบายถ่ายเทอากาศได้ดี จึงต้องสร้างความอึดอัดให้กับผู้อยู่ มากกว่าความสบาย







บริเวณบ้านไร่ชนบทของ พระนางมารี-อองตัวแน็ต นั้น ประกอบด้วยบ้านหลังเล็กหลังน้อยหลายหลัง การที่พระนางมารี-อองตัวแน็ต หลบความหรูหราและผู้คนมาใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนในบริเวณนี้ ทำให้ราชินีและนางในสนุกสนานกับชีวิตชาวไร่ที่จำลองมาในสวน Hameau นี้มาก ในบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Petit Trianon ตำหนักที่กษัตริย์หลุยส์ ๑๕ ทรงสร้างให้พระสนมคือ มาดามเดอ ปอมปาดูร์ (Madame de Pompadour) อยู่ แต่ต่อมาก็เป็นตำหนักที่พระนาง มารี-อองตัวแน็ต โปรดมาก ปัจจุบันสภาพดังกล่าวก็ยังคงมีบรรยากาศเช่นในอดีตไม่ผิดเพี้ยน มีที่นั่งใต้ร่มไม้ริมหนองน้ำ มีหงส์และเป็ดแหวกว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางกลางกอบัว











นอกจากจะใช้เปลี่ยนอิริยาบถแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ทดลองและพัฒนาด้านเกษตรกรรมอีกด้วย แต่ประชาชนไม่เข้าใจ และกลับมองว่าพระนางทรงใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เพื่อความสำราญส่วนพระองค์เท่านั้น จนเป็นสาเหตุแห่งการปฏิวัติในที่สุด เมื่อปีค.ศ.1781 พระราชวังแวร์ซายส์ถูกบุกเข้ามาทำลายลงบางส่วน พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนาง มารี-อองตัวแน็ต ถูกจับกุมตัวไป และถูกประหารชีวิตในที่สุด