






คุณจักรวุฒิ ตันตริยานนท์ อดีตเลขาธิการสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย เป็นนักสะสมพันธุ์ไม้และนักจัดสวนมาประมาณ 20 ปี งานออกแบบสวนที่เน้นความเป็นธรรมชาติและการคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ทำให้บริษัทเอ .กรีนเนิร์สเซอรี่ จำกัด ของเขา มีผลงานเป็นที่ต้องการตลอดมา นอกจากนี้เขายังมีผลงานจัดตกแต่งสถานที่ในงานแสดงเกี่ยวกับสวนและต้นไม้ระดับประเทศจนถึงปัจจุบัน และเมื่อ 4-5 ปีก่อน คุณจักรวุฒิได้ริเริ่มปลูกต้นไม้ในแบบธรรมชาติ ซึ่งได้รับความสำเร็จดียิ่ง นอกจากเลี้ยงต้นไม้ได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังนำไปใช้ตกแต่งในมุมต่างๆในบ้านและสวน หรือจัดเป็นมุมน้ำตกได้อย่างรวดเร็วและสวยงาม
"แทนที่จะไปนำต้นไม้ออกจากธรรมชาติ เช่น ย้ายมาปลูกใส่กระถาง ก็จัดให้ต้นไม้กลับไปสู่ถิ่นกำเนิดหรือระบบนิเวศเดิมของมัน เริ่มแรกทดลองกับไม้หลายชนิดซึ่งมีหลายพันธุ์ที่เลี้ยงยาก อย่างเฟินก้านดำต่างๆ สับปะรดสี กล้วยไม้ ไม้คลุมดินที่ชอบความร่มชื้นต่างๆ มอส วัสดุที่นำมาใช้ปลูกพันธุ์ไม้เหล่านี้ล้วนเป็นวัสดุธรรมชาติหรือแปรรูปจากธรรมชาติ เช่น ไม้ ตอไม้เก่า ศิลาแลง หิน อิฐมอญ อิฐบปก. อิฐมวลเบา ฯลฯ ซึ่งพื้นผิวมักมีรอยเว้าหรือรูพรุน แต่ถ้าไม่มีหรือมีน้อย อาจมีการสกัด ถากหรือเจาะเพิ่ม เพื่อให้สปอร์ เมล็ด หรือหน่อ งอกหรือยึดเกาะได้ง่ายขึ้น"
นอกจากการงอกงามและเจริญเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว รูปแบบและการนำไปใช้ยังทำได้ง่ายดายและงดงามแนบเนียนขึ้น เช่น การจัดสวนบนระเบียงหรือสวนดาดฟ้าที่ต้องใช้ไม้กระถาง หรือก่อขอบยกพื้นเพื่อจัดสวน เราสามารถนำไม้บนหินหรือขอนไม้เหล่านี้ไปจัดวางด้านหน้า เพื่อพรางกระถางหรือขอบกระบะให้ดูเป็นธรรมชาติได้ทันที เช่นเดียวกับการก่อน้ำตกในสวน ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอปลูกไม้ใหม่เกาะหินแต่ยกไม้บนหินที่เราเตรียมไว้ไปจัดประกอบเช่นเดียวกับการต่อจิ๊กซอว์หรือเลโก้
"เป็นมุมมองใหม่สำหรับวิธีการจัดสวนอย่างเป็นธรรมชาติที่ประหยัดเวลาและคงทน ต้นไม้อยู่ได้ถาวร ก่อนที่จะมาลองปลูกต้นไม้เกาะหินกัน คุณจักรวุฒิบอกว่า ควรเตรียมสถานที่หรือมุมใดมุมหนึ่งในบ้านให้มีสภาพนิเวศที่เหมาะสมเสียก่อน นั่นคือมีความร่มครึ้ม ชุ่มชื้น และมีแสงแดดอ่อนๆส่องถึง"
