ชื่อของบ้านกะรัตนั้นเริ่มเป็นที่จับตามองด้วยเครื่องประดับที่แปลกไม่เหมือนใคร เช่นเดียวกับบ้านกะรัตหลังนี้ที่บ่งบอกถึงความกล้าแตกต่างของเจ้าของ ซึ่งก็คือคุณศศิกานต์และคุณชัยณรงค์ รังคกูลนุวัฒน์ ที่เลือกปรับปรุงอาคารพาณิชย์สูง 6 ชั้นแต่เดิม ด้วยความที่อยู่ติดถนนใหญ่ในทำเลที่กำลังเติบโตของเมืองเชียงใหม่ กับโจทย์ที่ต้องการให้ร้านจิวเวลรี่กับบ้านรวมอยู่ในที่เดียวกัน "พี่อยากได้ตึกที่สามารถทำเป็นร้านที่ดูเหมือนโชว์รูมได้ และในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ด้วย แต่เราจะทำอย่างไรไม่ให้มันดูเป็นร้านค้ามากจนเกินไป"

บ้านกะรัต



บ้านกะรัตแบ่งออกเป็นส่วนโชว์รูมชั้นล่างที่สถาปนิกจงใจให้สเปชเป็นโถงโล่ง มีช่องเปิดออกให้มองเห็นภายนอกและมองเข้ามาภายในได้ เส้นโค้งที่เกิดบนเคาน์เตอร์เครื่องประดับ ผนัง ตลอดจนลวดลายบนพื้นฟินาซโซนั้นเน้นย้ำแบรนด์ของร้านที่เรียบ เก๋ไก๋ และทันสมัยอย่างที่สุด

บ้านกะรัต




โคมไฟถูกซ่อนในท่อเรียงกันเป็นแถวเหมือน Organ Pipe ในโบสถ์ฝรั่ง เน้นให้เพชรเกิดความแวววับจับตา เส้นสายที่ดูแรงกลับดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันต่อเนื่องตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ทำให้เป็น Jewelry Gallery อย่างแท้จริง ชั้นลอยเป็นออฟฟิศที่ใช้ทำงาน ต้อนรับลูกค้า และเป็นที่ผลิตชิ้นงานสวยๆ ตั้งแต่ชั้น 2 ไปใช้เป็นส่วนพักอาศัยที่แบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ไว้ได้อย่างครบถ้วนลงตัว ทั้งห้องรับแขก ห้องอาหาร และห้องครัวอยู่พื้นที่เดียวกัน ถ้ามองจากด้านนอกจะเห็นระแนงไม้โดยรอบทำให้กล่องใบนี้ดูเป็นบ้าน ด้วยความที่แต่เดิมอาคารถูกปิดทึบทั้งๆ ที่มีวิวดีๆ อยู่ด้านนอก สถาปนิกจึงทุบรื้อผนังเปิดออกเพื่อรับแสงจากทางทิศเหนือและเปิดมุมมองให้กว้าง บ้านกล่องนี้จึงดูโล่งโปร่ง และเลือกใช้ระแนงไม้เทียมกรองแสงและบังสายตาคนภายนอก บ้านนี้จึงดูเหมือนห้องชุดคอนโดฯ ที่จัดวางเปิดโล่งเป็น Open Space ให้สามารถมองเห็นต่อเนื่องลื่นไหลจนดูเหมือนว่ากว้างกว่าพื้นที่จริง



ห้องนอนในชั้น 3, 4 และ 5 ที่กั้นออกจากส่วน Public เพื่อความเป็นส่วนตัว ความเรียบร้อย และเนี้ยบเป็นลักษณะเด่นของงานโมเดิร์น เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นถูกจัดวางให้กลมกลืนกันทั้งรูปแบบ รูปทรง สีสัน และวัสดุทั้งไม้ อะลูมิเนียม โครเมียม กระจกและหินสังเคราะห์ มีห้องรับรองเล็กๆ ไว้สำหรับรับแขก มีพื้นที่ว่างโล่งสำหรับจัดปาร์ตี้สร้างความสุขกันในครอบครัว ชื่นชมความงามของเมืองเชียงใหม่โดยเฉพาะเมื่อยามพระอาทิตย์ตกดิน...