คุณนิติเชษฐ์
สดุดีวงศ์ เล่าความเป็นมาของบ้านหลังนี้ให้ฟังว่า “ผมเป็นคนกรุงเทพฯ
ส่วนภรรยาเป็นคนเชียงใหม่ วันหนึ่งเราอยากกลับมาใช้ชีวิตที่เชียงใหม่
ตอนอยู่กรุงเทพฯเราใช้ชีวิตอยู่ในคอนโด
ซึ่งก็มีชั้นเดียวแล้วมีห้องแยกเป็นส่วนๆไป ผมค่อนข้างชอบ
เพราะสามารถมองเห็นคนในครอบครัวได้หมด
จึงใช้เป็นไอเดียในการสร้างบ้านหลังนี้
แรกๆก็ยังหาคนออกแบบที่ถูกใจไม่ได้กระทั่งได้เห็นออฟฟิศของคุณแสงชัย
ก็ชอบใจ และขอไปดูผลงานออกแบบที่ผ่านมา ซึ่งก็ตรงกับที่เราอยากได้
ที่สำคัญเจ้าของบ้านทั้งสองหลังที่ผมไปเยี่ยมชื่นชมสถาปนิกคนนี้มาก
“แบบบ้านเดิมออกแบบให้มีสนามหญ้าหน้าบ้าน
ต้องทำประตูกระจก เพื่อให้มองเห็นสนามหญ้า จากนั้นต้องติดลูกกรงเหล็กดัด
มันดูวุ่นวาย ไม่มีความเป็นส่วนตัว ผมจึงขอแก้แบบใหม่
เราอยู่คอนโดมาก่อนเลยอยากได้บ้านที่สามารถมองเห็นห้องทั้งหมดในบ้านได้
ผมจึงขอให้ใช้ผนังบ้านเป็นรั้ว แล้วให้สวนอยู่กลางบ้าน
เพื่อให้สามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้จากทุกห้องในบ้าน”
คุณแสงชัย
สุธรรมซาว สถาปนิกของบ้านหลังนี้เล่าว่า
“ปัญหาอย่างแรกสำหรับการออกแบบคือเรื่องขนาดพื้นที่ซึ่งมีแค่ประมาณ 130
ตารางวา และผังที่ดินที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูซึ่งตั้งอยู่หัวมุมถนน สอง
ด้วยความที่เป็นครอบครัวขยาย จำนวนห้องที่ต้องการจึงเยอะ สาม
สภาพแวดล้อมแถวนั้นไม่มีอะไรน่าดูเลย มีแต่ร้านอาหารและอาคารพาณิชย์
ผมจึงอยากสร้างบรรยากาศขึ้นภายในบ้าน
โดยเริ่มออกแบบจากข้างในออกมาสู่ข้างนอก
แบ่งพื้นที่ภายในบ้านเหมือนแบ่งเค้ก จากนั้นก็ควักพื้นที่ตรงกลางออก
ทำเป็นสวนกลางบ้าน นอกจากนี้ก็ทำช่องเปิดเพื่อรับลม
เนื่องจากตัวบ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันตก”
บ้านหลังนี้แบ่งเป็นสองชั้น
ชั้นล่างประกอบด้วยส่วนรับแขก ส่วนรับประทานอาหาร แพนทรี่
ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งต่อเนื่องกัน
โดยมีสวนกลางบ้านเป็นตัวเชื่อมพื้นที่ทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ส่วนชั้นสองเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อน ประกอบด้วยห้องนอน 6
ห้องพร้อมห้องน้ำในตัว โดยทุกห้องมีขนาดใหญ่เท่ากันหมด
“การออกแบบให้ประสบความสำเร็จ ผมว่านอกจากผู้ออกแบบจะต้องเข้าใจโจทย์แล้ว เจ้าของบ้านต้องบอกความต้องการให้ชัดเจน บ้านถึงจะออกมาเป็นที่พอใจของทั้งผู้ออกแบบและเจ้าของครับ” คุณแสงชัยสรุปให้ฟังในตอนท้าย






















