|
|
|
 |
|
บ้านที่มีหลานสาวอายุ 4 ขวบกับคุณทวดในวัย 97 ปีมาอยู่ร่วมกัน ทำให้เกิดการส่งเสริมซึ่งกันและกัน คุณทวดเห็นหลานร่าเริงสดใส ก็ทำให้ท่านรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา และภาคภูมิใจ ส่วนหลานก็ได้เห็นวิธีการที่เราปฏิบัติกับผู้ใหญ่ เขาจะได้รับความอบอุ่น เห็นภาพของความกตัญญูรู้คุณ ทำให้เขารู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร โดยที่เราไม่ต้องสอนเลย | |
|
|
|
 |
|
ผนังด้านหนึ่งทำเป็นมุมสำหรับติดกรอบรูป เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและสร้างความรู้สึกร่วมกันระหว่างสมาชิกในบ้าน มุมนี้ดูจะถูกใจคุณย่าเป็นพิเศษ | |
|
|
|
 |
|
สวนกระถางบนระเบียงซึ่งเชื่อมต่อระหว่างบ้านทั้งสองหลัง พื้นที่ส่วนหนึ่งที่มีหลังคาคลุมวางโต๊ะเก้าอี้แบบง่ายๆ เพื่อใช้เป็นมุมนั่งเล่นรับลมภายนอก | |
เรากำลังพูดถึง คุณลอร่า - ศศิธร วัฒนกุล พิธีกรสาวสวยมากความสามารถ ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกับสมาชิกอีก 5 ชีวิตในครอบครัวของเธอคือ คุณย่า คุณพ่อ น้องชาย สามี และลูกสาวตัวน้อย ในบ้านหลังใหญ่ที่มีอายุกว่า 70 ปี บนย่านใจกลางเมืองอย่างสุขุมวิท
"บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ลอร่าเห็นมาตั้งแต่แรกเกิดแล้วค่ะ เป็นส่วนหนึ่งของบ้านในโครงการบางกะปิ วิลล่า ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวที่สร้างบ้านเพื่อแบ่งให้ชาวต่างชาติเช่าอยู่ โดยคุณปู่ของลอร่าทำหน้าที่เป็นทั้งเจ้าของ สถาปนิก และผู้รับเหมา จัดการทำทุกอย่างเองทั้งหมด"
"บ้านของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ห้องนอนปัจจุบันของน้องชายบนชั้นสองเมื่อก่อนก็เป็นห้องนอนเล็กๆสองห้องติดกัน ห้องหนึ่งเป็นห้องของลอร่า จนเมื่อเวลาผ่านไปน้องสาวของคุณย่าซึ่งแต่เดิมเคยอยู่ชั้นล่างของบ้านก็ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ประกอบกับเป็นช่วงที่ลอร่าเตรียมตัวจะแต่งงานพอดี จึงย้ายลงมาปรับปรุงพื้นที่ส่วนนั้นให้เป็นเรือนหอ เพื่อใช้ในการเริ่มต้นช่วงแรกของชีวิตครอบครัว ส่วนห้องด้านบนจึงทุบเป็นห้องเดียวและยกให้เป็นส่วนของน้องชาย"
"ครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มให้ปรับปรุงส่วนอื่นๆตามมา หลังจากห้องนอนด้านล่างของเราเสร็จ พอถึงช่วงที่ลอร่าตั้งครรภ์ก็ต่อเติมห้องด้านล่างอีกห้องหนึ่ง ตั้งใจว่าจะทำเป็นห้องพักให้คุณแม่ซึ่งอยู่ที่อเมริกาและจะกลับมาอยู่ด้วย แต่คุณแม่เกิดเปลี่ยนใจไปอยู่ข้างนอกแทน ห้องนี้จึงกลายเป็นห้องสารพัดนึก ใช้เป็นทั้งห้องรับแขก ห้องเรียนแบบโฮมสคูลของลูก สตูดิโอถ่ายรายการโทรทัศน์ ห้องเรียนพระคัมภีร์ของกลุ่มแม่และเด็กทุกวันอังคาร ซึ่งจะมีส่วนหนึ่งเป็นมุมของเล่นสำหรับเด็กๆ และมีห้องพักคนงานแยกออกไปด้านหลัง"
"ก่อนปรับปรุงบ้านเราค่อนข้างอยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ ทานอาหารเสร็จ แต่ละคนก็แยกย้ายกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง แต่หลังจากทำห้องนั่งเล่นเสร็จ พอคุณย่าทานอาหารเสร็จก็จะมานั่งพักในส่วนนี้ ช่วงที่ลูกเล็กๆ ลอร่าก็จะพาลูกมาให้นมตรงนี้ พอลูกกินนมเสร็จลูกก็จะเล่นอยู่ตรงนี้ด้วย เราก็สามารถไปทานอาหารที่โต๊ะอาหารซึ่งอยู่ในห้องเดียวกันได้"
"การมีลูกทำให้บรรยากาศและกิจกรรมภายในบ้านของเราเปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะลูกจะเป็นคนสร้างสีสันให้กับบ้าน แต่งเติมชีวิตชีวาให้ทุกคนในบ้านดูสดใสขึ้น เด็กกับสีสันเป็นของคู่กัน ส่วนไหนที่เด็กไปถึงก็กลายเป็นการแต้มสีสันในส่วนต่างๆของบ้านตามไปด้วย ซึ่งห้องด้านล่างเราสามารถทำได้เต็มที่หน่อย เพราะเป็นพื้นที่ของเราเอง แต่ด้านบนเป็นส่วนที่ใช้ร่วมกันหลายคน เราจึงทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะต้องคิดถึงคนอื่นด้วย" "ถึงแม้ว่าบ้านจะมีพื้นที่กว้างขวาง แต่ส่วนที่สมาชิกในบ้านใช้งานกันจริงๆจะค่อนข้างจำกัดอยู่แค่ในส่วนที่เราปรับปรุงแล้วซึ่งเป็นพื้นที่เล็กๆ จึงเป็นความท้าทายอย่างมากที่จะออกแบบและตกแต่งให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่และถูกใจทุกคนในบ้าน เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของบ้านนี้คือ ความพยายามร่วมกันในการหาจุดลงตัวให้กับบ้านให้ได้ เคล็ดลับที่ทุกคนต้องท่องไว้ในใจอยู่เสมอคือคำว่า “ปรับเปลี่ยน ประนีประนอม ผ่อนปรน และเอาใจเขามาใส่ใจเรา”
"บ้านเราจะเปลี่ยนโต๊ะหรือจะซื้อตู้สักทีก็ต้องลงความเห็นกัน ถ้าเกิดมีเสียงหนึ่งไม่เห็นด้วย ประเด็นนั้นก็ตกไป เราต้องฟังเสียงของทุกคน เพราะอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านอย่างมีความสุขที่สุด โดยเฉพาะคุณย่าซึ่งอายุมากแล้ว ท่านไม่ค่อยชอบสีสันฉูดฉาดและไม่ชอบอะไรที่ทันสมัยจนเกินไป เราก็จะเลือกใช้สีโมโนโทน โดยเฉพาะเรื่องการใช้งาน คุณย่าจะไปไหนมาไหนภายในบ้านด้วยวีลแชร์ เราจึงต้องทำทางลาดเพื่อให้ท่านไปไหนมาไหนได้สะดวก และยิ่งบ้านเรามีทั้งเด็กและคนแก่ซึ่งต้องมีคนมาช่วยดูแล เราก็ถือว่าคนเหล่านี้เป็นสมาชิกในบ้านเราด้วย" |