ที่จริงการสร้างบ้านธรรมชาติ แบบมีหลังคาธรรมชาติ
(ขอเรียกทับศัพท์ว่าหลังคาเขียว เลยแล้วกัน) ด้วยนี่
เขาก็มีพัฒนาการมานานพอสมควร ในประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะที่หมู่เกาะ Faroes
จะมีการสร้างบ้านหลังคาเขียวกันมากเลยทีเดียว แม้จะเป็นบ้านแบบธรรมดา
หรือบ้านแบบสมัยใหม่ ก็นิยมทำกัน
โดยส่วนใหญ่ก็จะปลูกหญ้ากันแบบเป็นสนามหญ้าเลย
พอยาวก็ใช้เครื่องตัดหญ้าขึ้นไปตัดกันหน้าตาเฉย เหมือนไม่ใช่เรื่องแปลก
หลังคาเขียวนี่เขาแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ แบบ intensive และ extensive
คือแบบหนา และแบบบาง



หลังคาแบบหนา
จะทำโดยใช้ดินที่หนามากกว่า 1 ฟุต
และโครงหลังคาก็ต้องใช้โครงสร้างพิเศษเพื่อรับน้ำหนักดินทั้งหมดนี้
หลังคาแบบนี้จะปลูกต้นไม้ต่างๆได้หลากหลายมาก แต่ก็ต้องดูแลกันเป็นอย่างดี
จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมกันมากเท่าใด
หลังคาแบบบาง จะมีความหนาของดินน้อยกว่า แค่ 2-4 นิ้วเท่านั้นก็พอ ในยุโรปนี่เขาทำกันมานานกว่า 50 ปีแล้ว ตอนนี้ถึงเริ่มเข้าไปแพร่หลายในอเมริกา ในต่างประเทศนี่บางที่เขาใช้หลังคาเขียวเพื่อดูดซับน้ำฝน และช่วยยืดอายุโครงหลังคาให้คงทนขึ้น แต่ที่เห็นประโยชน์ชัดเจน คือการลดอุณหภูมิภายในบ้าน หรืออาคาร ช่วยสร้างออกซิเจนให้กับสภาพแวดล้อม บางทีนกก็ได้อาศัยมาสร้างรัง แต่ที่เอาแพะ แกะขึ้นไปเลี้ยงกันนี่ มันก็ทำเกินไป...เพ่ สงสัยขี้เกียจตัดหญ้า!!!
หลังคาแบบบาง จะมีความหนาของดินน้อยกว่า แค่ 2-4 นิ้วเท่านั้นก็พอ ในยุโรปนี่เขาทำกันมานานกว่า 50 ปีแล้ว ตอนนี้ถึงเริ่มเข้าไปแพร่หลายในอเมริกา ในต่างประเทศนี่บางที่เขาใช้หลังคาเขียวเพื่อดูดซับน้ำฝน และช่วยยืดอายุโครงหลังคาให้คงทนขึ้น แต่ที่เห็นประโยชน์ชัดเจน คือการลดอุณหภูมิภายในบ้าน หรืออาคาร ช่วยสร้างออกซิเจนให้กับสภาพแวดล้อม บางทีนกก็ได้อาศัยมาสร้างรัง แต่ที่เอาแพะ แกะขึ้นไปเลี้ยงกันนี่ มันก็ทำเกินไป...เพ่ สงสัยขี้เกียจตัดหญ้า!!!

ชั้นบนสุดของหลังคาเขียวจะนิยมใช้พืชคลุมดินที่เรียกว่า
sedum เป็นพืชที่โตช้า ระบบรากตื้น และมีความทนทานสูง
แล้วยังมีหลายพันธุ์หลายสีอีกด้วย
มันเป็นพืชที่มีขนาดจำกัดจึงไม่ต้องดูแลรักษาบ่อยๆ
คือไม่ต้องคอยขึ้นไปตัดนั่นเองดินที่ใช้ทำหลังคา จะเป็นดินน้ำหนักเบา ผสม
vermiculite ที่ยืดหยุ่นตัวได้ดีเมื่อถูกความร้อน
และแร่ธาตุอื่นๆที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของ sedum
การทำดินเป็นชั้นบางๆนี้
เป็นการควบคุมการเติบโตของวัชพืชหรือพืชอื่นๆไปในตัว
ใต้ชั้นดินก็จะปูแผ่นใยต่างๆหลายชั้น
เพื่อกรองตะกอนดินไม่ให้ไหลไปกับน้ำจนหมด หรือกลายเป็นโคลนไปอุดตัน
ในท่อระบายน้ำ

การสร้างหลังคาเขียวนั้น
ถ้าจะทำแบบของเขาเลยนั้นคงจะยุ่งยาก พอสมควร
เพราะเมืองไทยเราเป็นเมืองที่อยู่ในเขตมรสุมเมืองร้อน ฝนตกเยอะ
การสร้างหลังคาเขียวอาจจะต้องเปลืองงบประมาณมากกว่าของเขา
แต่ที่จะทำได้ง่ายหรือทำได้เลย คือตามดาดฟ้าของอาคารต่างๆ
หรือตามตึกแถวนี่เหมาะที่จะทำมาก แต่ไม่ต้องถึงกับลงดินเป็นสนามนะครับ
จะหนักเกินไป เป็นสวนกระถางก็พอ พวกไม้เลื้อยนี่ก็เหมาะ
ใช้กระถางใหญ่ๆหน่อย แล้วทำระแนงสวยๆให้เขาเลื้อย ได้ร่มเงา
เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อย่าทิ้งให้ดาดฟ้ารกร้างว่างเปล่าเสียนะครับ
กรุงเทพฯนี่ เป็นเมืองตึกแถว ถ้าช่วยกันทำสวนดาดฟ้าเยอะ
คงจะช่วยสภาวะโลกร้อนได้มาก อุณหภูมิกรุงเทพฯจะได้เย็นลง ซัก 1 องศาก็ยังดี
ถ้าเราทำเมืองให้เป็นธรรมชาติได้ โดยการปลูกต้นไม้ลงในพื้นที่แนวราบได้ทุกตารางนิ้ว อย่างเช่นงานออกแบบของ
Friedenreich Hundertwasser ในภาพสุดท้ายนี้ได้ละก็
ถ้าเราทำเมืองให้เป็นธรรมชาติได้ โดยการปลูกต้นไม้ลงในพื้นที่แนวราบได้ทุกตารางนิ้ว อย่างเช่นงานออกแบบของ
Friedenreich Hundertwasser ในภาพสุดท้ายนี้ได้ละก็

สวรรค์ก็จะอยู่บนพื้นพิภพนี่เอง......













