เป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปี ที่ผู้ชายคนนี้ใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรีสาขาวิชาออกแบบภายในจากมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้ว คุณเท็น-วรการ ทิพย์ประภา เข้าทำงานอยู่บริษัทตกแต่งภายในอยู่ช่วงเวลาหนึ่งก็เดินทางไปศึกษาต่อที่ M. Arch Illinois Institute of Tecnology, Chicago, USA. สาขาวิชาสถาปัตยกรรม แล้วชีวิตไกลบ้านก็เริ่มขึ้น ช่วงระหว่างเรียนต่อนั้น คุณเท็นรับงานถ่ายภาพตามแกลลอรี่ต่างๆเป็นงานอดิเรก เนื่องจากมีความสนใจและชื่นชอบการถ่ายภาพมานานตั้งแต่อยู่เมืองไทย และมีโอกาสได้เรียนกับช่างภาพฝีมือดีระดับโลกถึง 2 คนคือ John Sexton เรื่องการ Print ภาพ และเรียนทางด้าน environmental portraits กับ Arnold Newman's จนเมื่อเรียนจบก็ได้ทุนเรียนต่อในสาขาเดียวกันที่มหาวิทยาลัย Bauhaus ประเทศเยอรมัน หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานที่บริษัทตกแต่งภายในแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมัน และหาเงินเพื่อเรียนถ่ายภาพอย่างจริงจัง และเดินทางท่องเที่ยวเก็บภาพถ่ายจนทั่วยุโรป
หนึ่งในความภูมิใจของเขาคือ การแสดงนิทรรศการภาพถ่ายวัดต่างๆกว่า 37 รูป ที่คุณเท็นถ่ายเก็บสะสมไว้ออกมาประมูลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิที่เมืองไทย โดยไม่รับผลใดตอบแทนใดๆนอกจากความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนชาติเดียวกัน หลังจากใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่ต่างแดน คุณเท็นก็กลับมาอยู่ประเทศไทย ด้วยความที่อยากอยู่ใกล้กับครอบครัว และอยากมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง

พรหมลิขิตกับบ้านตัวแอล
หลังจากที่กลับมาไม่นานคุณเท็นก็เริ่มหาพื้นที่สำหรับสร้างบ้านสักหลัง จนมาเจอพื้นที่ว่างเปล่าที่อยู่ใกล้กับบ้านคุณพ่อคุณแม่ เมื่อเห็นพื้นที่นี้ก็รู้ได้เลยทันทีว่าจะต้องออกแบบบ้านอย่างไร สาเหตุที่บอกว่าเป็นพรมหลิขิตก็เพราะพื้นที่นี้ประกาศขายอยู่เกือบปี แต่ไม่มีใครซื้อ อาจเป็นเพราะรูปทรงของพื้นที่ที่หลายคนคิดไม่ออกว่าจะสร้างบ้านอย่างไร แต่คงไม่ใช่กับนักออกแบบคนนี้แน่นอน



Visual Training กับการแต่งบ้าน
ช่วงเวลาหนึ่งที่คุณเท็นได้ร่ำเรียนอยู่ต่างประเทศ มีโอกาสได้เลือกเรียนวิชา Visual Trianning ที่ Illinois Institute of Technology ( IIT ) เป็นวิชาที่ฝึกทางด้านการมองในทุกๆอย่าง ซึ่งมีประโยชน์ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและการถ่ายภาพ รวมถึงการแต่งบ้านหลังนี้อีกด้วย
บ้าน 3 ชั้น บนพื้นที่ตัวแอล ขนาด 76 ตารางวา ถูกออกแบบให้เป็น อาร์ต แกลลอรี่ขนาดย่อม มีทางเดินยาวรอบบ้าน ฟังค์ชั่นการใช้งานของบ้านจะอยู่ในบริเวณตรงกลาง และประดับตกแต่งด้วยของสะสมและภาพถ่ายขาวดำจำนวนมาก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Farnaworth House ซึ่งออกแบบโดย Mies Van Der Rohe สถาปนิกชื่อดังชาวอเมริกัน และนำมาดัดแปลงให้เข้ากับพื้นที่และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพิ่มคาแรคเตอร์ให้กับบ้านด้วยโถงเปิดโล่งแบบดับเบิ้ลสเปซบริเวณทางเข้าบ้าน และตกแต่งด้วยภาพต่างๆจากทุกมุมโลกที่คุณสามารถมองเห็นได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ซึ่งทั้งสองมุมมองจะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน การจัดวางองค์ประกอบของรูปเหล่านี้คุณเท็นใช้หลักในการมองจากการเรียนวิชา Visual Trianing นั่นเอง













