ปรับสภาพดิน...เพื่อความอุดมสมบูรณ์
สังเกตดูว่า ดินในสวนของบ้านเรานั้นเป็นดินปนทรายหรือดินร่วน หากมีสภาพแข็งไม่ร่วนซุย ให้ทำการพรวนแล้วโรยปุ๋ยบำรุง แต่ถ้ามีทรายมากก็ให้นำดินมาผสมซึ่งหาซื้อได้ง่ายในรูปแบบของดินถุงสำเร็จรูป เมื่อดินอุดมสมบูรณ์ขึ้นแล้ว ต้นไม่ก็มีอาหารให้ดูดซับ และกลับมาเขียวขจีได้อีกครั้ง
ให้แสง...ให้เหมาะสม
แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของต้นไม้ซึ่งในแต่ละชนิดนั้น ต้องการปริมาณแสงที่แตกต่างกัน จึงควรเคลื่อนย้ายตำแหน่ง เพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงในปริมาณที่เหมาะสมตามพันธุ์ จะได้ไม่เหี่ยวเฉา และสามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่
โยกย้าย...ใส่กระถาง
ต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดเล็ก อาจเพาะย้ายมาปลูกไว้ในกระถางที่มีดีไซน์สวยแปลกตาช่วยเสริมความเก๋ไก๋ เติมเสน่ห์ให้กับสวนของเราได้ยิ่งขึ้น และการปลูกในกระถางยังสามารถโยกย้ายปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้บ่อยตามต้องการ
ต้นเก่าไป...ต้นใหม่แทน
ต้นไม้ในสวนที่ไม่สมบูรณ์อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตา จึงควรทำการตัดแต่ง หรือกำจัดทิ้งให้หมดไป
จากนั้นอาจหาซื้อต้นไม้ต้นใหม่มาปลูกแทน โดยระยะแรกหลังการปลูก ควรดูแลรดน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น จนกว่าต้นไม้จะปรับสภาพและแข็งแรงขึ้น
ปรับเปลี่ยน...เพื่อความสะดวก
สนามหญ้าที่เหี่ยวเฉา อาจดัดแปลงให้เป็นลานหรือทางเดินด้วยการปูแผ่นไม้ แผ่นหิน หรือโรยกรวดเกร็ด แล้วแซมด้วยไม้คลุมดินเป็นบางจุด นอกจากจะเพิ่มความสวยงามให้สวนอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ยังสะดวกในการดูแลรักษา เพราะไม่ต้องตัดเล็มบ่อยๆ
แล้วสวนประจำบ้านก็จะกลับคืนสู่ความงดงามอีกครั้ง พร้อมมอบความสุขให้ทุกคนในครอบครัวด้วยฝีมือคุณเอง งานนี้ได้ทั้งความสุขสดชื่นจากต้นไม้ แถมยังได้ความภูมิใจอีกด้วย
ที่มา : คอลัมน์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย โดย แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์













