ชั้นล่างของบ้านส่วนที่มีหลังคาสูงแบบดับเบิ้สเปซ สร้างความรู้สึกโปร่ง โล่ง ถัดไปเป็นบันไดขึ้นชั้นบนที่แสดงโครงสร้างเหล็กผสมกับไม้ได้อย่างลงตัว ใช้ราวบันไดเหล็กกั้นนอกจากปลอดภัยแล้ว ยังช่วยไม่ให้บริเวณนี้ดูทึบตัน
 
ส่วนรับประทานอาหารและเคาน์เตอร์อ่างล้างที่เหมือนอยู่นอกบ้านแต่มีหลังคาปิดมิดชิด เปิดโล่งเฉพาะด้านหลังอ่างล้าง
 
จากชั้นสองมองลงมายังด้านล่าง มีบ่อน้ำเล็กๆสำหรับปลาแรดที่เพื่อนข้างบ้านให้มา เลี้ยงมานานกว่า 16 ปีแล้ว และเต่าอีก 3 ตัว โดยหลานให้มาสองตัว เพราะเลี้ยงไม่ไหว ส่วนอีกตัวเก็บจากข้างถนน สังเกตตู้ด้านขวาที่มีมุมครัวทั้งหมดซ่อนอยู่ข้างใน
 
จากมุมนั่งเล่นในห้องนอนมองผ่านไปยังโถงของบ้าน มองเห็นบ่อน้ำที่เลี้ยงปลาและเต่า แม้ผนังจะไม่มีช่องเปิด แต่ด้านบนเปิดโล่ง ให้ลมพัดเข้ามาเย็นสบายมาก พื้นบ้านก็รื้อมาจากบ้านเก่า
 
จากโถงทางเข้าชั้นสอง มองเห็นมุมพักผ่อน-รับแขก และห้องทำงาน
 
มุมรับแขกหน้าห้องทำงานบนชั้นสอง วางเก้าอี้ไม้เก่าทำสีใหม่กับโต๊ะกลางที่ทำได้ง่ายๆโดยนำกระจกมาวางบนกระถางคอนกรีต
 
 
ภายในห้องทำงานตกแต่งอย่างเรียบง่าย สังเกตช่องกระจกบนผนัง (ขวาบน) เป็นช่องที่ให้คนและแมวมองเห็นกันและกัน
 
บนพื้นที่ชั้นสามที่เรียกเล่นๆว่า "คอนโดแมว" นำตู้โชว์จากบ้านเก่ามาติดตั้งบานปิดลูกกรงในบางช่อง สำหรับขังแมวที่ป่วย 
 
บันไดนอกบ้านสำหรับให้แมวขึ้น-ลงจากคอนโดแมวไปยังส่วนต่างๆของบ้าน โดยทำเป็น 2 บันได ป้องกันแมวทะเลาะกันแล้วแย่งกันขึ้น-ลง
 
ภาพตัดตามแนวขวาง และตามแนวยาว
 
 
 
 
คุณแมว - วราภรณ์  พรหมิกบุตร เจ้าของบ้านซึ่งเป็นมัณฑนากร  เป็นผู้ออกแบบและตกแต่งบ้านหลังนี้เองทั้งหมด บนเนื้อที่เพียง 50 ตารางวา ให้อยู่ในงบประมาณไม่เกินสองล้านบาท ทำให้ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกวัสดุที่เรียบง่าย ราคาประหยัด แล้วนำมาประยุกต์ให้ดูดีด้วยจินตนาการของการออกแบบ จากความต้องการใช้เนื้อที่เล็กๆให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงสร้างบ้านเต็มเนื้อที่อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด  โดยเว้นระยะห่างด้านที่ติดถนนออกไป 1 เมตร ทำเป็นกำแพงที่ไม่มีช่องเปิด อีกด้านที่ติดกับบ้านข้างๆเว้นระยะที่ว่างไว้ 2 เมตร แล้วค่อยสร้างผนังบ้าน เนื่องจากบ้านนี้เลี้ยงแมวไว้ 8 ตัว จึงต้องแบ่งพื้นที่ระหว่างคนกับแมวออกเป็นสัดส่วนให้ชัดเจน โดยไม่ต้องขังแมวไว้แต่ในกรง จึงออกแบบตะแกรงเหล็กติดอยู่บนรั้ว ป้องกันไม่ให้น้องเหมียวออกไปพบปะทักทายกับสุนัขข้างบ้าน
 
เมื่อเข้ามาในตัวบ้านพบว่ามีทั้งหมดสามชั้น พื้นที่ชั้นล่างแบ่งเป็นสองส่วน  ส่วนแรกจากทางเข้าหน้าบ้านจะเป็นโถงอเนกประสงค์ ถัดไปจะมีประตูเข้าบ้านอีกชั้นหนึ่ง นำไปสู่ส่วนที่สองซึ่งมีความสูงของฝ้าเพดานเป็นดับเบิ้ลสเปซ ล้อมรอบด้วยกำแพงสร้างความเป็นส่วนตัว บริเวณนี้มีบ่อน้ำขนาดเล็กอยู่ตรงกลางหน้าห้องนอน ถัดไปเป็นส่วนรับประทานอาหารและครัว โดยเก็บซ่อนอุปกรณ์เครื่องครัวให้อยู่ในตู้อย่างเป็นสัดส่วน 
 
ขึ้นไปที่ชั้นสองเป็นส่วนรับแขกและห้องทำงาน เนื่องจากงานด้านการออกแบบต้องใช้จินตนาการ ห้องทำงานที่อยู่ด้านบนจะทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของบริเวณรอบนอกได้ดี ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายในระหว่างวัน  สำหรับการตกแต่งก็เป็นแบบเรียบง่ายแต่มีสไตล์ด้วยการซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์เก่าให้ดูดี  และที่พิเศษคือด้านบนของผนังจะมีช่องกระจกที่สามารถมองเห็นชั้นสามซึ่งเป็นที่อยู่ของบรรดาน้องเหมียวโดยเฉพาะ จนใครๆที่มาเยี่ยมตั้งชื่อให้ว่า "คอนโดแมว" เจ้าของบ้านยังออกแบบทางเชื่อมให้แมวเดินไปยังที่ต่างๆในบ้านและนอกบ้านได้อย่างอิสระ เป็นสัดส่วนแยกออกจากคน โดยไม่สามารถเข้ามาได้ถ้าคนไม่เปิดให้เข้ามา  แต่ไม่ต้องเป็นห่วงว่าแมวจะเหงาหรือคิดถึงเจ้านาย เพราะในแต่ละมุมจะมีช่องกระจกให้ทั้งคนทั้งแมวมองเห็นกันได้ตลอด โดยไม่รบกวนกัน