จั่วหัวมาอย่างโหดเลย จริง ๆ แอบเอาอารมณ์ส่วนตัวแฝงมาด้วย (หงุดหงิดแต่เช้า) เพราะผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับ VIP ของ "พวกขี้แพ้" ด้วยเหมือนกัน แพ้มันยันเต แพ้มันไปเรื่อย แพ้ตั้งแต่ฝุ่น, ละอองเกสรดอกไม้, ขนสัตว์, season change (เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย), แพ้เห็ด ขนาดใจตัวเอง ยังแพ้เลย วันนี้ตื่นมาเลือกเป็นแบบแพ้ฝุ่นและอากาศ เลยคิดว่าวันนี้จะเขียนเรื่องนี้แหละ

คนที่มีอาการ "แพ้" เหมือนกัน คงจะเข้าใจคนหัวอกเดียวกันนะครับ ส่วนคนที่ไม่เคยแพ้ ผมจะเล่าให้ฟังสั้นๆ ละกันนะครับ

อาการ "แพ้" เนี่ย (โดยเฉพาะ แพ้ฝุ่น หรืออากาศ) เกิดจากการที่เยื่อจมูกอักเสบ และบวม ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น จาม (ด้วยความเร็ว 20 ครั้ง/นาที) คัดจมูก น้ำมูกไหล หลังจากนั้นจะมีอาการทางเยื่อบุตาอักเสบ ไซนัส หรือคออักเสบด้วย ซึ่งก่อให้เกิดความรำคาญกับคนรอบข้างมาก ๆ (แต่เชื่อผมเหอะ คนที่แพ้รำคาญยิ่งกว่าเยอะ พูด 3 คำ จาม 16 ที ยิ่งกว่าติดอ่างอีก) โดยส่วนมากแล้ว อาการ "แพ้" มักจะเกิดขึ้นตอนตื่นมาตอนเช้าครับ ไม่รู้ทำไม แต่มันมักจะมาตอนเช้า

ในปัจจุบัน อัตราการสมัครสมาชิก เข้าร่วมชมรม "คนขี้แพ้" ก็สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ เหมือนว่ามันจะฮิตมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เมืองหลวงในฝัน (???) เนื่องจากสภาพอากาศที่มีแต่ฝุ่นควันมลพิษ รถติด ก่อสร้างอาคารสูง ม็อบปิดถนน???

ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะหนีออกจากเมืองแห่งความฝันนี้เหลือเกิน แต่มันเป็นไปไม่ได้ ก็เลยต้องมาแก้ที่ปลายเหตุ ที่ห้องนอนของเราเองนี่แหละครับ เรื่องอื่นให้ผู้ใหญ่เค้าแก้กันไปละกัน

ในการออกแบบตกแต่งห้องสำหรับ "ผู้แพ้" นั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างแรกเลย คือ ไม่เก็บฝุ่น อะไรก็ได้แต่ไม่เก็บฝุ่น และถ้าสังเกตุดี ๆ ฝุ่นมักจะเป็นพันธมิตรกับสิ่งที่อยู่ในแนวราบเท่านั้น เพราะงั้นในห้องนอน หรืออย่างน้อยบริเวณใกล้กับหัวเตียง ควรจะพยายามหลีกเลี่ยง ชั้นวางของต่าง ๆ เพราะนี่แหละบ้านของพี่ฝุ่นเขา หรือหากจำเป็นจริง ๆ จะต้องใช้ที่เก็บของก็ควรจะทำเป็นบานตู้หรือลิ้นชัก ปิดให้มิดชิด จะทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นด้วย


เนื้อหาจาก bangkokbiznews.com