เรณู ชูพิทักษณาเวช วัย 65 ปี ประธานกลุ่มกะลามะพร้าวบ้านควนขนุน จ.พัทลุง เล่าว่า เดิมเธอและสามี (สาธิต ชูพิทักษณาเวช) ทำอาชีพผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ แต่หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง คำสั่งซื้อลดลงอย่างมาก อีกทั้ง คนในท้องถิ่นตกงานมากขึ้น จึงพยายามมองอาชีพอื่นมาเสริม ซึ่งในท้องถิ่นมีกะลามะพร้าวเหลือทิ้งจำนวนมาก ทำให้เกิดแนวคิดนำกะลามะพร้าวมาแปรรูปเพิ่มค่า โดยใช้เครื่องจักรและความรู้ช่างที่มีอยู่เดิมเป็นพื้นฐานผลิต

แปลกโฉมกะลามะพร้าว ใส่ดีไซน์เนรมิตโคมไฟหรู - โคมไฟ - กะลามะพร้าว

“ป้าตั้งกลุ่ม พ.ศ. 2544 รวบรวมสมาชิกเบื้องต้นประมาณ 30 คน โดยเอากะลามะพร้าวมาทำเป็นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เช่น ช้อนส้อม ตามด้วยทำเป็นเม็ดกระดุม ซึ่งตอนนั้น ในตลาดยังแทบไม่มีกลุ่มผู้ผลิตสินค้าจากกะลามะพร้าวเลย กลุ่มของป้าจึงเป็นผู้บุกเบิกตลาด ทำให้สินค้าได้รับความนิยม มีออเดอร์เข้ามาจนทำไม่ทัน” ประธานกลุ่มเผย
       
       อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดสินค้ากะลามะพร้าวได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้มีกลุ่มผู้ผลิตรายอื่นๆ ทั่วประเทศ ทำสินค้าคล้ายคลึงกันออกมาจนล้นตลาด ต้องขายตัดราคากันเอง