The property
TYPE
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
SPACE 5 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 2 ห้องนั่งเล่น 3 ห้องทำงาน สระว่ายน้ำ และสวน
LOCATION ซอยวัดหนามแดง สมุทรปราการ

 

 

 

มาตรฐานสูง

สามองค์ประกอบที่ทำให้บ้านกึ่งรีสอร์ทหลังนี้ สวย เรียบ และ เท่ คือ ความมีรสนิยมของเจ้าของบ้าน บุญชัย-วาสิณี, ฝีมือการออกแบบของสถาปนิกผู้ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นหลายรางวัลและความใส่ใจในเรื่องรายละเอียดจากดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าของประเทศ

 

สวน
วาสิณีมีความสนใจเรื่องต้นไม้ เธอเป็นคนออกแบบและเลือกพันธุ์ไม้ในสวนด้วยตัวเอง นอกจากภายในบริเวณสวนของบ้านนี้จะมีไม้ใบและไม้ดอกอย่างต้นแคนาและต้นปีบแล้วก็ยังมีไม้ที่ให้ผลด้วย เช่น ต้นมะม่วง และ ต้นกล้วย วาสิณีเสริมว่า “มะม่วงต้องการแดดและลม ถ้าปลูกต้นไม้ทึบไปหมดก็จะอดกินมะม่วง เลยปลูกต้นกล้วยเพราะกล้วยให้ความเย็น และบ้านเราเป็นทรงไทยก็เข้ากันดี”

ซ้าย ชุติวรรณ และวิภาวรรณ ที่บริเวณห้องนั่งเล่นชั้นล่างภายในห้องจัดวางด้วยโต๊ะไม้ฝีมือการออกแบบของ ม.ล.ภาวิณี ส่วนหมอนอิงและของตกแต่งมาจากร้านพันตา
ขวา ต้นน้ำเต้าอินเดียที่ วาสิณีพูดว่า “เปลือกแข็งขนาดนกยังเจาะไม่ลง ชอบเพราะฟอร์มสวย ดอกก็แปลก”

 

การจราจรที่หนาแน่นบนถนนศรีนครินทร์เวลาเช้า ทำให้ทีมงาน Livingetc ที่มาจากคนละทิศของกรุงเทพ ฯ เกิดความรู้สึกเครียดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แต่ในนาทีที่มาถึงบ้านของ บุญชัย และ วาสิณี ตรัยวัฒนพงษ์ ได้เดินผ่านสวนสีเขียวสวย หอมกลิ่นดอกปีบที่ลอยมาตามลม เห็นผีเสื้อบินเกาะอยู่ที่ดอกไม้ พวกเราก็กลับรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตา

ห้องกินข้าวจัดวางด้วยโต๊ะไม้ยาวที่สั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ และตกแต่งผนังด้วยผ้าจากเชียงใหม่

โต๊ะกลมเล็กหน้าแพนทรี่ที่วาสิณีจะใช้กินข้าวทุกมื้อ

 

แต่การจะมีบ้านที่ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สวยดูดี และน่าสบายอย่างนี้ ก็ไม่ใช่เพียงแค่การมีที่ดิน 5 ไร่บนถนนศรีนครินทร์ กับเงินสำหรับสร้างบ้านอีกหลายสิบล้านบาทเท่านั้น ยังต้องอาศัยเรื่องของรสนิยมความชอบส่วนตัว และการใส่ใจด้วย เรากำลังพูดถึงบ้านหลังใหม่ของครอบครัว บุญชัย และ วาสิณี ตรัยวัฒนพงษ์ กับลูกอีกสามคน (ชุตวรรณ 28 ปี, วิภาวรรณ 25 ปี, ชัชพงษ์ 23 ปี) พวกเขาย้ายมาจากบ้านที่อยู่ในโรงงานตัดเสื้อ T.M. Garment Co., Ltd. ของตัวเองที่ย่านกลางเมือง วาสิณีเล่าว่า “ย้ายมาจากพระราม 4 ได้ราวสองปี เป็นบ้านในโรงงานอยู่มาเกือบ 30 ปีแล้ว แต่โรงงานใหม่อยู่ที่นี่ ก็เลยมาปลูกบ้านแถวนี้”

 

