ย้อนเวลากับเฟอร์นิเจอร์หลากหลายสไตล์ในอดีต


อย่างไรก็ตาม สไตล์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลามีลักษณะโดดเด่นเฉพาะ ตั้งแต่องค์ประกอบโดยรวม รูปร่าง รูปทรง วัสดุที่ใช้ และการประดับประดาตกแต่ง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ง่ายต่อการระบุและบ่งชี้ได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นเป็นรูปแบบใดและอยู่ในช่วงเวลาใด

 

 

 
 
 
 

 

Biedermeier

Biedermeier เป็นสไตล์ที่ผูกพันกับสไตล์ Empire และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในเยอรมัน ออสเตรีย และสวีเดน โดดเด่นในช่วงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 19 เฟอร์นิเจอร์ในสไตล์นี้เน้นการใช้งาน ความเรียบง่าย และความสะดวกสบายเป็นสำคัญ ลักษณะเด่นของชิ้นงาน คือ รูปร่างเป็นเส้นตรง ปลายขาเรียวคล้ายดาบ และใช้ไม้มะฮอกกานีเป็นวัสดุหลัก เน้นจุดเด่นด้วยการใช้รักสีดำทาเป็นช่วงๆ แต่บ่อยครั้งก็พบวัสดุไม้สีอ่อน เช่น วอลนัท เชอร์รี่ เบิช แพร์ และเมเปิล ก็ถูกนำมาใช้ด้วยเช่นกัน เพิ่มความงดงามด้วยศิลปะการแกะสลัก และหุ้มเบาะเก้าอี้ โซฟาด้วยผ้าเฉดสีอ่อน

 
 
 
 

 

Empire

สไตล์ Empire ถือกำเนิดในฝรั่งเศส ในช่วงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในยุคของ Napoleon พัฒนามาจากรูปแบบของ Neoclassicism สไตล์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะกรีกและโรมันโบราณ รวมทั้งศิลปะเก่าแก่ของอียิปต์ด้วย ลักษณะเด่นที่สำคัญ คือ รูปแบบที่เป็นเส้นตรงบนสัดส่วนที่ดูเทอะทะใหญ่โต ตกแต่งด้วยทองเหลือง ทาสีทองเพิ่มความหรูหราบางส่วน ผ้าหุ้มเบาะใช้เฉดสีฟู่ฟ่า รวมทั้งมีลวดลายมาลัยพู่ห้อย ลวดลายเหรียญ รูปสฟิงซ์ มงกุฎ และ ผึ้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวของ Napoleon โดยออกแบบอยู่บนพื้นฐานขององค์ประกอบสถาปัตยกรรมแบบ Neoclassical เช่น หน้าจั่ว เสาปูน ปลายขาเรียวคล้ายดาบ หรือปลายกางผายออก สไตล์นี้ถือว่ามีอิทธิพลโดยตรงต่อสไตล์ Regency ในอังกฤษ สไตล์ Empire ในอเมริกา และ Biedemeire ในเยอรมัน

 

 
 
 

 

 

 
 
  Art Nouveau
สไตล์ Art Nouveau เฟื่องฟูและเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในขณะที่นักออกแบบได้แสดงปฎิกริยาต่อต้านการฟื้นฟูประวัติศาสตร์และรูปแบบในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และมีความพยายามที่จะค้นหา สร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบใหม่ๆ โดยสไตล์ Art Nouveau ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นหลัก ลักษณะเด่น คือ มีลวดลายคดเคี้ยววกวน มีหลากหลายรูปแบบและรูปทรง สไตล์นี้สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะที่เกิดขึ้นในสไตล์ Rococo ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา และมีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อศิลปะแบบญี่ปุ่นในช่วงต่อมา
 
 
 
 

 

Art Deco

Art Deco คือ คำที่ใช้อธิบายสไตล์การออกแบบที่กำลังเบ่งบานในช่วงสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 คริสต์ศตวรรษ 1960 โดยถือกำเนิดขึ้นในฝรั่งเศส นักออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากหลากหลายอิทธิพลในช่วงนั้น เช่น สไตล์ Neoclassicism การค้นพบสุสาน Tutankamen และลัทธิเขียนภาพ Cubism เฟอร์นิเจอร์สไตล์นี้มักจะมีขนาดใหญ่โต มีรูปทรงเรขาคณิตเป็นหลัก แต่ก็ยังคงตกแต่งประดับประดาอย่างหรูหรา โอ่อ่า ฟุ่มเฟือย รูปแบบมักออกแบบเป็นลักษณะคล้ายบั้งเป็นชิ้นๆ ต่อกัน และทำผิวหน้าชิ้นงานให้มีสีดูเหมือนไหม้เกรียมด้วยแดดที่แผดเผา Art Deco เป็นงานศิลปะที่เป็นนามธรรมอย่างแท้จริง โดยได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องให้มีขนาดเล็ก รูปร่างเพรียวมากขึ้น ซึ่งประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมอย่างมากในแถบยุโรปตอนกลาง ตะวันออกไกล และอเมริกา

 

 

 
 
 

 

Modernism
สไตล์ Modernism เกิดขึ้นในช่วงการตื่นตัวของสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยการบุกเบิกของโรงเรียน Bauhaus ในเยอรมัน สไตล์นี้ได้ต่อต้านรูปแบบเดิมในประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิง เน้นการออกแบบโดยใช้หลักการเบื้องต้นทางสถาปัตยกรรม รวมทั้งเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นสำคัญ และมีการผลิตด้วยกระบวนการผลิตแบบใหม่ในโรงงาน ลักษณะเด่นของสไตล์นี้ คือ มีรูปทรงเรขาคณิต ใช้วัสดุหลักเป็น กระจก แผ่นไม้ลามิเนต ท่อเหล็กมันวาว และเก้าอี้ที่มีท่อเหล็กเป็นที่เท้าแขน โดยไม่มีเครื่องตกแต่งประดับประดาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว