**ก้าวแรกสู่วงการ-แจ้งเกิดเวทีโลก
| ||||||||
ช่วง 15 ปีแรก ตลาดของโยธกาส่งออกต่างประเทศทั้งหมด ทำให้แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติก่อนคนในประเทศ ซึ่งความสำเร็จที่ผ่านมา ทำให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับในฐานะสินค้าตัวแทนตะวันออก แม้แต่ดีไซเนอร์ชั้นนำในอิตาลี นักแสดงดังระดับโลก ก็เคยสั่งซื้อสินค้าจากโยธกา ช่วงที่ประสบความสำเร็จสูงสุด เคยมียอดใช้วัสดุผักตบชวามาผลิต กว่า 2 หมื่นมัดต่อเดือน ( 1 มัดยาว 30 เมตร) ปัจจุบัน ได้ขยายสู่ตลาดในประเทศบ้าง ทว่า ตลาดหลักมากกว่า 90% ยังส่งออกไปกว่า 48 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดเน้นลูกค้าระดับกลางบน โดยเฉพาะแถบยุโรป ผลประกอบการเมื่อปีที่ผ่านมา (2550) กว่า 110 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะโตขึ้นอีกในปีนี้ | ||||||||
“ต้องยอมรับว่าในสายตาต่างชาติ สินค้าไทยเป็นเกรด C ราคาถูก ทำได้แค่ก๊อปปี้ เราต้องอย่าหลอกตัวเอง คนต่างชาติรู้จักเมืองไทยแค่ประตูน้ำกับพัฒน์พงษ์ ดังนั้น ระยะแรกที่บอกว่า Made in Thailand เขาจะไม่รับซื้อ แต่ผมก็ยืนยันที่จะใช้แบรนด์ตัวเอง และไม่รับจ้างผลิต ใช้ผลงานเป็นตัวพิสูจน์คุณภาพ ถึงวันนี้ ผมกล้าพูดว่าแบรนด์นี้ลูกค้าวางใจทั้งเรื่องดีไซน์และคุณภาพ” สำหรับการออกแบบ สุวรรณยังเป็นหัวใจหลักในการวางแนวทางสินค้า จุดเด่นด้านดีไซน์ คือ รูปทรงเรียบง่ายร่วมสมัย ดูเป็นสากล ใช้งานได้สะดวก พร้อมกับรายละเอียดของหัตถกรรมที่โดดเด่น เมื่อมองแล้วบ่งบอกให้รู้ว่า เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโยธกา | ||||||||
นอกจากเฟอร์นิเจอร์ผักตบชวาแล้ว โยธกาได้พัฒนาสินค้าใหม่ต่อยอดจากองค์ความรู้เดิม โดยใช้วัสดุอื่นๆ ผลิตไม่ว่าจะเป็นย่านลิเภา พลาสติกพีอีรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม กระดาษใยสัปปะรด ผ้าทอ ฯลฯ รวมแล้วมีสินค้ามากกว่า 200 รายการ เพราะอยากให้สินค้าหลากหลายตอบสนองความต้องการของตลาด และที่สำคัญ พัฒนาเพื่อหนีคู่แข่งเลียนแบบ เจ้าของธุรกิจ เล่าประเด็นนี้ให้ฟังว่า เนื่องจากโยธกาเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ผักตบชวารายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งประสบความสำเร็จในตลาดส่งออก หนีไม่พ้นจะมีผู้ผลิตทั้งใน และต่างประเทศ อย่างจีน และเวียดนาม ผลิตสินค้าเลียนแบบแล้วขายตัดราคาเกือบครึ่ง หนทางแก้ป้องกันปัญหา สินค้าทุกชิ้นจดอนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรคุ้มครองไว้ นอกจากนั้น ออกแบบและพัฒนาสินค้าใหม่สู่ตลาดอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอไม่ให้คู่แข่งสามารถตามทันได้ นอกจากนั้น การปรับตัวสู้เงินบาทแข็ง เตรียมพร้อมล่วงหน้ามานานแล้ว โดยโยธกา ปรับให้การซื้อขายกับคู่ค้าเป็นเงินบาท ตั้งแต่ 3-4 ปีก่อน ดังนั้น วันนี้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นก็ไม่กระทบกับธุรกิจมากนัก | ||||||||
ด้านการบริหารธุรกิจนั้น สุวรรณ เล่าว่า ยึดหลักซื่อตรงกับลูกค้า ให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ส่วนการปฏิบัติต่อคู่ค้าทุกรายยึดหลักจริยธรรมตรงไปตรงมา ทำธุรกิจอย่างโปร่งใส ขณะที่การดูแลพนักงานให้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข ไม่ทำงานแบบเจ้านายกับลูกค้า แต่อยู่กันเหมือนครอบครัวเดียวกัน ซึ่งจากการบริหารงานที่ผ่านมา รวมถึง ความสำเร็จอันเป็นตัวอย่างของเอสเอ็มอีไทยที่เข้มแข็งได้ด้วยตัวเอง โยธกาจึงกวาดรางวัลยกย่องผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยมาเกือบทุกรางวัลแล้ว ล่าสุด คือ รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปี 2551 จากสถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ส่งเข้าประกวด สุดท้าย สุวรรณแนะนำเอสเอ็มอีทั้งในสาขาเดียวกัน และสาขาอื่น ถึงแนวทางจะทำธุรกิจให้อยู่รอด ขอให้ยึด ผลิตสินค้าหรือให้บริการ เน้นคุณภาพในราคาที่เหมาะสม จะช่วยให้ธุรกิจอยู่ได้แบบยั่งยืน “ของดีราคาถูก ใครๆ ก็ชอบ แต่มันยากที่จะทำได้ ดังนั้น คนชอบพูดกันว่า ของดีราคาถูกมีที่ไหน ของแพงเท่านั้นที่ดี แต่ผมอยากให้เอสเอ็มอี ขายของดี ในราคาที่สมเหตุสมผล ให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกว่า เขาได้ใช้สินค้าที่คุ้มค่า ในราคาเหมาะสม ธุรกิจของคุณจะอยู่ได้แบบยั่งยืน” | ||||||||
|

บ้านสไตล์บอฮอทรอปิคอลที่มีวิวและกว่างงาม
สองแบบบ้านสไตล์โบฮีเมืองร้อนที่มีสระว่ายน้ำ แผนผังการใช้แสงที่อบอุ่น เปิดให้เห็นภายในด้วยหอบเหวี่ยง อุปกรณ์ตกแต่งธรรมชาติและการแต่งห้องที่สวย...












