ร่วมสมัยร่วมศิลปะ
ด้วยงานตกแต่งจาก 3 แหล่ง ไทย - บาหลี- ญี่ปุ่น สัมผัสบรรยากาศอบอุ่น อยู่สบาย กับธรรมชาติรอบด้าน

ชานเมืองปทุมธานีรอยต่อกับกรุงเทพฯมหานครยังพอเห็นความวุ่นวายเล็ก ๆ แต่ระยะทางจากถนนใหญ่เข้าไปยังตัวบ้านหลังนี้ที่แม้จะอยู่ค่อนข้างลึก แต่ก็สร้างความรื่นรมย์ให้กับผู้ใช้เส้นทาง ด้วยสภาพทองข้างทางที่ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก เหมาะสำหรับผู้รักความสงบและต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของสังคมเมือง

วิมานแห่งความสงบ
เมื่อทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น บนถนนนวลจันทร์ เริ่มมีสภาพวุ่นวายและหนาแน่น คุณติ๊กจึงเลือกที่จะหาที่อยู่อาศัยหลังใหม่ในย่านชานเมือง เพื่อหวังที่จะได้ความเงียบสงบกลับคืนมา ซึ่งโครงการบ้านวราบดินทร์ ก็สามารถตอบความต้องการของคุณติ๊กได้หลายอย่างไม่เพียงแต่รูปแบบบ้านเท่านั้น โดยตัดสินใจซื้อบ้านเมื่อเดือนตุลาคม 2549 และใช้เวลาตกแต่งอีก 3-4 เดือน "ติ๊กพึ่งจะย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ประมาณ 6 เดือนนี่เองค่ะ ตอนที่มาดูครั้งแรกก็ตกลงที่จะซื้อเลย อย่างแรกคือชอบสภาพแวดล้อมซึ่งมันตรงตามความต้องการของติ๊กเลย เราเคยอยู่แต่ในสังคมเมืองที่มีแต่ความวุ่นวาย เลยอยากได้บ้านที่เงียบๆ สงบๆ มีความเป็นธรรมชาติอยู่ในตัวจะได้เข้าถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง ด้วยชีวิตการทำงานของเราก็อยู่ในสังคมเมืองแล้วต้องพบปะผู้คนมากมายและผจญกับมลพิษในอากาศมากมาย บ้านจะได้เป็นที่พักสมองและผ่อนคลายสำหรับเรา อีกอย่างการเดินทางระหว่างบ้านไปที่ทำงานก็สะดวกสบายเพราะออกไปด้านนอกก็จะเจอโทลเวย์และทางด่วนใช้เวลา 20 นาทีก็ถึงที่ทำงานแล้วค่ะ"

ตกแต่งจัดวางเองทุกองค์ประกอบ
หน้าที่การงานประจำที่ทำคือ ออกแบบจิวเวลรี่ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ และเมื่อจะมีบ้านหลังใหม่ ก็ไม่ยอมที่จะทิ้งโอกาสทอง มุ่งมั่นตั้งใจและจริงจังกับการสร้างสรรค์ไอเดียเองทั้งหมด โดยมีคุณพอลเป็นผู้ช่วยคอยจัดหาเฟอร์นิเจอร์ตามที่คุณติ๊กต้องการ ซึ่งกว่าจะจัดวางได้ลงตัวดังใจก็ต้องลองผิดลองถูกกันอยู่หลายรอบ "ติ๊กจะเป็นคนแต่งและจัดฟังก์ชั่งต่างๆ เอง เพราะชอบมากกับการที่ได้ใส่ไอเดียที่ตัวเองต้องการลงไปกับสิ่งที่เรารักและให้ได้ผลออกมาตามความพอใจของเรา แต่กว่าจะได้ออกมาได้อย่างที่เห็นนี่ก็ต้องจัดนู้นจัดนี่เปลี่ยนตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยอยู่หลายรอบเหมือนกัน ของบางอย่างที่เราสั่งซื้อมาคิดว่าจะเอาในไว้ในห้องนี้แต่พอจัดวางเข้าจริงๆ กลับเข้ากับพวกที่มีอยู่ไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนเอาไปไว้กับห้องอื่นที่สามารถเข้ากันได้แล้วก็สั่งตัวอื่นเข้ามาแทน ก็จะเป็นอย่างนี้อยู่นานเหมือนกันกว่าจะลงตัว ถ้าถามว่าบ้านเป็นสไตล์ไหนติ๊กว่ามันเป็นแบบโอเรียลทรอสไตล์กึ่งๆ คอนเท็มโพรารี่ค่ะ "

