เรียบ หรู ทันสมัย สไตล์ทรอปิคอล
 "ตอนแรกผมก็ดูโครงการใหญ่ๆ อยู่หลายโครงการเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, ของโนเบิลและอื่นๆ อีกหลายแห่ง จนจำไม่ได้แล้วล่ะครับ ดูมาเยอะก็ยังไม่ถูกใจเลยซักที่ แต่พอมาได้ที่นี่เรียกได้ว่า "ฟลุ๊ค" เลยล่ะ ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาดูเลย พอดีเราสองคนผ่านมาทางถนนเส้นนี้แล้วแวะซื้อกาแฟกินกัน ก็บังเอิญเห็นป้ายของโครงการนี้เข้า ป้ายมันใหญ่สะดุดตาดี ก็เลยบอกกับภรรยาว่าลองแวะเข้ามาดูหน่อยมั๊ยไม่ได้เสียหายอะไร ไหนๆ ก็ผ่านมาแล้ว พอได้เข้ามาดูก็ชอบตรงกัน ทั้งรูปแบบและการแบ่งแยกฟังก์ชันการใช้สอยที่ดูโปร่งโล่งสบายไม่อึดอัด จึงตกลงจองกันในวันนั้นเลย

ไอเดียจากการอ่าน และการเดินทาง
สไตล์การตกแต่งภายในเจ้าของบ้านได้ไอเดียมาจากการเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และการได้เข้าพักในโรงแรมหรือรีสอร์ทหลายแห่ง บ้างก็จากหนังสือตกแต่งเล่มต่าง ๆ ที่ทั้งสองชอบอ่านและซื้ออยู่เป็นประจำ สไตล์การตกแต่งที่ออกมาเป็นแนวทรอปิคอลเน้นอารมณ์รีสอร์ท สร้างความสดชื่นรื่นรมย์ด้วยต้นไม้และสายน้ำ "ไอเดียการแต่งบ้านของเราก็ได้มาจากประสบการณ์จากการเดินทางและอ่านเป็นส่วนใหญ่ คือผมจะได้เปรียบคนอื่นตรงที่ผมต้องเดินทางไปนู้นมานี่อยู่บ่อยๆ ได้รู้ได้เห็นสิ่งต่างๆ มากมาย และเวลาที่เราเดินทางเราก็จะจดจำเอาสไตล์การตกแต่งตามสถานที่ที่เราไปพัก ชอบไอเดียตรงไหนของเค้าเราก็เอามาใช้ในการตกแต่งบ้านเรา บ้างก็ปรับเปลี่ยนในบางส่วนที่เราไม่ชอบเติมสิ่งที่เราชอบลงไปก็ OK. แล้ว และอีกอย่าง...ไม่อยากจะบอกว่าเราสองคนชอบอ่านหนังสือตกแต่งมาก จะซื้ออยู่ประจำหลายๆ หัว โดยเฉพาะหนังสือ Decoration guide นี่ เป็นสมาชิกเลยล่ะ มีอยู่ทุกเล่มเลย สไตล์การตกแต่งที่เราเน้นเลยคืออยากได้อารมณ์เป็นธรรมชาติแบบรีสอร์ท การตกแต่งภายในให้มีความโปร่งโล่งสบายสามารถให้ลมถ่ายเทได้ ส่วนภายนอกก็เน้นความเป็นธรรมชาติสูง ซึ่งผลงานที่ออกมาก็เป็นที่ถูกใจอย่างมาก

เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งทันสมัย เก๋ไก๋
เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งบ้านส่วนใหญ่ทั้งสองจะหาซื้อมาเอง ทั้งจากในเขตกรุงเทพฯ และตามจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะทางภาคเหนืออย่างเชียงใหม่หรือเชียงราย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่มีก็มาจากความตั้งใจและใส่ใจในการคัดสรรมาให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดถึงแม้ว่าของบางอย่างจะมีราคาที่แพงสักหน่อยแต่ก็มีคุณภาพสูง "ของแต่งบ้านส่วนใหญ่เราสองคนช่วยกันเลือกซื้อเลือกหามาเองทั้งนั้น ตอนแรกไม่อยากลำบากและด้วยความไว้ใจเราก็กะจะให้ช่างรับเหมาที่จ้างมาเป็นคนดำเนินการทุกอย่างให้ แต่พอดีมีปัญหากันนิดหน่อย คือ...งานยังไม่ทันเสร็จเค้าหนีงานผมไปเลย เราสองคนก็เลยต้องลงมาดูแลทุกอย่างเอง นี่ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตของเราเลยล่ะ ผมกับภรรยาเป็นคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหากันเท่าไหร่ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ก็จะหาซื้อจากสถานที่ต่างๆ เลือกที่มีแบรนด์รับประกันคุณภาพหน่อยจะได้ไม่มีปัญหา อย่างของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่างๆ ก็หาซื้อจากห้างสรรพสินค้าทั่วๆ ไปอย่าง สยามพารากอน สยามเซ็นต์เตอร์ หรือสยามดิสฯ ภรรยาผมบอกว่า คนเราไม่ได้มีบ้านกันบ่อยๆ และไหนๆ เราก็มีทั้งทีก็อยากจะให้อะไรที่ดีที่สุดกับบ้านของเรา ถึงราคาจะแพงแต่เมื่อเทียบกับคุณภาพและความสบายใจ...ก็ถือว่าคุ้ม

สวนสไตล์รีสอร์ท & สปา
เพราะทั้งสองชอบเดินทาง จึงเลือกที่จะตกแต่งสวนในบรรยากาศรีสอร์ท & สปา ที่มีความเป็นธรรมชาติสูงเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยต้นไม้นานาชนิดทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ เน้นไม้ใบมากกว่าไม้ดอก มีท่อนไม้ ก้อนหิน กำแพงน้ำไหล และบ่อน้ำเพื่อสร้างความสดชื่นให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะ"บ่อน้ำ" นั้นถือเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านภูมิอกภูมิใจมาก เพราะตามสเป็กเดิมของบ้านจะไม่มี ทางเจ้าของบ้านสั่งทำขึ้นมาใหม่ต่างหาก ซึ่งก็เป็นไอเดียที่ได้มาจากการจดจำมา จึงไม่เหมือนบ้านหลังไหนที่อยู่ในละแวกเดียวกันด้วย ....กลายเป็นบ้านแห่งความสุขสำหรับคนสองคนที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง

บรรยายภาพ
1.บริเวณประตูรั้วหน้าบ้านมีประตูทางเข้าเล็กที่สั่งทำขึ้นใหม่ บานประตูเป็นไม้สัก พร้อมหลังคาขนาดเล็กไว้พอให้บังแดดบังฝนได้ ทางเดินจากประตูถึงตัว บ้านปูด้วยแผ่นไม้ธรรมชาติสลับกับหญ้าญี่ปุ่น ต้นหมากแดง ต้นไผ่ และไม้คลุมดินช่วยสร้างความร่มรื่นข้างทาง โอ่งดินนำเข้าจากพม่าวางไว้ซ้ายขวาก่อน เข้าตัวบ้าน ซึ่งปัจจุบันหาซื้อได้ตามร้านขายต้นไม้

2.ห้องแต่งตัวที่ปรับเปลี่ยนมาจากห้องนอน โดยการทุบผนังส่วนกลางให้ต่อเชื่อมได้กับห้องนอนใหญ่ ผนังทุกด้านจัดทำตู้เสื้อผ้าบิวท์อินโดยรอบ มีสตูล หนังสี่เหลี่ยมสีดำขนาดใหญ่ไว้กลางห้อง เว้นพื้นที่มุมห้องตรงประตูทางเข้าทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งของคุณแม่บ้าน