บ้านนี้มีครัวไทยขนาดใหญ่สีขาวสะอาดตา “บ้านเราเป็นบ้านที่ทำกับข้าวจริง ๆ ครัวแบบใช้งานได้จริง เป็นคนชอบทำครัว” โต๊ะวางเขียงทำจากไม้สักทาสีดำใช้งานมานาน 50 ปีแล้ว

 

ห้องนั่งเล่น
ที่ชั้นสองมีเสาเพิ่มขึ้นเพื่อแบ่งห้องให้เป็นสัดส่วนและสามารถปิดประตูเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศและเพิ่มความเป็นส่วนตัว ครอบครัวนี้ชอบบ้านที่มีเพดานสูงเพื่อความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย “เพดานที่บ้านเก่าก็สูงนะ 2 เมตร แต่ที่บ้านนี้เพดานสูง 3 เมตร 30 เซ็นติเมตร ชอบบ้านโล่ง ๆ ไม่ชอบมีเครื่องแต่งบ้านเยอะ ๆ” วาสิณีเล่า

 

 

จากการแนะนำโดยเพื่อนของลูกสาว และการได้ศึกษาผลงานการออกแบบบ้านของ อาจารย์ อนุสรณ์ ภักดิ์สุขเจริญ สถาปนิก บริษัท Abstract จำกัด และอดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ พวกเขาก็มอบความไว้วางใจให้กับสถาปนิกฝีมือดีคนนี้ “จะศึกษาคนที่วาดก่อน ถ้าใช่ก็จะให้วาดมาเลย ซึ่งทุกคนในบ้านดูแล้วชอบเลย” วาสิณีพูด และเมื่อเจ้าของบ้านให้คอนเส็พท์แบบไทยโมเดิร์นกับสถาปนิก พวกเขาก็ได้รับคำตอบที่ถูกใจ “คอนเส็พท์ที่อาจารย์อนุสรณ์บอกคือ บ้านจะมีลักษณะคล้ายเรือนไทย คือต้องเป็นเรือนหมู่ มีหลังใหญ่และหลังเล็กเชื่อมต่อกัน ถ้ามองจากนอกบ้านจะเห็นเป็นสามหลัง” ด้วยความเชื่อมั่นในฝีมือของสถาปนิกที่มีตั้งแต่ต้นทำให้บ้านนี้ออกมาสวยเหมือนที่เห็นในแบบร่าง “อาจารย์อนุสรณ์บอกว่า เราเป็นลูกค้าที่ดีที่สุด เพราะเราไม่เปลี่ยนอะไรมากจนทำให้คอนเส็พท์มันหลง คือต้องไว้ใจ ดูผลงานที่เขาทำแล้ว ก็ต้องเชื่อใจคนวาด” วาสิณีกล่าว

 

แม้บุญชัยและวาสิณี จะชอบเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ แต่เมื่ออยู่ที่บ้านทั้งคู่ก็ยังต้องการบ้านที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายด้วย “เราชอบสไตล์โรงแรมสุโขทัย โรงแรมบันยันทรี แต่ไม่ใช่สไตล์บาหลีนะ ไม่ชอบ ชอบเป็นบ้านอยู่จริง ๆ เป็นบ้านกึ่งรีสอร์ท เพราะปรกติเย็นวันศุกร์ เราก็จะออกนอกเมืองแล้ว ไปต่างจังหวัด” และถ้าไม่มีใครทักขึ้นมาก่อน เราก็คงไม่ทันสังเกตว่าเครื่องปรับอากาศภายในบ้านไม่ได้ถูกเปิดใช้งานในขณะที่เรานั่งพูดคุยกันนี้ จนเมื่อวาสิณียิ้มและพูดขึ้นว่า “ที่นี่ใช้แอร์น้อยมาก อาจารย์อนุสรณ์เก่งจริง ๆ เรื่องฮวงจุ้ยเรื่องลมสามารถอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องเปิดแอร์ ลมจะหมุนเวียนตลอด และที่ค่าก่อสร้างแพงเพราะเราทำกำแพงสองชั้นด้วย เวลาลูกค้าต่างชาติมาที่บ้าน เปิดบ้านเข้ามาก็จะรู้สึกเย็นเลย เป็นลักษณะเด่นของบ้านไทยบวกกับบ้านนี้มีเพดานสูงด้วย มีโถงเยอะ”

