
และเชื่อมต่อกันด้วยชานปูหินล้างแทนชานไม้ดังที่เห็นจนคุ้นตา อีกมุมมองหนึ่งนั้นจะเห็นได้จากภายในบ้าน ไม่ว่าเมื่อมองจากส่วนระเบียงหน้าห้องนอนใหญ่หรือห้องรับประทานอาหารก็จะเห็นพื้นที่ชั้นล่างที่มีพื้นที่ใช้สอยมากมาย โดยเชื่อมพื้นที่ชั้นบนกับชั้นล่างด้วยบันไดวน จึงทำให้ทราบว่าแท้จริงแล้วเป็นบ้านสองชั้น พื้นที่ชั้นล่างนี้ส่วนใหญ่แบ่งเป็นห้องนอนขนาดต่างๆกัน คือมีตั้งแต่ห้องนอนเล็กไปจนถึงห้องนอนใหญ่ ตามรูปแบบของตัวโครงสร้างจะกำหนดไว้ให้ห้องนอนทุกห้องวางเรียงหน้ากระดานกัน ห้องนอนขนาดใหญ่ห้องหนึ่งจัดอยู่ปีกด้านหนึ่ง และมีโถงบันไดคั่นกลาง แล้วจึงตามด้วยห้องนอนเล็กอีกสองห้องซึ่งมีขนาดต่างกัน แต่แม้ว่าห้องจะเรียงต่อกันแต่ก็ดูเป็นสัดส่วน นอกจากนี้ด้านหน้าของทุกห้องยังมีสนามหญ้าและสวนไม้ประดับที่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ สุดขอบพื้นที่สวนเป็นแนวโขดหินค่อนข้างชันบรรจบอยู่กับผืนน้ำทะเลกว้างใหญ่ พร้อมทั้งมีเหล่าพรรณไม้ท้องถิ่นเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ เสมือนป้อมปราการกั้นบังแสงแดดที่แผดจ้าในช่วงบ่ายและกระแสลมที่อาจพัดโหมในช่วงฤดูมรสุม

เรือนหลังกลางสร้างเป็นห้องโถงใหญ่ค่อนข้างโปร่ง ตัวห้องเป็นรูปยาว ผนังทุกด้านมีบานประตูกระจกใสเกือบเต็มพื้นที่ เว้นไว้เฉพาะส่วนที่เป็นชั้นโชว์ ในเวลากลางวันเมื่อประตูทุกบานเปิดออก ห้องนี้จะมีลักษณะเหมือนศาลา และมีลมพัดผ่านให้อากาศถ่ายเทตลอดเวลา จึงเย็นสบายอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนในเวลากลางคืนห้องก็จะมีสีสันสวยงามด้วยแสงไฟ

ส่วนที่เป็นผนังทึบกำหนดให้เป็นชั้นโชว์ ภายในกรุด้วยผ้าไหมสีเหลืองดอกจำปา ชั้นกระจกใสปรับระดับได้โดยการฝังรางตรงส่วนรอยต่อของการกรุผ้าไหม และมีเหล็กฉากเล็กๆเป็นตัวรับชั้นกระจก สิ่งของที่จัดวางบนชั้นจึงดูเหมือนลอย

ด้านนอกของช่องบันไดก่อหินธรรมชาติเพื่อให้เป็นพื้นผิวที่แตกต่างจากส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องแสงไฟ ทุกส่วนล้วนเป็นพื้นที่เปิดโล่ง และมีตั่งเตี้ยขนาดใหญ่จัดเป็นส่วนนั่งเล่น

ตั่งใหญ่กับหมอนขวานของไทยๆในบรรยากาศยามเย็นเป็นจุดพักผ่อนอันแสนสบาย

กระจกเงาแผ่นใหญ่แบบเต็มผนังสะท้อนภาพห้องน้ำในห้องนอนเล็กให้ดูกว้างขึ้น ในขณะที่ภายในห้องกรุผนังด้วยกระเบื้องเคลือบสีค่อนข้างทึม

ห้องนอนเล็กมีรูปแบบการตกแต่งไม่ต่างจากห้องอื่นๆ เพียงแต่มีการตกแต่งคิ้วไม้เลียนแบบฝาปะกนแบบบ้านเรือนไทยกับการเลือกของตกแต่ง อาทิ รูปภาพและหมอนผ้าไหมในโทนสีแดงที่ทำให้ห้องดูแตกต่าง