รื้อและต่อเติมในบางส่วน
เพราะมีสไตล์การตกแต่งในใจ ว่าต้องเป็นโอเรียนทอลนิด ๆหน่อย ๆ คุณติ๊กเลยจัดการเปลี่ยนสเปควัสดุก่อสร้างที่โครงการจัดให้ไปหลายรายการเพื่อจะได้เข้ากับบรรยากาศโดยรวม อาทิ เปลี่ยนพื้นกระเบื้องชั้นล่างใหม่หมด จากกระเบื้องสีครีมก็เปลี่ยนเป็นกระเบื้องสีดำ, เปลี่ยนพื้นชั้นบน จากไม้ลามิเนตเคลือบเงามาเป็นไม้แดงแบบด้านให้ความรู้สึกนุ่มเท้าและได้ความเป็นธรรมชาติมากกว่า, รวมทั้งเปลี่ยนกระเบื้องปุพื้นและกระเบื้องบุผนังในห้องน้ำใหม่หมดให้เป็นสีดำ, ผนังห้องครัวปูใหม่ด้วยแผ่นวีว่าบอร์ด และต่อเติมส่วนที่เป็นบ่อปลากับศาลาขึ้นมาใหม่

สัมผัสกับเฟอร์นิเจอร์ 2 สัญชาติ
เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในบ้านจะเน้นแบบลอยตัว และเป็นสไตล์ไทยกับญี่ปุ่น เพราะคุณติ๊กมีร้านขายเฟอร์นิเจอร์ไม้อยู่ที่สวนจตุจักร และคุณพอลก็มีแกลอรี่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งสองจึงชื่นชอบในสไตล์งานของสองสัญชาติเป็นพิเศษ "เฟอร์นิเจอร์ที่ติ๊กใช้ตกแต่งบ้านก็อย่างที่เห็น ส่วนใหญ่จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้แบบลอยตัวซึ่งติ๊กชอบนะจะได้เคลื่อนย้ายไปนู้นมานี่ได้สะดวกเวลาเบื่อเราก็จับไปอยู่ตรงนู้นทีตรงนี้ที่ ซึ่งถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินเราไม่สามารถทำได้แน่นอน ในส่วนของรูปแบบและลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้จะเป็นการผสมผสานของเฟอร์นิเจอร์ 2 สไตล์ คือเป็นแบบไทยกับญี่ปุ่น และส่วนใหญ่ก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้หลายรูปแบบที่สรรหามาจากสถานที่ต่างๆ ในส่วนของชิ้นงานแบบไทยๆ ก็ได้มาทั้งจากในกรุงเทพฯ ที่สวนจตุจักร และถ้าต่างจังหวัดก็จะสั่งมาจากเชียงใหม่ที่เป็นงานไม้สไตล์โบราณหน่อยดูสวยดีค่ะ ส่วนชิ้นงานที่เป็นแบบญี่ปุ่นส่วนใหญ่คุณพอลจะเป็นคนเลือกซื้อมาให้ เพราะจะต้องเดินทางไปแกลอรี่ที่ญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ"