ห้องนอนใหญ่
เป็นห้องที่ วาสิณีโปรดปรานมากที่สุดเพราะเป็นห้องที่มีลมพัดเย็นสบายตลอดวันผ้าปูที่นอนเน้นให้เป็นสีขาว “เราจะสั่งผ้าฝ้ายแบบที่โรงแรมสั่ง ซื้อมาตลอดหลายสิบปีและผ้าสีขาวแม่บ้านจะโกงคุณไม่ได้ เพราะผ้าจะหมอง ถ้าไม่เปลี่ยนผ้าก็จะฟ้องด้วยความหมอง และผ้าอย่างดียิ่งซักจะยิ่งขาว” วาสิณีพูดถึงการดูแลรักษาผนังบ้านบุผ้าไหมว่า “ก็ต้องคอยปัดฝุ่น แต่เขตนี้ดีที่ฝุ่นน้อยกว่าในเมืองมาก และต้องชมคนออกแบบอีกแล้ว เพราะหลังจากใช้ไป 3 ปี 5 ปี เก่าแล้ว ก็จะยกขึ้นมาได้ แกะไปบุผ้าไหมใหม่ได้”

 

ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ที่ ม.ล. ภาวิณี ปูพื้นด้วยหินอ่อนเนื้อด้าน

 

ไม่เพียงแค่บ้านนี้จะได้สถาปนิกฝีมือดีมาออกแบบบ้านให้เท่านั้นคนครอบครัวนี้ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องของการตกแต่งภายในมากไม่แพ้กัน ซึ่งพวกเขาก็ได้ ม.ล. ภาวิณี สันติสิริ ดีไซเนอร์คนเก่งจากบริษัท สหัสชา (1993) จำกัด และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด AYODHYA LTD., PART มาออกแบบบ้านให้ “เธอเก่งมาก เราไม่บอกอะไรเลย จะบอกแค่ชอบไทยโมเดิร์น ไม่ชอบอะไรที่เป็นหลุยส์ เลิกเลยนะคะ ถ้าเอามานี่โกรธบอกเธอว่า เท่แต่ไม่หรู หลุยส์ไม่เอา แค่นี้เลย” เฟอร์นิเจอร์ในบ้านนี้จึงถูกออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ “เธอจะวาดแบบของแต่ละชิ้นขึ้นมาโดยเฉพาะและส่งไปทำที่ต่างประเทศ หรือตามแหล่งที่เหมาะสมเฟอร์นิเจอร์สั่งทำทุกอย่าง” วาสิณีอธิบาย

วาสิณีเป็นคาธอลิกเธอจึงเผื่อห้องในบ้านใช้เป็นห้องพระ

 

บ้านนี้มีอาณาเขตถึง 5 ไร่ แต่ส่วนที่เป็นตัวบ้านมีพื้นที่ไม่ถึงไร่เพราะเจ้าของบ้านต้องการพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้อย่างที่ชอบโดยวาสิณีเป็นผู้ออกแบบสวนและเลือกพันธุ์ไม้ด้วยตัวเธอเอง“ชอบไปทานน้ำชากับเพื่อน ชอบไปพักโรงแรมดี ๆ ไปเที่ยวที่ไหนก็จะพักรีสอร์ทดี ๆ ก็จะเก็บเกี่ยวรูปแบบมา” เธอเล่าให้เราฟังต่อว่า“ตาถูกกับสีเขียว เห็นสีเขียวแล้วมีความสุข ชอบต้นที่เขียวทั้งปี ใบเขียวสดชื่นทั้งปี เรามีต้นแคนาเยอะที่สุดในสวน เป็นไม้ที่อยู่คู่กับรีสอร์ทตอนที่ซื้อมาทดลองปลูกซื้อมาต้นละ 7,500 บาท ตอนนี้มีประมาณ 30 ต้น มีต้นปีบประมาณ 20 ต้น ปีบเป็นไม้ฟอร์มสวย เท่ ผู้ดี และออกดอกเยอะมาก หอมเย็น ๆ” นอกจากนั้นในสวนยังมีต้นน้ำเต้าอินเดีย ต้นมะม่วง ต้นกล้วย และต้นนนทรีที่ริมรั้วด้วย

