

เนื่องด้วยแต่เดิม
บริเวณปราสาทแวร์ซายส์นี้ จะใช้เป็นที่พักในการล่าสัตว์
เพราะอยู่ห่างเขตเมืองไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เพียง 18 กิโลเมตร
กษัตริย์หลุยส์ ๑๓ ทรงให้ต่อเติม และกษัตริย์หลุยส์ที่ 14
ทรงประทับที่ปราสาทแห่งนี้ ทรงบูรณะและโปรดให้ อองเดร เลอ โนทต์ (Andre Le
Notre) ออกแบบสร้างสวน ที่สวยงามโดดเด่นด้วยรูปแบบกราฟฟิค
สวนแบบฝรั่งเศสนั้นจะตัดแต่งต้นไม้เป็นพุ่มทรงกรวย และรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ
และปลูกไม้ดอกคลุมพื้น โดยไม่ได้เน้นความงามที่สีสันของดอกไม้
หากแต่อยู่ที่พุ่มไม้ที่ตัดแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิตนี้
แล้วแซมด้วยสวนแบบอังกฤษที่ปล่อยให้รกเรื้อตามธรรมชาติโดยไม่ตัดแต่ง
จุดเด่นของสวนอีกประการหนึ่งคือ บรรดารูปปั้นเทพกรีกต่างๆ และอ่างน้ำพุ
ที่วางตั้งเป็นระยะๆ บริเวณสวนนี้กว้างใหญ่มาก
ถ้าเดินชมวันเดียวคงจะเที่ยวได้ไม่ทั่วถึง
นอกจากนี้ยังมีสวนส้มและสวนสี่ฤดู อยู่ด้านซ้ายสองฤดู
และอีกสองฤดูอยู่ด้านขวา ในบริเวณแต่ละฤดู
มีรูปปั้นกลางอ่างน้ำที่เป็นเทพประจำฤดู เล่ากันว่ากษัตริย์หลุยส์ ๑๔
ทรงโปรดปรานสวนนี้มากกว่าตัวปราสาทเสียอีก



ส่วนคลองใหญ่
(Le Grand Canal) จะอยู่ด้านหลังของพระราชวัง
โดยห้องพักของเจ้านายจะอยู่ด้านที่มองเห็นสวน
ส่วนห้องที่เห็นลานกว้างด้านหน้านั้นเป็นที่พักอาศัยของข้ารับใช้
ต่างกับการวางผังแบบตะวันออก
ที่ชอบให้สวนและน้ำอยู่ด้านหน้ามากกว่าด้านหลัง

พระนางมารี-อองตัวแน็ต




นอกจากส่วนตำหนักใหญ่และสวนนี้แล้ว
น้อยคนนักที่จะรู้จัก หมู่บ้านชนบท ของพระนางมารี-อองตัวแน็ต (Marie
Antoinette) ที่ตั้งอยู่ปลายพระราชวังอีกด้านหนึ่ง
เป็นหมู่บ้านชนบทแบบฝรั่งเศส ที่เรียกว่า Hameau ออกแบบโดย มีเกอ (Mique)
ในปีค.ศ.1783 โดยถอดแบบและสร้างสรรค์บรรยากาศ ให้สวยงาม มีเสน่ห์แบบชนบท
ที่นี่ พระนางมารี-อองตัวแน็ต โปรดให้สร้างไว้
เพื่อหลีกหนีแสงสีและกลิ่นควัน ในพระตำหนักหลังใหญ่อันหรูหรานั่นเอง
ลองนึกภาพดูว่าสมัยก่อน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ การจุดโคมไฟแบบแชนเดอเลียช่อใหญ่
ที่ต้องใช้เทียนไขช่อละหลายสิบเล่ม เต็มไปหมดนั้น นอกจากความสว่างไสว
แพรวพราวแล้ว ควันที่เกิดจากเปลวเทียน ย่อมมีปริมาณไม่ใช่น้อย
อากาศที่หนาวเย็น ก็ทำให้ไม่สามารถระบายถ่ายเทอากาศได้ดี
จึงต้องสร้างความอึดอัดให้กับผู้อยู่ มากกว่าความสบาย



บริเวณบ้านไร่ชนบทของ
พระนางมารี-อองตัวแน็ต นั้น ประกอบด้วยบ้านหลังเล็กหลังน้อยหลายหลัง
การที่พระนางมารี-อองตัวแน็ต
หลบความหรูหราและผู้คนมาใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนในบริเวณนี้
ทำให้ราชินีและนางในสนุกสนานกับชีวิตชาวไร่ที่จำลองมาในสวน Hameau นี้มาก
ในบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Petit Trianon ตำหนักที่กษัตริย์หลุยส์ ๑๕
ทรงสร้างให้พระสนมคือ มาดามเดอ ปอมปาดูร์ (Madame de Pompadour) อยู่
แต่ต่อมาก็เป็นตำหนักที่พระนาง มารี-อองตัวแน็ต โปรดมาก
ปัจจุบันสภาพดังกล่าวก็ยังคงมีบรรยากาศเช่นในอดีตไม่ผิดเพี้ยน
มีที่นั่งใต้ร่มไม้ริมหนองน้ำ
มีหงส์และเป็ดแหวกว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางกลางกอบัว





นอกจากจะใช้เปลี่ยนอิริยาบถแล้ว
ที่นี่ยังเป็นที่ทดลองและพัฒนาด้านเกษตรกรรมอีกด้วย แต่ประชาชนไม่เข้าใจ
และกลับมองว่าพระนางทรงใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
เพื่อความสำราญส่วนพระองค์เท่านั้น จนเป็นสาเหตุแห่งการปฏิวัติในที่สุด
เมื่อปีค.ศ.1781 พระราชวังแวร์ซายส์ถูกบุกเข้ามาทำลายลงบางส่วน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนาง มารี-อองตัวแน็ต ถูกจับกุมตัวไป
และถูกประหารชีวิตในที่สุด













