สมาชิกในบ้าน

เหตุผลในการเลือกที่อยู่อาศัยของแต่ละครอบครัวนั้นไม่เหมือนกัน บ้างก็ขึ้นอยู่กับความพอใจ ขึ้นอยู่กับสัญชาติ หรือขึ้นอยู่กับความจำเป็นของปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เฉกเช่นครอบครัวนี้ที่มี คุณแก่น รุ่งทิพย์ กิจสนาพิทักษ์ และคุณโยชิกิ นิชิโอกะ เจ้าของกิจการส่วนตัวเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ “Weekly Wise” ที่เป็นแมกกาซีนญี่ปุ่น ซึ่งย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองไทยพร้อมกับลูกๆอย่าง น้อง Ken, น้อง Krikki และ น้อง Rikka ที่อยู่ในความดูแลของคุณแม่มารินี ในห้องพักหลังนี้


ห้องชุดบรรยากาศธรรมชาติ

คอนโดมิเนียมในย่านสี่พระยา เป็นที่พักเก่าแต่ด้วยสภาพแวดล้อมและปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่ทำให้อยากเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ และบ้านเดี่ยวก็ไม่ได้อยู่ในความคิด เพราะดูแลรักษาลำบาก “บ้านแก่นจริงๆ แล้วอยู่ที่อเมริกา แต่ด้วยธุรกิจที่เราทำจึงต้องย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองไทย ตอนแรกก็เช่าคอนโดฯ เพราะไม่คิดว่าจะมาตั้งรากฐานถาวรที่นี่ แต่พออยู่นานๆ เข้าเราเริ่มรู้สึกว่าตั้งรากฐานไว้บ้างก็ดีเหมือนกัน แก่นก็เลยเริ่มมองหา พอมาคิดว่าจะซื้อบ้านก็มาติดเรื่องการดูแลรักษาเพราะแก่นคงไม่มีเวลาที่จะมาทำเองไหนจะลูกๆ อีก แค่ดูลูกเวลาในแต่ละวันก็หมดไปอย่างรวดเร็วแล้ว เราก็เลยมาตกลงกันที่คอนโดฯ ตอนนี้ลูกยังเล็กถ้าลูกโตอีกหน่อยก็จะส่งกลับไปเรียนต่อที่อเมริกา เราเลือกที่นี่เพราะถูกใจในหลายๆ เรื่อง ทำเลที่สามารถเดินทางไปออฟฟิศหรือไปส่งลูกที่โรงเรียนได้สะดวก อยู่ในชั้นที่ความสูงกำลังดี และที่ชอบมากๆ คือด้านหลังของห้องจะเป็นพื้นที่โล่งเหมือนเป็นป่าโปร่งที่มีต้นไม้ใหญ่ มีเสียงนกเสียงจิ้งหรีดร้องดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ พอเดินไปที่ระเบียงด้านหลังแล้วเหมือนอยู่ต่างจังหวัดเลย”


งานแต่งแบบวินเทจ

ฟังก์ชั่นของห้องเดิมถูกปรับเปลี่ยนไปบางส่วนตามพฤติกรรมการอยู่อาศัยของเจ้าของห้อง ส่วนสไตล์การตกแต่งยังคงไว้แล้วเพิ่มเติมสีสันและเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งในแบบวิคทอเรียนตามความชอบ “แก่นชอบการตกแต่งบ้านอยู่แล้วก็จะเป็นคนคิดไอเดียเกือบทุกอย่างแล้วให้อินทีเรียร์เค้ามาช่วยดูอีกทีว่าดีมั๊ย ถ้าดีก็ตกลงทำหรือถ้าไม่ดีจะเปลี่ยน เพราะเราไม่ได้มีความรู้ที่ลึกซึ้งนักรู้แต่ว่าเราต้องการอย่างไรเท่านั้น ส่วนงานสไตล์วินเทจนี้เป็นสไตล์ที่ชอบและแก่นยังไม่เคยตกแต่งกับบ้านของเรามาก่อน โดยบ้านที่อเมริกาจะตกแต่งสไตล์โอเรียลทอล ส่วนห้องที่คอนโดฯ เดิมก็แต่งแบบโมเดิร์น ห้องนี้ก็เลยฉีกไปอีกสไตล์หนึ่งดูไม่ซ้ำซากดีค่ะ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งเราก็จะเป็นคนเลือกเอง แรกๆ เราก็จะไปช่วยกันเลือกซื้อกับอินทรีเรียฯ พอเข้ามาอยู่แล้วเราก็ค่อยๆ หาซื้อเข้ามาเพิ่มเติมเองที่ละชิ้นสองชิ้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นของสไตล์วินเทจทั้งนั้น”