สวนบาหลี กลิ่นอายแบบไทยๆ
พื้นที่ภายนอกบ้านเป็นอีกส่วนที่คุณติ๊กให้ความสำคัญในการจัดแต่ง เพื่อจะได้ใช้เป็นพื้นที่สูดรับธรรมชาติและพักผ่อนกลางแจ้งได้อย่างสบาย โดยทำการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมเพื่อให้เข้ากับความต้องการและรูปแบบของบ้าน จึงออกมาในสไตล์สวนบาหลีที่แฝงกลิ่นอายความเป็นไทยนิดๆ เพิ่มพื้นชานนั่งกับระแนงไม้เต็ง บ่อปลาคาร์ฟ และศาลาขนาดพอเหมาะ ซึ่งตกแต่งในบรรยากาศไทย ด้วยชุดเบาะนั่งที่มีพนักพิงสามเหลี่ยม และโต๊ะกลางทรงกลมคล้ายกับโต๊ะขันโตกแบบทางเหนือ ที่ว่างในสวนก็ปลูกต้นไม้ เน้นไม้ใบฟอร์มสวย ให้ความรู้สึกสดชื่น เย็นตา เป็นอีกหนึ่งวิธีการสร้างบรรยากาศธรรมชาติเพื่อบรรยากาศการอยู่อาศัยที่อบอุ่นสบายทั้งในบ้านและนอกบ้านได้อย่างแท้จริง

บรรยายภาพ
1. ห้องรับแขกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งทอดยาวไปถึงชานไม้ข้างบ้าน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้หลายสไตล์ ตู้ทีวีไม้สักกับเก้าอี้ไม้แดงตัวยาวซื้อมาจากเชียงใหม่ ชุดรับแขกไม้ไผ่กับเสื่อสานได้มาจากสวนจตุจักร ส่วนโต๊ะกลางสั่งตรงมาจากญี่ปุ่น ภาพวาดขนาดใหญ่สไตล์ญี่ปุ่นนำมาจากร้าน Kamala Gallery Fukuoka Japan ของคุณพอล

2. มุมด้านในของห้องอาหารตกแต่งด้วยงานไม้และของโบราณ ตู้และโต๊ะไม้สั่งมาจากเชียงใหม่ ภาพวาดพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นงานฝีมือของศิลปินดังจากเชียงใหม่ จัดวางด้วยของใช้แบบโบราณและงานไม้ชิ้นงาม

3. ห้องอาหารสไตล์ญี่ปุ่นผสมไทยเป็นแบบนั่งพื้น ตัวโต๊ะทรงเตี้ยสั่งมาจากญี่ปุ่น อ่างไม้สนบนโต๊ะเป็นของโบราณ ได้มาจากญี่ปุ่น มีประวัติว่าเป็นที่สำหรับใส่ตัวหมากรุกมอบเป็นของขวัญให้กับเจ้าบ่าวในวันแต่งงาน เบาะนั่ง 6 ที่ บนเสื่อสานที่ซื้อมาจากจตุจักร เพดานติดด้วยโคมไฟหินเคนไซของร้านชบา

4. มุมห้องปลายเตียงจัดเป็นที่นั่งเล่นสบาย ๆ ด้วยพรมขนแกะจากธิเบตที่เพื่อนซื้อมาฝาก โต๊ะรูปทรงโบราณสีแดงเป็นไม้สนน้ำหนักเบาที่ได้มาจากญี่ปุ่น เบาะนั่งผ้าขนาดใหญ่สีเลือดหมู ผนังด้านในวางด้วยตู้ไม้สไตล์ญี่ปุ่น ด้านข้างวางด้วย Partition ภาพเขียนในฤดูร้อนซึ่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น

5. มุมมองภายใต้ศาลาจะเห็นตัวบ้านหลังสีขาว ประตูด้านข้างเป็นกระจกใสบานใหญ่ มีช่องทางเดินสำหรับออกสู่ส่วนหน้าบ้าน ข้างๆ ช่องทางเดินติดด้วยแผ่นไม้เก่าฉลุลวดลายแบบไทยที่ดูงดงามยิ่งนัก

6. ระหว่างทางเดินไปยังห้องอาหารจะเห็นพื้นกระเบี้องสีดำที่เปลี่ยนใหม่จากสเป็กเดิมของบ้าน กั้นส่วนด้วยซี่ไม้จริงที่ต่อเติมเพิ่มขึ้นมา ผนังข้างกำแพงเป็นตู้ไม้ที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น

