
วงกบไวนิล
เพื่อการใช้งานภายนอกโดยเฉพาะ มีความคงทนต่อแสงแดด รังสียูวีและสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง คุณสมบัติเฉพาะตัวของไวนิล จึงช่วยขจัดปัญหาเรื่องการกัดเจาะของปลวกและแมลงต่างๆ รวมไปถึงการผุกร่อนจากความชื้นได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปก็จะมีผิวเรียบๆ แต่ก็มีผู้ผลิตบางรายได้พัฒนารูปแบบวงกบไวนิลให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นด้วยการออกแบบให้มีคิ้วบัวที่ขอบวงกบและกรอบบาน เพื่อเพิ่มความสวยงาม
รูปแบบของประตูและหน้าต่างจะแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆคล้ายๆกันคือ บานเปิด บานเลื่อน บานเกล็ด หรือบานกระทุ้ง (ใช้กับหน้าต่าง) วงกบที่ใช้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามประเภทและลักษณะการใช้งานของตัวบาน เช่น วงกบที่ใช้กับบานเปิดนั้นจะมีลักษณะเป็นขั้น มีบังใบเพื่อให้กรอบบานแนบสนิทกับตัววงกบ ส่วนวงกบที่ใช้กับบานเลื่อนจะมีลักษณะเป็นรางหรือเป็นลิ้นสำหรับให้บานประตูหรือหน้าต่างยึดเกาะ การจะเลือกใช้วงกบควรพิจารณาจากตัววัสดุของกรอบบานประตูหรือหน้าต่างเป็นหลัก เพื่อความสวยงามและความกลมกลืนกันของเนื้อวัสดุ ถ้าประตูหน้าต่างที่มีกรอบของตัวบานเป็นวัสดุชนิดใดเราก็มักจะเลือกใช้วงกบชนิดนั้น

ความแตกต่างของวงกบไม้และวงกบไวนิลที่เห็นได้ชัดคือ คุณสมบัติของตัววัสดุ วงกบไม้จะมีโอกาสยืดหดตัวและบิดงอได้ง่าย หากต้องผจญกับความร้อนและความชื้น ขณะที่วงกบไวนิลมีโอกาสเสียรูปทรงได้น้อยกว่า การติดตั้งก็ง่ายและสะดวก เพราะมีการผลิตที่เป็นรูปแบบและขนาดมาตรฐาน ภาพลักษณ์ของตัววัสดุ เพราะประตูและหน้าต่างที่ทำจากไวนิลจะให้ความรู้สึกทันสมัย เรียบง่าย เหมาะกับรูปแบบบ้านสมัยใหม่ ในขณะที่ประตูและหน้าต่างไม้จะให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เหมาะกับการตกแต่งบ้านแบบไทยๆหรือแบบตะวันตกอย่างในอดีตมากกว่า ขึ้นอยู่กับความต้องการและรสนิยมของตัวเจ้าของบ้าน รวมถึงความเหมาะสมในรูปแบบของสถาปัตยกรรม การเลือกวงกบไม้หรือวงกบไวนิลมาใช้งาน ควรพิจารณาถึงข้อดีและด้อยของวงกบแต่ละชนิดด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทนทาน ความคล่องตัวในการใช้งาน และความเหมาะสมกับรูปแบบของบานประตูหน้าต่าง ควรดูที่ลักษณะการใช้งานด้วย เช่น ถ้าต้องการทำหน้าต่างแบบบานเลื่อน เราก็น่าจะเลือกใช้ไวนิลจะเหมาะสมกว่า เพราะมีน้ำหนักเบากว่าไม้ เราจึงสามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้ง่ายกว่า













