ลานจอดรถขนาดพอดีคันใช้อิฐมอญพิมพ์ลายปูพื้นสร้างผิวสัมผัสที่แตกต่าง ปิดแนวขอบปูน ด้วยไม้พุ่มและไม้คลุมดิน เช่น เดหลี ไผ่ฟิลิปปินส์ด่าง เฟินกนกนารี เปลวเทียน และบีโกเนีย ลดช่องว่างของทางเข้าบ้านให้แคบลงด้วยแนวต้นไม้ บริเวณหน้าบ้านมีซุ้มประตูอิฐทำเลียนแบบซากปรักหักพังปลูกต้นไทรไว้ด้านข้างเพราะมีรากอากาศห้อยปรกลงมา เข้ากับบรรยากาศซากประตูอิฐได้ดี
 
ลานหินที่สามารถมองเห็นสวนได้ทั้งหมด ส่วนพื้นใช้แผ่นหินปูสลับกับบีโกเนีย ลิ้นมังกร และหญ้าเกล็ดหอย ไม้คลุมดินขนาดเล็กที่อยู่ในสกุลเดียวกับแว่นแก้ว ซ้ายมือเป็นจุดที่แสงลงพอดีจึงปลูกแคคตัสหลายชนิด บริเวณนี้แม้จะใช้พืชหนามแหลมหากเป็นส่วนที่จัดเป็นภูเขาหินเล็ก ๆซึ่งไม่ต้องเดินเข้าไปใช้งานจึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้สวน และเมื่อเดินต่อขึ้นไปด้านบนจะมีลานเล็ก ๆวางที่นั่งไม้อีก 2 ตัวสำหรับนั่งพักผ่อน ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนในบ้านพร้อมใจกันเรียกว่า "หน้าผาสูงชัน"
 
จากทางเดินสูงชันขึ้นไปยังที่นั่งเล่นด้านบนสามารถมองเห็นสวนได้โดยรอบ
 
มุมจากในบ้านมองออกไปยังหน้าบ้าน จากเดิมที่เคยเป็นระเบียงไม้หน้าบ้านปรับให้กลายเป็นบ่อน้ำ โดยปรับพื้นที่รอบๆระเบียงให้สูงขึ้นเป็นเนินเขา วางหินเรียงซ้อนรอบระเบียงและอุดด้วยกาวซิลิโคนอย่างง่ายๆกันน้ำรั่วซึมออก
 
มุมเล็ก ๆข้างบ้านปลูกต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่นัก เช่น โมกแทรกขึ้นมาจากพื้นอิฐมอญ บดบังสายตาจากข้างบ้านโดยวางกระถางต้นไม้บนขอบกำแพงเป็นระยะ สังเกตพื้นด้านนอก แต่เดิมเคยเป็นพื้นไม้ ต่อมาเมื่อไม้เริ่มผุ จึงปรับเปลี่ยนเป็นพื้นอิฐมอญ และนำไม้ไปใช้งานในส่วนอื่นแทน
 
ข้างบ้านด้านที่ติดกับห้องรับประทานอาหาร แต่เดิมเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้ธรรมดาก็ทำที่นั่งใหม่ โดยใช้ไม้กระดานปูพื้นจากส่วนข้างบ้านด้วยฝีมือง่ายๆของช่างภายในบ้าน
 
สีสันของไม้ดอกในสวนที่เจ้าของบ้านพยายามแทรกไว้ทุกมุมเพื่อไม่ให้สวนดูมีแต่สีเขียวเพียงอย่างเดียว
 
(เมื่อ 4 ปีที่แล้ว) สวนค่อนข้างโล่ง ทำทางเดินเล่นระดับสลับกับจัดวางต้นไม้อย่างง่าย ๆองค์ประกอบในสวนส่วนใหญ่ใช้หินเป็นวัสดุหลักทั้งที่นั่ง พื้นสวน ทางเดิน
 
(ปัจจุบัน)การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือต้นไม้โตขึ้นจนกลายเป็นสวนป่าตามความต้องการของเจ้าของบ้าน พื้นปรับยกสูงให้กลายเป็นเนินเขา บางช่วงเพิ่มสีสันลงไปด้วยการเลือกใช้ว่านสี่ทิศด่าง กล้วยไม้ดิน บีโกเนีย และแคคตัสหลายชนิด ให้แทรกอยู่บนก้อนหินดูเป็นธรรมชาติ
 
 
 

 
"ปกติผมรดน้ำต้นไม้ 2- 3 วันครั้ง เพราะสวนผมค่อนข้างร่ม ไม่ต้องรดน้ำบ่อยต้นไม้ก็อยู่กันได้ แต่วันนี้เห็นทีมงานจะมาก็เลยรดน้ำต้นไม้เสียสองวันติดเลย"
 
นั่นคือประโยคแรกหลังจากกล่าวทักทายกันเรียบร้อย ก่อนที่คุณสุระพงษ์จะพาเราชมสวนซึ่งสมบูรณ์อัดแน่นไปด้วยต้นไม้ ทางเดินแผ่นหินพาเราขึ้นไปยังเนินด้านบน ซึ่งมีลานขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่วางเก้าอี้ไม้สำหรับนั่งเล่น มองลอดต้นไม้ออกไปเห็นรั้วบ้านข้างๆสูงจากระดับพื้นราว 1.50 เมตร ทำให้สามารถเห็นพื้นที่สวนทั้งหมดแถมด้วยพื้นที่ภายนอกรั้วบ้าน ส่วนสวนอีกฝั่งซึ่งมีขนาดแคบกว่าทำเป็นเนินเล็กแต่ค่อนข้างชันมีที่นั่งด้านบนเช่นกัน ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ใบที่ชอบสภาพค่อนข้างร่ม เช่น เฟินกนกนารี กล้วยไม้ดิน และเสน่ห์จันทร์แดง
 
