อีกมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น โซฟาตัวเก่าที่อาจารย์กันต์บุผ้าใหม่ยังคงใช้งานได้ดี "ภาพวาดสีน้ำที่ประดับบนผนังเป็นผลงานของนักศึกษา เห็นแล้วชอบเลยซื้อเก็บไว้ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีเก็บไว้เยอะมาก นี่ก็เลือกมาใส่กรอบเท่าที่พื้นที่จะอำนวย

 

 
ห้องพักผ่อนบริเวณชั้นลอย ซึ่งต่อเนื่องมาจากชั้นล่าง อาจารย์กันต์ตกแต่งด้วยโทนสีชมพูเช่นกัน "เนื่องจากเป็นบ้านที่อยู่กลางป่าเขา ก็อยากตกแต่งสไตล์อิงลิชคันทรี ทำให้นึกถึง ลอร่า แอชลี่ เธอมักออกแบบผ้าเป็นลายดอกไม้ดอกเล็กๆ ผมเลือกผ้าม่านและผ้าบุแนวเดียวกับเธอ เพราะดูเป็นชนบทแบบอังกฤษดี

 
ห้องนอนใหญ่แต่งในโทนสีฟ้า วางเตียงไม้สักแบบโบราณ ม้านั่งปลายเตียงก็เป็นเฟอร์นิเจอร์เก่าที่บุผ้าใหม่ ภาพประดับเหนือผนังหัวเตียงเป็นผลงานของนักศึกษาเช่นกัน

 

 
ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ก็ใช้โทนสีฟ้าให้ดูต่อเนื่องกัน ผนังห้องใช้เทคนิคปูนฉาบผสมสี

 

 
ห้องนอนเล็กแต่งด้วยโทนสีสดใสอย่างสีเขียว แล้วเลือกใช้ผ้าคลุมเตียงที่มีสีเข้ากัน ให้บรรยากาศน่านอน

 
ห้องนอนเล็กอีกห้องใช้เตียงเสาแบบโบราณ แต่งด้วยผ้าโปร่งและริ้วระบาย ได้บรรยากาศของบ้านสไตล์อิงลิชคันทรี

 

 
มุมนั่งเล่นที่มีพื้นที่ไม่กว้างนัก แต่จัดได้น่าอยู่โดยวางอาร์มแชร์พร้อมสตูลคู่กัน ทั้งสองชุดเป็นของเก่าที่เคยใช้ในบ้านที่กรุงเทพฯ แต่เปลี่ยนผ้าบุใหม่ ส่วนนี้ต่อเนื่องกับส่วนรับประทานอาหารและส่วนพักผ่อนในชั้นลอยจึงใช้โทนสีเดียวกัน

 
ครัวกับส่วนรับประทานอาหาร ทำแบบเปิดโล่งเพื่อให้ดูเป็นพื้นที่เดียวกัน เคาน์เตอร์ครัวเป็นคอนกรีตก่อ ทำชั้นไม้สำหรับวางแก้วอย่างเป็นระเบียบ ระหว่างครัวกับโต๊ะอาหารคั่นด้วยโต๊ะยาว ทำหน้าที่เป็นส่วนจัดเตรียมอาหาร

 

 
อีกมุมหนึ่งของส่วนรับประทานอาหาร บริเวณผนังออกแบบเป็นชั้นบิลท์อิน ใช้เป็นส่วนโชว์จานแบบต่างๆที่เก็บสะสมมานาน ด้านล่างเป็นที่วางเครื่องปรับอากาศ อาจารย์กันต์บอกว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ย้ายมาจากบ้านหลังอื่น นอกเหนือจากเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งทั้งหลาย

 

 

 

 

 

"พอดีทราบมาว่ามีโครงการหมู่บ้านจัดสรรจะมาสร้าง อยู่ไม่ไกลจากเขตรั้วบ้านในสวนกุหลาบสักเท่าไร ก็เลยเข้ามาดู และตกลงซื้อตั้งแต่เขายังสร้างไม่เสร็จ จึงสามารถเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภายในได้
 
"แบบเดิมจะซอยพื้นที่เป็นห้องเล็กห้องน้อยมากเกินไป ผมอยากให้ภายในแต่ละส่วนมีความโปร่ง ห้องจะได้ดูไม่อึดอัด แล้วพวกเพื่อนๆของผมก็คาดหวังว่าจะต้องตกแต่งด้วยโทนสีหวานๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้วเลยเอาให้หวานสุดๆไปเลย (หัวเราะ) ผมเลือกสไตล์การตกแต่งที่เรียกเองว่า ไทยอิงลิชคันทรี คือใช้สไตล์อิงลิชคันทรีเป็นหลัก แล้วหาของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ของไทยเข้าไปผสม เน้นสีสันที่สดใส เพราะสีสร้างอารมณ์ได้ดี บ้านสดใสคนเข้ามาก็มีความสุข"
 
พื้นที่ทุกส่วนภายในบ้านมีการเล่นระดับ ชั้นล่างประกอบด้วยส่วนนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร และครัวขนาดเล็ก ชั้นลอยจัดเป็นส่วนพักผ่อน โดยเพดานของส่วนนั่งเล่นจะสูงเท่ากับเพดานของชั้นลอย ทุกส่วนที่กล่าวมาแต่งด้วยโทนสีชมพู ชั้นสองและชั้นสามจัดเป็นห้องนอนใหญ่หนึ่งห้องกับห้องนอนเล็กอีกสามห้องสำหรับรับแขก แต่ละห้องจะใช้โทนสีต่างกัน
 
"บ้านหลังนี้ใช้งบประมาณในการตกแต่งไม่มาก เพราะในเชียงใหม่มีแหล่งขายวัสดุกับของตกแต่งมากมาย อย่างกระเบื้องที่ปูในบ้านหลังนี้ (เท่าที่มีการใช้งาน เช่นในห้องน้ำทุกห้อง) จ่ายเงินไปประมาณ 8,000 บาท ผ้าม่านก็ไปซื้อตอนที่เขาลดราคาแบบสุดๆ เพราะศูนย์การค้าเวิล์ดเทรด (สมัยนั้น) จะปิดปรับปรุง เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ก็มาจากบ้านที่กรุงเทพฯและในตัวเมืองเชียงใหม่ ผมจะคิดไว้ล่วงหน้าเลยว่าจะทำบ้านอย่างไร จึงเตรียมอะไรต่อมิอะไรไว้ก่อน การตกแต่งบ้านจึงใช้เวลาไม่นานนัก แม้บ้านหลังนี้มีไว้เฉพาะรับรองแขกเป็นหลัก แต่ก็เป็นบ้านที่ทำให้อาจารย์กันต์มีความสุข
 
"ในฐานะที่ทำบ้านมาหลายหลัง ผมคิดว่าการทำบ้านไม่ควรตามแฟชั่นจนเกินไป เพราะสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ควรคิดว่าเราต้องการบรรยากาศแบบไหนอย่างแท้จริง ผมชอบอย่างนี้ผมก็ทำอย่างที่ผมชอบ ทำบ้านทั้งทีต้องทำแล้วให้เราอยู่อย่างมีความสุขครับ "