3.ห้องรับแขกสีขาวครีมดูอบอุ่นมากขึ้นเมื่อผนังด้านหนึ่งกรุไม้สีโอ๊คเต็มพื้นที่ ประตูกระจกบานใหญ่ติดม่านสีขาวบาง กับสีครีม ชุดโซฟาหนังวัวสีดำตัว L ดีไซน์นำเข้าของเทรนดีไซน์ เข้าชุดกับโต๊ะกลางสี่เหลี่ยม TOP กระจกสีชา บนพรม จากแม่ฟ้าหลวง ส่วนโคมไฟติดเพดานดีไซน์ทันสมัย ได้มาจากร้าน ค้าแถวทองหล่อ

4.บริเวณพื้นที่โล่งที่เชื่อมระหว่างห้องบนชั้นสองจัดทำมุมนั่งเล่นเล็กๆ น่ารัก ด้วยชิงช้าเหล็ก ที่สั่งทำจากร้านชิ้นงามที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นไอเดียเก๋ๆ ที่ดัด แปลงมาจากการเดินทางเข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง รับกันได้ดีกับพรมทอใยกัญชา จากแม่ฟ้าหลวง ส่วนตัวเบาะสีส้ม กับหมอนอิงสีสันเจ็บ ๆ ของจิมป์ทอม สัน ก็ทำให้ห้องนี้ดูสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้น

5.ห้องอาหารที่ได้บรรยากาศโปร่งสบาย โต๊ะอาหารไม้สีเข้มแบบเรียบๆ 10 ที่นั่ง กับโคมไฟสไตล์โอเรียลทอลจาก แลมป์ติจูด ผนังด้านหนึ่งกรุแผ่นไม้ได้ อารมณ์บ้านไม้เก่า ๆ อีกด้านเป็นประตูบานพับกรุกระจกใส คั่นส่วนกับห้องหนังสือ ซึ่งปรับเปลี่ยนจากห้องน้ำเพื่อให้เชื่อมกับพื้นที่ของศาลาด้านนอก

6.ห้องหนังสือที่ตกแต่งแบบเรียบง่าย ปูพื้นด้วยไม้แดง ผนังด้านในบิวท์อินเป็นชั้นหนังสือแบบเต็มพื้นที่ มีเก้าอี้หนังสีน้ำตาลขนาด 1 ที่นั่งของเลซี่บอยไว้นั่ง เล่นนอนเล่น ข้างๆ มีโต๊ะไม้ทรงกลมทำด้วยไม้ซุง จาก Beautiful Object โคมไฟด้านหลังโซฟา งานจากแลมป์ติจูด

7.ห้องนอนใหญ่สีเข้มแสนอบอุ่นด้วยงานบิลท์อินไม้สัก ผนังข้างเตียงเป็นตู้บิลท์อินเก็บของกั้นพื้นที่ของห้องแต่งตัวซึ่งเดิมทีเคยเป็นห้องนอน หัวเตียง เรียบ ๆ ดูโดดเด่นด้วยภาพเขียนสีน้ำมัน จากสวนลุมไนท์บาซาร์

8.ห้องครัวสีขรึม เก๋ไก๋ด้วยชุดอุปกรณ์ครัวดีไซน์ทันสมัย งานบิวท์อินและเฟอร์นิเจอร์สีโอ๊คเข้ม แต้มสีสันบริเวณผนังกันร้อนด้วยกระจกเท็มเปอร์เคลือบสี แดงดูสดใสขึ้น ไอส์แลนด์ TOP แกรนิตสีดำ จัดวางไว้กลางห้อง เพิ่ม stool bar ทำจากไม้เบาะหนังสีดำอีก 2 ตัว ก็เป็นมุมทานอาหารที่ให้บรรยากาศ ต่างออกไป