"หลังจากประกวดสวนไปเมื่อ 4 ปีก่อนผมก็จัดสวนใหม่อยู่เรื่อย ๆ พอดีช่วงนั้นกำลังบ้า เมื่อก่อนสวนเป็นพื้นเรียบ ๆธรรมดา ผมก็เริ่มเอาดินมาถมทำเนินขึ้นไป ทีแรกไม่สูงมากมีเนินเรียบ ๆเดินสบาย แต่ยังดูไม่เป็นป่าผมก็ถมดินเพิ่มเข้าไปอีกจนตอนนี้กลายเป็นภูเขาทั้งสองฝั่ง หมดดินไปราว 3-4 คันรถ และทำที่นั่งเล่นบนยอดเนินเหมือนมองลงมาจากภูเขา ถ้ามองจากในบ้านออกไปก็จะเหมือนเป็นหน้าผาเล็กๆ ภูเขาที่ได้มาก็เกิดจากไอเดียลูกน้องผมครับคือ ไปเที่ยวเขาใหญ่กันแล้วเขาเห็นหน้าผา ก็บอกว่าบ้านเรามีน้ำตกแล้วแต่ยังไม่มีหน้าผาสูงชัน ผมเลยถมดินทำหน้าผาสูงชันขึ้นมา แต่ตอนนี้ผมก็คิดว่าสวนเริ่มอยู่ตัวเพราะลงต้นไม้ไปจนแทบจะไม่เหลือที่อยู่แล้ว มีแต่ต้องคอยดึงออกบ้างไม่ให้รก
 
คุณสุระพงษ์ได้เล่าถึงการร่วมโครงการประกวดครั้งนี้เพิ่มเติมว่า...
 
"ตอนที่ทีมงานโทรศัพท์มาบอกว่าจะมีโครงการอบรมเพื่อให้กลับมาจัดสวนอีกครั้ง ผมก็ทำเลยนะตั้งแต่ยังไม่ไปอบรม ซื้อพวกไม้ดอกมาเติมให้สวนดูมีสีสันขึ้นมาบ้าง อย่างเช่นหน้าวัว บานชื่น แววมยุรา บางอย่างก็อยู่นานแต่บางต้นก็อายุสั้น พออยู่ได้สัก 5-6 สัปดาห์ต้องคอยเปลี่ยน ซึ่งก็ช่วยให้สวนดูสดชื่นขึ้น
 
"หลังจากอบรมมาก็คิดอยู่ว่าจะทำอะไรได้ เพราะเราก็ชอบแบบนี้ไม่อยากเปลี่ยน อีกอย่างผมรู้สึกว่าจัดเต็มที่จนไม่มีที่ให้ใส่อะไรแล้ว แต่พอดีพื้นไม้หน้าบ้านเริ่มผุผมก็เลยรื้อออก ใช้อิฐมอญปูลงไปแทนแล้วก็เอาไม้จากตรงนี้ย้ายไปทำมุมนั่งเล่นข้างบ้านเพิ่มขึ้นมา ซึ่งแต่เดิมก็ปลูกต้นไม้ธรรมดา ช่างที่ทำก็ลูกน้องที่ร้านล่ะครับอยู่ที่นี่กันหมด โดยเฉพาะเรื่องดูแลต้นไม้ทุกคนจะมีโซนของตัวเองพอมีแขกมาที่บ้านก็จะจัดการโซนของใครของมัน แต่ผมชอบนะที่ไปอบรมมาได้ความรู้เยอะดี อีกอย่างพอเห็นสวนของคนอื่น ๆก็ได้ดูด้วยว่าเขามีไอเดียกันอย่างไร เผื่อเอามาใช้ในสวนเราได้บ้าง แต่ถึงต้นไม้ในสวนจะเยอะผมก็พยามตัดไม่ให้รกนะ ถ้าได้เดินดูก็จะรู้ว่าเดินง่ายไม่รกมาก"
 
เวลาเริ่มล่วงเลยไปถึงตอนบ่าย เรานั่งคุยกันตรงศาลาหลังเล็กริมคลองหลังบ้านที่ได้ลมเย็นๆพัดเข้ามาตลอดเวลา ใกล้กันมีน้ำไหลจากรางไม้ลงมาในโอ่งใบเล็ก สร้างความเพลิดเพลินได้มาก ตะลิงปลิงและชมพู่เพชร ต้นใหญ่ยื่นล้ำออกไปในคลอง ต้นหลังนี้เองที่เคยเป็นปฐมเหตุของการนำเอาผลชมพู่พวงใหญ่มาผูกหลอกตาไว้เมื่อ 4 ปีก่อน แต่ตอนนี้เจ้าของบ้านเล่าว่าไม่ต้องทำเช่นนั้นแล้ว เพราะต้นเริ่มใหญ่ให้ผลได้เองโดยไม่ต้องรอผลปลอมมาหลอกกันอีกต่อไป เราขอตัวกลับเพื่อให้เจ้าของบ้านได้ใช้เวลาวันหยุดอยู่กับสวนได้เต็มที่ตลอดช่วงบ่าย ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิดที่แม้สวนแห่งนี้จะผ่านตาผู้อ่านบ้านและสวนไปกว่า 4 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีคนถามถึงสวนของพ่อค้าขายข้าวแกงอยู่เสมอ