ใช้สีสันที่หลากหลาย

คุณแก่นเลือกใช้โทนสีที่หลากหลายในการตกแต่งบ้าน โดยแยกฟังก์ชั่นของแต่ละห้องด้วยสีของเพดานที่ต่างกันทำให้อารมณ์ที่ได้ไม่เหมือนกัน ดูแล้วไม่น่าเบื่อ “แก่นเริ่มเบื่อความจำเจที่เคยอยู่มาเลยอยากเปลี่ยนอะไรให้ดูแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ก็เลยมาคิดเล่นตรงโทนสีซึ่งเป็นจุดเด่นที่จะสามารถบ่งบอกถึงความชอบและอารมณ์ของเราได้ จะเห็นได้ว่าการแบ่งแยกพื้นที่ห้องแต่ละห้องก็มีความสมดุลอยู่แล้ว ที่นี้เราก็มาสร้างอารมณ์ของแต่ละห้องให้ดูหลากหลายด้วยการเล่นสี ตอนแรกแก่นกะจะใช้สีที่แรงกว่านี้อีกนะ ดีที่อินทรีเรียฯ เค้าคอยเบรกเอาไว้ว่าให้คิดถึงสมาชิกที่อยู่ด้วยซึ่งเราก็มีทั้งเด็กและคนแก่ที่อยู่ด้วยก็เลยต้องคำนึงถึงสภาพจิตใจของเค้าด้วย”


สวนริมระเบียง

เนื้อที่ของห้องขนาด 124 ตรม. ถูกใช้เป็นฟังก์ชั่นภายในเป็นส่วนใหญ่ เหลือพื้นที่ภายนอกเป็นระเบียงส่วนเล็กๆ ซึ่งก็ไม่สามารถจัดเป็นสวนได้มากนัก แต่ด้วยความชอบในธรรมชาติของเจ้าของห้องก็ไม่วายที่จะต้องมีสวนหย่อมขนาดเล็กจัดไว้ตรงระเบียงของห้อง โดยจัดวางแบบเรียบๆ ดูแลรักษาได้ง่ายๆ ตัวพื้นปูด้วยแผ่นไม้กับหินกรวด ตกแต่งเป็นมุมสวนเล็กๆ ด้วยไม้ดอกและไม้ใบขนาดพอเหมาะ เพิ่มสีสันความสวยงามต่างๆ ด้วยของตกแต่งสวนเล็กๆ น้อยๆ ให้แลดูเข้ากับธรรมชาติของสภาพแวดล้อมที่มีอยู่ทางด้านหลังของห้องได้ ทั้งหมดนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความฝันและความสุขอันแสนเรียบง่ายที่จะสร้างให้เกิดช่วงเวลาของการพักผ่อนและผ่อนคลายในขณะอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง


บรรยายภาพ

1. มุมนั่งเล่นสบายๆ จัดแต่งแบบเรียบง่าย ผนังด้านหลังบิวท์อินซ่อนเป็นตู้เก็บของบุด้วยวอลล์เปเปอร์สี
เลือดหมู วางด้วยเก้าอี้หลุยส์สีทองคลุมด้วยพรมขนสัตว์ขนปุยสีขาว กับโต๊ะข้างไม้แบบไทยสีขาวที่มีลายฉลุในบางส่วน


2. มุมด้านหนึ่งในห้องรับแขกที่ตกแต่งในสไตล์ Mix & Mach ซึ่งผสมผสานเข้ากันได้อย่างสวยงามและลงตัว


3.ตู้เก็บของบิวท์อินปลายเตียง บุด้วยวอลล์เปเปอร์สีม่วงเทา เพิ่มดีไซน์ด้วยการเพ้นท์ลายขนนกยูงสีทองที่เจ้าของบ้านชอบ ตรงกลางเจาะช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยาวเป็นที่สำหรับวางของตกแต่ง