"สวนที่บ้านนี้เป็นสวนทรอปิคัล มีต้นไม้เก่าแก่มากมาย ผมเลี้ยงต้นไม้มาตั้งแต่เด็ก ชอบพวกเฟิน ไม้ในร่มและไม้ที่ชอบความชุ่มชื้น ปัจจุบันก็ใช้บ้านนี้เป็นเนิร์สเซอรี่และที่ทำงานด้วย เมื่อเริ่มทดลองปลูกต้นไม้บนหินตอไม้ และขอนไม้ สภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้นและมีสปอร์เฟิน เมล็ดพันธุ์ของไม้คลุมดิน ไม้ในร่มอื่นๆมากมาย ทำให้เขาไม่ต้องลงมือปลูกเองเลย อย่างไม้ตระกูลสับปะรดสี แม้ถิ่นกำเนิดจะมาจากต่างประเทศ แต่สภาพในธรรมชาติของมัน มักขึ้นเกาะตามผาหิน คาคบไม้ เมื่อเราทดลองปลูกเลียนแบบความเป็นอยู่เดิมของมัน ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดี"
สำหรับสับปะรดสีต่างๆ คุณจักรวุฒิเลือกใช้พันธุ์ที่ปลูกในสวนได้ดี คือ ทนทาน ทนแดด และเลี้ยงง่าย
"ในสภาพที่มีความชุ่มชื้นแต่ยังมีแสงแดดพอเหมาะ ไม่ร่มมากจนเกินไป ต้นไม้หล่านี้จะเติบโตได้ดี แข็งแรง ทรงสวย ถ้าแสงแดดจัดไป ไม้จะโตช้าค่อนข้างแคระ หรือแห้งไม่สดชื่น เพราะฉะนั้นต้องคอยดูแลและหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของต้นไม้ด้วย อาจต้องย้ายที่จนกว่าจะได้ที่เหมาะสม ถ้าต้นไม้หรือวัสดุปลูกดูแห้งไป ควรพ่นน้ำหรือรดน้ำจากบัวรดน้ำชนิดฝอยละเอียดเพิ่มขึ้น โดยปกติรดน้ำวันละครั้งก็พอ ถ้าฝนตกและฝนสาดถึง งดรดน้ำในวันนั้นๆได้ หรือจัดหาจานรองกระถางมาวางก้อนหิน ตอไม้เหล่านี้ และหล่อน้ำไว้บางๆ ก็จะช่วยให้ความชุ่มชื้นมากขึ้น"
คุณจักรวุฒิบอกว่า ไม่ควรนำไม้เกาะหินเหล่านี้ไปวางไว้ในห้องปรับอากาศ เพราะเครื่องทำความเย็นจะดูดซับความชื้นจากใบไม้ ต้นไม้ไปหมด
"ถ้าจำเป็นห้ามนำไปวางประดับไว้เกินหนึ่งสัปดาห์ ระหว่างนั้นต้องดูแลให้น้ำมากกว่าปกติ 2-3 ครั้ง และใช้สเปย์น้ำช่วย อย่างงานแสดงโชว์ต้นไม้ต่างๆ ถ้าจะนำไม้เกาะหินเหล่านี้ไปจัดสวนหรือตกแต่งต่างๆ ควรติดตั้งระบบพ่นหมอกเพิ่มเติม แต่ก็เป็นต้นทุนที่สูงขึ้น"
คุณจักรวุฒิเพิ่มเติมว่า "อย่างเฟินก้านดำและเฟินบางชนิด รวมถึงไม้ในร่มที่ชอบขึ้นแถวน้ำตกหรือริมลำธาร เมื่อมันขึ้นเกาะบนหิน รากได้รับความชุ่มชื้นเพียงพอและไม่มีน้ำขัง แต่การนำมาปลูกในกระถาง บางครั้งดินอุ้มน้ำมากไปหรือปลูกในกระถางใหญ่เกินตัว ทำให้รากเน่าได้ ธาตุอาหารหรือปุ๋ยที่มากไปทำให้รากคายน้ำก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง การปลูกเกาะหินไม่ต้องการปุ๋ยใดๆเลยๆ แค่เศษใบไม้ร่วงใบไม้ผุจากธรรมชาติที่ร่วงหล่นลงมาบ้างก็เพียงพอ"
