1. ก่อนอื่นต้องคำนวณขนาดของบ้าน จากพื้นที่ใช้สอยภายในที่เราต้องการจริง  เช่น ห้องนอน(กี่ห้อง),ห้องน้ำ(กี่ห้อง),ห้องรับแขก ,ส่วนทานอาหาร,ห้องครัว,ระเบียงหรือชานต่างๆ เมื่อรวมแล้วได้พื้นที่เท่าไร ก็ให้คูณด้วยราคาค่าก่อสร้าง ซึ่งเบื้องต้นเราใช้งบประมาณ ช่วง 12,000-15,000 บาทต่อตารางเมตร เพื่อให้รู้ว่าเราควรจะเพิ่มหรือลด ขนาดของบ้าน แต่อย่าลืมเผื่องบด้านอื่นๆด้วยนะ เช่น ค่าถมที่,รั้วโดยรอบ,ค่าตกแต่งภายในพร้อมเฟอร์นิเจอร์ และ ค่าจัดสวน(ถ้ามี) เป็นต้น เมื่อได้ทราบขนาดของบ้าน พร้อมงบประมาณแล้ว จะได้เริ่มเลือกแบบบ้าน ให้เหมาะสมกันต่อไป
2. เลือกแบบบ้านให้เหมาะสมกับรสนิยม และ การใช้งาน (Style & Function) ซึ่งบริษัทฯรับสร้างบ้านต่างๆจะมีแบบให้เลือกมากมาย ให้ลองจินตนาการว่า ถ้าเราได้เข้าไปอยู่แล้ว ตำแหน่งของห้อง กับ ทิศทางของแสงแดดในช่วงเช้า-บ่าย และ ทิศทางลม เป็นอย่างไร ถ้านำไปปลูกบนที่ดินของเรา ซึ่งสิ่งสำคัญในการเลือกแบบบ้าน เราต้องรู้ว่าตำแหน่งทิศหน้าบ้าน ของเราก่อน (จากบทความที่แล้ว ผมแนะนำให้เลือกซื้อที่ดิน ที่ให้อยู่ในแนวตะวันออก-ตก) เราจะมาลองวิเคราะห์แบบบ้าน 2 ชั้น แบบหนึ่ง โดยจะใช้เพียงแบบเดียวแต่จะเพิ่มแบบกับด้าน มาร่วมพิจารณาด้วยกัน ถ้าการหันทิศหน้าบ้าน ที่แตกต่างกัน ผลที่ได้จะเป็นอย่างไร พิจารณาร่วมกันดูนะครับ

2.1 บ้านหันหน้าทิศใต้ หรือ ที่โบราณกล่าวไว้ว่า “ปลูกบ้านขวางตะวัน”

      แบบที่ 2.1.1. แบบมาตรฐาน



ห้องรับแขก,ห้องทานอาหาร และ ห้องนอนใหญ่ – จะได้รับแสงแดดช่วงเช้า และจะร่มในตอนบ่าย แต่จะอับลมในช่วงเดือน มี.ค.-ต.ค. ซึ่งเป็นช่วง ฤดูร้อน-ฝน โดยเฉพาะห้องนอนใหญ่ จะได้รับไอความร้อนจากหลังคาโรงรถเพิ่มอีก ในช่วงบ่าย และ ในช่วงหัวค่ำ ส่วนชั้นล่าง อาจจะได้กลิ่นจากห้องน้ำบ้าง เพราะตำแหน่งอยู่ต้นลมพอดี

ห้องครัว ,ห้องนอน2 และ ห้องนอน3  –ช่วงบ่ายจะร้อนเพราะอยู่ด้านทิศตะวันตก แต่จะค่อยๆเย็นสบายขึ้นในตอนกลางคืน เพราะมีลมมรสุมมาช่วย

หมายเหตุ : อาจจะต้องเปลี่ยนตำแหน่งหัวเตียงใหม่ เพราะหันทิศตะวันตก