









บ้านริมคลองขนาด 200 ตารางวาหลังนี้ เดิมเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์แฝด สภาพค่อนข้างเก่าเนื่องจาก ปลูกมาเป็นเวลานาน แต่ถูกใจคุณสุวิชาเพราะอยู่ติดคลองและยังมีที่ดินว่างอีกสองแปลงติดกัน ซึ่งสามารถทำสวนได้ แต่แทนที่จะสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด คุณสุวิชาตัดสินใจรื้อตัวบ้านเดิมออกคงเหลือไว้แค่โครงบ้าน เพื่อประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง แล้วออกแบบจัดสรรพื้นที่ภายในบ้านเสียใหม่ โดยเน้นพื้นที่เปิดโล่ง เพื่อให้บ้านมีบรรยากาศโปร่งสบาย
ด้วยอาชีพช่างภาพ คุณสุวิชาจึงมีโอกาสเดินทางและพบเห็นสถานที่สวยๆมากมาย ทั้งรีสอร์ตที่ได้รับ การตกแต่งอย่างสวยงาม และธรรมชาติที่งดงามในป่าลึกหลายๆ แห่ง ประสบการณ์และฉากอันน่าประทับใจเหล่านั้น ได้ถูกเก็บรวบรวม จากภาพในความทรงจำ แล้วนำมาถ่ายทอดเป็นการตกแต่งบ้านหลังนี้
"ก่อนจะเริ่มทำบ้าน ผมกับทีมออกแบบไปบาหลีกัน เพราะส่วนหนึ่งผมรู้สึกประทับใจกับบ้านสไตล์บาหลี เราไปดูตั้งแต่รีสอร์ตที่เรียกว่าสวยสุดยอดของบาหลี จนถึงบ้านของชาวบ้าน เพื่อซึมซับเอาบรรยากาศ และพยายามมองหาข้อดีของเขา เพื่อนำมาปรับใช้กับบ้านเรา แต่จะเห็นว่าบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้เป็นสไตล์บาหลีจัดๆ เพราะเราอยากผสมผสานความเป็นไทย และต้องการให้ดูร่วมสมัย เราแค่ดึงไอเดียบางอย่างของเขามาใช้ เช่น การโชว์เนื้อแท้ของวัสดุ โดยไม่ต้องไปแต่งเติมอะไรมาก เน้นความดิบ ซึ่งอันนี้คิดว่าน่าจะเหมาะกับบ้านเรา เพราะเราไม่ต้องไปดูแลอะไรมาก และแม้ว่าจะผ่านไปกี่ปี บ้านเก่าแล้วก็ยังดูสวย"
เราจึงเห็นว่าบ้านหลังนี้ตกแต่งพื้นผิวด้วยวัสดุประเภทปูนฉาบไม่เรียบในหลายๆจุด สร้างความน่าสนใจด้วยการเล่นเทคนิคที่ต่างกัน ทั้งผนังปูนเปลือย ผนังฉาบปูนขาวผสมทราย ผนังปูนปั๊มลาย รวมถึงการทำพื้นผิวของปูนให้ดูเหมือนผิวไม้ นอกจากนี้ เนื่องจากเจ้าของบ้านรักในสัมผัสของธรรมชาติ จึงใช้ไม้หลายชนิดในการตกแต่งพื้นผิวส่วนต่างๆ สำหรับไม้ที่เหลือก็นำมาประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์ และของแต่งบ้าน ที่มีรูปแบบและหน้าตาไม่เหมือนใคร
"ด้วยความเป็นคนช่างสังเกต ชอบมองแล้วคิดว่าจะเอานู่นเอานี่มาทำเป็นอะไรได้บ้าง ทำให้สนุกกับการแต่งบ้าน อย่างขับรถผ่านสวนมังคุด เห็นลำต้นมันฟอร์มสวยดี ก็ขอซื้อมาต้นละร้อยบาท เอามาทำเป็นเชิงเทียน หรือไปเจอหินสวยๆของชาวบ้านแถวโคราช ก็ซื้อมากรุผนังห้องน้ำบ้าง มาแกะเป็นอ่างล้างหน้าบ้าง ตลอดการทำบ้าน ผมจะเดินทางไปหลายที่ ถือเป็นการเที่ยวไปด้วยหาของเข้าบ้านด้วย เราทำกันแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ใช้เวลาไปสามปีกว่าบ้านจึงแล้วเสร็จ แต่เราก็รู้สึกสนุกกับมัน"
จากน้ำเสียง และลีลาท่าทางระหว่างการถ่ายทอดเรื่องราวของเจ้าของบ้าน ทำให้เราเชื่อว่า แม้ผลการทดลองจะเป็นจุดหมายหลักของการสร้างบ้านหลังนี้ แต่การค้นพบใหม่ๆและความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างการทดลอง ก็เป็นของแถมที่มีค่าสำหรับนักทดลอง ไม่น้อยกว่าความสำเร็จใดๆ