9.ห้องน้ำเล็กติดกับห้องหนังสือ ตกแต่งได้อย่างเก๋ไก๋ด้วยวัสดุหลากชนิด พื้นปูด้วยไม้เต็งสลับกับหินกรวดสีขาว ผนังด้านหนึ่งปูด้วยกระเบื้องสีเทาดำมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ติดด้วยมู่ลี่ไม้ อีกด้านหนึ่งปูด้วยแผงไม้ลามิเนตพร้อมโคมไฟดีไซน์ทันสมัยของแลมป์ติจูด ผนังด้านหลังสุขภัณฑ์ปูด้วยหินเทียมเพื่อสร้างมิติของแสง ขณะที่เคาน์เตอร์เป็นไม้สักหน้าบานกระจกฝ้า TOP ด้านบนเป็นแกรนิตสีดำ

10.ห้องน้ำขนาดใหญ่ในห้องนอนใหญ่ที่แสนจะโอ่โถง แบ่งแยกฟังก์ชั่นการใช้งานในแต่ละส่วนไว้อย่างชัดเจน มุมในสุดถัดจากอ่างอาบน้ำจัดทำสวนหย่อม เล็กๆ เพื่อสร้างความสดชื่นสบายตา บริเวณผนังที่เปิดโล่งติดแผ่นไม้ตีเป็นตารางให้แสงส่องผ่านช่วยฆ่าเชื้อโรคไปในตัว

11.อ่างจากุ๊สซี่ขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่บนแท่นซึ่งยกสูงจากพื้นประมาณ 80 ซม. พื้นด้านบนปูด้วยไม้แดงให้เป็นส่วนที่นั่ง วางของ ผนังข้างหนึ่งปิดทับด้วยกระ จกเท็มเปอร์สีเขียว ที่มีช่องหน้าต่างกระจกใสเล็กๆ ไว้ให้แสงส่องผ่าน ส่วนผนังอีกด้านที่เชื่อมกับห้องนอนทำเป็นหน้าต่างบานเลื่อนกรุกระจกใส เพื่อ เชื่อมพื้นที่ของห้องให้ดูกว้างขวางและโล่งขึ้น เป็นอีกไอเดียที่เก็บตกจากการเดินทาง

12.อีกหนึ่งมุมนั่งเล่น บนยกพื้นระแนงไม้แดง ที่มีชุดสนามไม้แบบเดียวกันวางอยู่ ร่มผ้าดิบสีขาวขนาดใหญ่ช่วยให้ร่มเงา ยามแดดแรงจัด โอ่งน้ำล้นสีดำ ใบใหญ่นำเข้าจากพม่าช่วยให้บรรยากาศมุมนี้ชวนนั่งมากขึ้น

13.ด้านหลังชุดสนาม บริเวณส่วนที่ติดกับรั้วข้างบ้าน ทำการก่อผนังสูงประมาณ 1 .80เมตร วางแผ่นหินธรรมชาติเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทำเป็นผนังน้ำไหล รอบๆ ปลูกไม้ใบหลากชนิดก็ช่วยทำให้มุมนี้สดชื่นและดูเป็นธรรมชาติอย่างมาก

14.อีกมุมหนึ่งในสวนที่ตกแต่งได้อย่างเก๋ ด้วยพื้นที่ผสมระหว่างหินกรวด แผ่นหินและแผ่นไม้ธรรมชาติ ท่อนไม้ซุง รูปทรงแปลกตา ได้มาจากเชียงใหม่ ใช้เป็นที่นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจได้ไม่เหมือนใคร รั้วปูนพรางตาด้วยแนวต้นโมก ก็เปลี่ยนมุมแข็ง ๆ ก็นุ่มนวลชวนนั่งมากขึ้น

15.ด้านหน้าบ้าน มีศาลานั่งเล่นสร้างไว้ติดกับตัวบ้านใหญ่ โดยรอบๆ ศาลาจะมีบ่อน้ำล้อมรอบ ซึ่งเจ้าของบ้านได้ระบุให้ทางโครงการจัดทำไว้พร้อมกับ การสร้างบ้าน พร้อมกับเปลี่ยนผนังส่วนที่ติดกันจากผนังแบบทึบเป็นประตูกระจกเพื่อเปิดพื้นที่ 2 ส่วนให้เชื่อมถึงกันได้