B.sp. ต้นนี้มีทรงใบจักรสวยสีเขียวเข้ม ตัดกับกำมะหยี่แดงที่คลุมก้านใบและก้านช่อดอก สังเกตบนช่อดอกขาวมีผลสีเขียวซึ่งมีปีก 3 ปีกติดอยู่ด้วย
 
 
Begonia sp. ใบดำประเขียว ขอบใบมีขน ชอบแสง 50 เปอร์เซ็นต์ พันธุ์ใหม่
 
 
Tiger
 
 
B.sp แปลกตาที่เท็กซ์เจอร์ในเนื้อใบ ประสีเลือดหมูบนพื้นเขียวอ่อน มีขนขึ้นคลุมตามใบและก้านพันธุ์ใหม่
 
 
B.sp. ต้นนี้กำลังให้ช่อดอกสีขาวน่ารัก
 
 
Curly Kindney Begonia ใบใหญ่เขียวสด ขอบใบหยิกหยักเหมือนผักกาดหอม
 
 
B.floccifera ใบเขียวแข็งหนาเหมือนหล่อจากเทียน มีลำต้น (เหง้า) ทอดยาว พบในประเทศอินเดีย
 
 
 
B.maculata wightii ที่มีลำต้นสูง ใบยาวเรียวเหมือนปีกนก เก๋ไก๋ตรงจุดขาวแบบ Polka Dot หลังใบแดงตัดกับหน้าใบเขียวเข้ม
 
 
B.goegoensis แม้จะไม่ใช่พันธุ์ใหม่เอี่ยม แต่สีสันเขียวสดใส และลายดุนนูนกับการเรียงตัวของเส้นใบคล้ายใยแมลมุม ขนาดใบเส้นผ่าศูนย์กลาง 6-7 นิ้ว
 
B.sp ต้นนี้มีหน้าใบเทาอมเขียวเช่นผิวโลหะประลายขาวตัดกับหลังใบสีน้ำตาลอมแดง พันธุ์ใหม่
 
 

บิโกเนียมีลำต้นอวบน้ำ ทรงต้นมีตั้งแต่เล็กแคระ, แผ่คลุมดิน, ขึ้นเป็นพุ่ม, จนถึงลำต้นสูงตรงคล้ายไผ่ คือพองตรงข้อและช่วงปล้องยาว บางชนิดเป็นไม้เลื้อย และมีดอกสวยโตสะดุดตากลีบซ้อนหลากหลาย ที่มีหัวใต้ดิน ค่อนข้างชอบอากาศเย็น ในบ้านเราจึงนำเข้ามาปลูกเลี้ยงได้ทางภาคเหนือ เช่น ดอยตุง ดอยอ่างขาง ภูเสือ ฯลฯ

นอกจากความหลากหลายในรูปทรงสีสันของใบ ต้น ดอก และอื่นๆที่กล่าวมาแล้ว บิโกเนียแต่ละชนิดยังชอบระดับแสงและสภาพแวดล้อมที่ต่างกันออกไปอีก

น.ต.ภากร ศุภชลาศัย ร.น. นักจัดสวนมือทอง ได้สะสมบิโกเนียมามากว่า 30 ปี ขณะนี้เลี้ยงไว้ราว 70 ชนิด คอลเล็คชั่นใหญ่อยู่ใน "สวนชลาศัย" อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

"ชอบไม้ใบทุกชนิด โดยเฉพาะบิโกเนีย มีใบสวยต่างๆกัน บิโกเนียที่สะสมแม้เป็นบิโกเนียใบ แต่ช่วงฤดูหนาวก็จะออกดอกพรู แม้ว่าเทียบขนาดและรูปทรงแล้ว อาจไม่สะดุดตาเท่าบิโกเนียดอก แต่ก็น่าดูไปอีกแบบ"

บิโกเนียดอก หรือ Tuberous Begonia เลี้ยงได้ดีในอุณหภูมิที่เย็นสบาย ลักษณะดอกคล้ายมะลิซ้อน แต่โตกว่ามาก เส้นผ่าศูนย์กลางดอก 3-6 นิ้ว ส่วนดอกของบิโกเนียใบนั้น คล้ายเปลือกหอยชนิดกาบคู่ ผลิเป็นช่อโดยมีทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ด้วยกัน กลีบดอกหนาคล้ายฉาบขี้ผึ้ง ดอกเพศผู้มักมีกลีบ 4 กลีบ เกสรสีเหลือง ส่วนดอกเพศเมียมี 2-6 กลีบ

"บิโกเนียเป็นไม้ที่ไม่ค่อยมีในท้องตลาด ส่วนมากพบในกลุ่มนักสะสม เพราะหลายชนิดเลี้ยงยาก จริงอยู่ว่าบิโกเนียเป็นไม้ที่ชอบแสงรำไร ดินชื้นแต่ไม่แฉะ ชอบความชื้นในอากาศสูง แต่มันก็ชอบไม่เท่ากัน..."

การเลี้ยงบิโกเนียจึงเป็นการทดสอบและฝึกหัดผู้เลี้ยงให้เรียนรู้ว่าต้นไม้ของตนชอบอะไร

บิโกเนียบางชนิดชอบแสงจัดกว่าต้นอื่นๆ ถ้าแสงพอดีใบจะกลายเป็นสีแดงอมชมพูเข้มสดใส ถ้าร่มเกินไปใบจะเปลี่ยนเป็นสีเงินอมเขียวในเวลาไม่นาน

"บางคนคิดว่าบิโกเนียชอบร่มมากๆ แต่ไม่จริง... การปลูกบิโกเนียโดยเริ่มตั้งแต่ต้นเล็กๆ ต้องเลือกกระถางขนาดเล็กก่อน แล้วค่อยๆ ขยายขนาดกระถางไปเรื่อยๆ ตามขนาดกอหรือต้น ไม้เล็กในกระถางใหญ่มักเน่าตาย แล้วอย่าวางกระถางติดพื้นหรือติดดิน เพราะดินจะอุดรอบๆก้นกระถาง เมื่อระบายน้ำออกไม่ได้ก็ทำให้รากไม้เน่า ควรวางกระถางบิโกเนียบนกระถางเปล่าคว่ำ ซึ่งทำให้เกิดอากาศถ่ายเทและน้ำไหลระบายดี"

ความสามารถในการเก็บรักษาน้ำไว้ในตัวของบิโกเนียค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงต้องดูแลการให้น้ำอย่างพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป ซึ่งหมายรวมถึงการปรุงดินปลูกให้โปร่งเบาร่วนซุยด้วย

"ขอความกรุณาผู้เลี้ยงอย่าให้ความรักมากไป มันจะตายได้ ให้มันอยู่กับธรรมชาติบ้าง" คุณภากรสรุปอย่างมีอารมณ์ขัน

สำหรับนักสะสมบิโกเนียหรือผู้สนใจรังบิโกเนีย ติดต่อคุณชัยวัฒน์ 0-1823-7871 เพื่อนัดหมายก่อนเข้าชม