7. ห้องครัวขนาดกะทัดรัดที่จัดแต่งขึ้นเองแบบง่ายๆ ผนังห้องปรับจากปูนมาเป็นแผ่นวีว่าบอร์ดของซีแพ็ค ชุดครัวสีเข้มบานประตูเป็นไม้ TOP ด้านบนเป็นสแตนเลสได้มาจากโฮมเวิร์คที่เซ็นทรัล พื้นบางส่วนปูด้วยเสื่อสานจากจตุจักรไว้สำหรับปรับความนุ่มให้เท้า เพราะถ้าเดินบนพื้นกระเบื้องมากๆ จะทำให้เท้าด้าน เป็นไอเดียดีๆ ที่คิดได้ละเอียด

8. ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ที่ดูเคร่งขรึมด้วยกระเบื้องพื้นและผนังสีดำที่เปลี่ยนขึ้นมาใหม่ เคาน์เตอร์แกรนิตสีดำตัดกับอ่างล้างหน้าสีขาว เหนือเคาน์เตอร์ติดด้วยกระจกบานใหญ่แบบเต็มผนังวงกรอบเป็นไม้เก่าสีน้ำตาลเข้มได้มาจากสวนจตุจักร แยกส่วนชาวเวอร์และโถสุขภัณฑ์ด้วยผนังบล็อกแก้วกรอบกระเบื้องสีดำ และห้องที่ติดกับห้องน้ำเป็นส่วนของห้องแต่งตัว

9. บริเวณข้างบ้านตกแต่งเป็นสวนแบบสบายสไตล์บาหลี พื้นเป็นไม้เต็งที่สั่งตรงมาจากเชียงใหม่ ด้านบนโดยรอบติดด้วยระแนงไม้เต็งสั่งทำพิเศษ ตัวบ่อปลาคาร์ฟต่อเติมขึ้นใหม่เป็นบ่อปูน รอบๆ ขอบบ่อเป็นกรวดล้างทรายล้างเพื่อกันลื่น มุมบ้านวางเก้าอี้โยกไม้ที่ได้มาจากพม่า

10. มุมหนึ่งของห้องรับแขกวางด้วยตู้ไม้สไตล์ญี่ปุ่น ด้านบนมีแจกันดินเผา โคมไฟหินเคนไซ และของตกแต่งที่นำมาจากบาหลีซึ่งเป็นเครื่องรางที่คนมักจะนำไปแขวนห้อยในวัด ทำมาจากเหรียญโบราณร้อยกับลูกปัดและติดด้วยพู่สีแดง

11. ข้างๆ บ่อปลาที่อยู่ตรงข้ามกับตัวบ้านเป็นศาลาที่ตกแต่งและต่อเติมขึ้นมาใหม่ เสาสี่มุมเป็นปูนขัดมัน เพดานและพื้นเป็นไม้เต็ง จัดวางด้วยเบาะนั่งและโต๊ะกลางสไตล์ลานนาบนพรมที่ทำจากหญ้ากระจูด ที่ซื้อมาจากสวนจตุจักร

12. ห้องนอนใหญ่ตกแต่งอย่างอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้ม พื้นไม้แดงสีเข้มนุ่มเท้าปรับเปลี่ยนใหม่จากพื้นไม้ลามิเนต เตียงไม้ จาก Index ปลายเตียงมีเก้าอี้ไม้ตัวยาวสไตล์ญี่ปุ่นวางอยู่ ผนังหัวเตียงติดภาพเขียนเจ้าแม่กวนอิม อายุราว 50 ปี ของศิลปินชาวญี่ปุ่น

13. อีกมุมหนึ่งข้างบ่อปลากั้นเป็นผนังปูนขัดมัน ภายใต้แสงแดดรำไรของซี่ระแนงไม้เต็งเป็นที่นั่งเล่นสบายๆ ด้วยเก้าอี้ไม้แดงตัวยาวจากเชียงใหม่ และสวนต้นไม้ด้านข้างที่ให้ความสดชื่นได้ดี