4.มุมเสริมสวยขนาดกลางที่ติดด้วยกระจกเงาบานใหญ่ วางด้วยโต๊ะกลมทรงสูงสไตล์คลาสสิกสีขาว สตูลนั่งสี่เหลี่ยมลายเสือ ด้านข้างบิวท์อินเป็นตู้เก็บของ จัดแบ่งพื้นที่ด้วยม่านลูกปัดสี


5. ห้องรับแขกสไตล์อิงลิช มีพรมลายเสือขาวดำขนาดใหญ่เตะตา โซฟาเป็นของเก่าที่นำมาบุผ้าใหม่ เก้าอี้นั่ง
สีขาว 2 ข้างบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำเป็นส่วนที่สไตล์ลิสต์ทำให้ ผนังด้านหนึ่งบุด้วยวอลล์เปเปอร์สีส้มครีมลายเส้นแบบวินเทจสีแดง เพิ่มความโดดเด่นของสไตล์ด้วยเตาผิงจำลองที่ทำเป็นตู้ใส่ของและแชนเดอร์เลียสีดำ จากร้าน Bellitas สยามพารากอน ที่ให้ความเป็นวินเทจชัดเจนขึ้น


6.เเชนเดอร์เลียสไตล์วินเทจสีดำ ติดอยู่บนเพดาน ที่ทำแท่นสี่เหลี่ยมลอยออกมาจากระนาบเพดานปกติ สร้างความโดดเด่นให้กับเชนเดอร์เลียมากยิ่งขึ้น


7.มุมเล็กๆ ข้างเตียงตรงผนังที่กรุด้วยกระจกเงาบานยาว ติดโคมไฟผนังสไตล์วินเทจ วางด้วยโต๊ะข้างเตียงไม้
แบบคลาสสิกสีขาว


8.ห้องอาหารขนาดพอเหมาะ ผนังด้านหนึ่งบิวท์อินเป็นตู้เก็บของบานเปิดไม้สีขาว ส่วนผนังอีกด้านกรุด้วยกระจกเงาบานใหญ่แบบเต็มพื้นที่เพื่อให้ห้องดูกว้าง โต๊ะอาหารไม้สี่เหลี่ยมขนาด 6 ที่นั่ง เป็นของเก่า ส่วนเก้าอี้บุผ้าใหม่เพื่อให้เข้ากับโทนสีและสไตล์ของบ้าน


9.ห้องนอนโทนสีม่วงคลาสสิก ผนังหัวเตียงบุด้วยผ้าสีม่วง ผนัง 2 ข้างกรุด้วยกระจกเงาบานขนาดพอเหมาะ
ช่วยให้ห้องดูกว้าง เตียงนอน ออกแบบโดยอินทีเรียร์ หัวเตียงบุด้วยหนังสีม่วงเจาะหมุด คลุมด้วยผ้าโทนสีเข้มเพื่อให้ห้องเกิดความเข้มขรึม ดร็อปเพดานหนึ่งชั้นเพื่อซ่อนไฟ ทางเข้าด้านหน้ากั้นด้วยม่านลูกปัดโทน
สีม่วง


10.ระเบียงห้องรับแขก จัดแต่งให้เป็นสวนหย่อมแบบง่ายๆ ด้วยแผ่นไม้ผสมกับหิน กรวดสีเทาวางด้วยไม้ใบขนาดเล็กกับของแต่งสวนกระจุกกระจิกพอให้ดูสวยงาม


11.อีกด้านหนึ่งของระเบียงสวน มีชุดเก้าอี้สนามขนาดเล็ก ตัวเบาะรองนั่งเป็นผ้าลายดอกไม้ช่วยเพิ่มสีสันให้เป็นมุมน่ารัก ชวนนั่งเล่น
เกี่ยวกับบ้าน

เจ้าของ คุณรุ่งทิพย์ กิจสนาพิทักษ์ และ Mr.Yoshiki Nishioka

ค่าห้องชุด 8.2 ล้านบาท

ค่าตกแต่ง ประมาณ 1 ล้านบาท

อินทรีเรียดีไซน์ Classic-Barn.Co.Ltd โดยคุณคำภีร์ เจริญชัย