ได้นำวิธีการปลูกเลี้ยง การดูแลต่างๆของไม้เกาะหินมาให้อ่านตอนท้ายเรื่อง สำหรับคุณผู้อ่านที่อยากขอคำปรึกษาแนะนำเพิ่มเติมหรือต้องการไปชมเนิร์สเซอรี่ของคุณจักรวุฒิ ติดต่อนัดหมายได้ที่ โทรศัพท์ 0-2811-2063-4 ค่ะ
การปลูกไม้เกาะหิน
วัสดุที่นำมาทดแทนกระถาง ได้แก่ หิน ศิลาแลง อิฐมอญ ขอนไม้ ตอไม้ (ดังที่กล่าวไว้ตอนต้นเรื่อง) เลือกที่มีผิวหน้าแหว่งเว้า มีรูพรุน หรือเจาะสกัดเพิ่มเติม ควรเก็บวัสดุที่เกิดจากการเจาะเหล่านี้ไว้ด้วย เพื่อใช้ปิดโคนหรือกลบ เพื่อให้ไม้เล็กๆทรงตัว และในอนาคตย่อมมีรากงอกยึดเกาะเพิ่มเติม สำหรับพื้นผิวพรุนให้โรย สปอร์ได้ทันที ไม้อ่อนบางต้นอย่างเฟิน กล้วยไม้ ฯลฯ อาจจัดวางบนพื้นผิวที่มีรอยเว้า ใช้ก้อนหินหรือกรวดวางรอบโคนเพื่อให้ไม้ทรงตัว ระยะแรกจัดวางไว้ในที่ร่มมีแสงอ่อนๆประมาณหนึ่งเดือน รดน้ำให้สม่ำเสมอวันละครั้ง (เพิ่มเติมตามความเหมาะสม) อย่าใช้น้ำจากสายยางฉีดแรงๆ เลือกหัวบัวรดน้ำชนิดฝอยละเอียด หรือสเปย์น้ำ หลังจากหนึ่งเดือน ค่อยๆนำออกสู่แสงแดดที่แรงหรือนานขึ้นทีละน้อยตามความเติบโตและแข็งแรงของไม้นั้น มอสต่างๆจะมาขึ้นเกาะเองเมื่อสภาพนิเวศลงตัว
การดูแล
- น้ำที่ใช้รดควรเป็นน้ำบริสุทธิ์ ไม่มีคลอรีน ไม่มีความเป็นกรดหรือด่าง น้ำบาดาลก็ไม่เหมาะนัก ควรขังน้ำประปาจนหมดฤทธิ์คลอรีนก่อนใช้
- ดังที่กล่าวไว้ว่า ไม่ควรฉีดน้ำแรงๆจากสายยาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำประปาจากสายยางย่อมมีคลอรีนที่ไม่ควรใช้ อาจซื้อถังฉีดสเปย์ชนิดใช้แรงดันจากการอัดอากาศ ซึ่งมีขายตามร้านอุปกรณ์การเกษตรหรือเครื่องมือสวนทั่วไป
- วางไว้บนจานรองกระถาง ถ้าได้จานรองกระถางบอนไซซึ่งเป็นเซรามิกสวยๆก็จะดูดีมาก เพราะ ค่อนข้างตื้นและมีทรงงดงาม หล่อน้ำไว้ช่วยลดการรดน้ำได้บ้าง โดยเฉพาะในหน้าร้อนและหน้าแล้ง

บ้านสไตล์บอฮอทรอปิคอลที่มีวิวและกว่างงาม
สองแบบบ้านสไตล์โบฮีเมืองร้อนที่มีสระว่ายน้ำ แผนผังการใช้แสงที่อบอุ่น เปิดให้เห็นภายในด้วยหอบเหวี่ยง อุปกรณ์ตกแต่งธรรมชาติและการแต่งห้องที่สวย...