 

สระว่ายน้ำ
ขนาด 20 เมตร ที่บุญชัยและวาสิณีจะมาว่ายน้ำออกกำลังกายทุกเช้า “ใช้คุ้มมาก เพราะเราไปฟิตเนสทุกวัน ต้องออกกำลังกายจะว่ายน้ำด้วยกันทุกเช้า ประมาณ 7 โมง เราสองคนใช้คุ้มที่สุดแต่ลูก ๆ กลับไม่ค่อยได้ใช้ อยากได้ 25 เมตรด้วยซ้ำ แต่ทำไม่ได้ได้ที่ 20 เมตร” วาสิณีเล่า

 

ใครที่ได้เห็นบ้านหลังนี้คงต้องยอมรับว่า บ้านนี้ได้รับการใส่ใจดูแลอยู่เสมอ “บ้านเราเป็นคนมาตรฐานอย่างนี้ เป็นอย่างนี้ อยู่อย่างนี้มาตลอด เป็นคนเนี้ยบ เจ้าระเบียบ บ้านจะเล็กจะใหญ่ต้องสะอาดที่นอนต้องขาวแบบโรงแรมโอเรียนเต็ล บ้านมีฝุ่นไม่ได้ ใครมาบ้านทุกคนต้องชม ที่บ้านจะไม่วางของเกะกะ” วาสิณีอธิบาย

 

ว่ากันว่า บ้านย่อมสะท้อนตัวตนและรสนิยมของผู้อาศัย ซึ่งแต่ละครอบครัวก็ย่อมมีรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกันออกไป และบ้านสวยหลังนี้ก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี “แต่ก่อน เราเคยมองบ้านคนบางคนวิลิศมาหรามากเลย มองลึกเข้าไปอีกที เขาก็อยู่กันอย่างนั้นจริง ๆ คืออยู่แบบมาตรฐานสูง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมาตรฐานสูง คุณจะมองร้านอาหารประจำออฟฟิศเป็นอีกอย่างไปเลย คือจะทำใจไม่ได้ ไม่เอาจะยอมเดินไกลหน่อยหรือประหยัดอีกนิดเพื่อให้ได้กินร้านดี ๆ เวลาบ้านเราไปเที่ยว คุณบุญชัยจะบอกว่า ‘เราอย่าประหยัดนะ ขอร้อง’ จะต้องนั่งเครื่องบิสสิเนส โรงแรมก็ต้อง 5 ดาว ถ้าไปไม่สบายแกว่าอย่าไปเลย อยู่บ้านดีกว่า ดังนั้น ถ้าถามว่านี่เป็นบ้านในฝันไหม มันไม่ใช่เราอยู่ของเราอย่างนี้มาตลอด” วาสิณีทิ้งท้าย

 

เสียงเห่าของเจ้า ทาโก้ สุนัขพันธุ์ชิวาว่าตัวน้อย ดังแทรกขึ้นมาระหว่างที่เรากำลังคุยกันเพลิน ๆ วาสิณีย้ำกับเราเป็นครั้งที่สองก่อนจะขอตัวไปทำธุระในเมืองว่า แม้อากาศที่นี่จะน่าสบาย แต่เมื่อแดดตกยุงจะดุนัก อย่ามัวถ่ายรูปกันเพลินจนลืมระวัง เราสัมผัสได้ถึงความห่วงใย และนี่จึงเป็นอีกหนึ่งความประทับใจสำหรับเราในบ้านมาตรฐานสูงหลังนี้

 

Home truths

ของติดตู้เย็น
วาสิณี: ไข่ บ้านเราจะซื้อของสดเข้าตู้เย็นทุกวัน

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบ
วาสิณี: ญี่ปุ่น เป็นเมืองที่น่าอยู่ ชอบวัฒนธรรมข้าวของน่าซื้อ บ้านเมืองสะอาด

 

อาหารจานเก่ง
วาสิณี: จานที่เพื่อน ๆ ลูกชอบ คือ กระเพาะปลาผัดแห้ง เนื้อย่าง ยิ่งถ้าได้เนื้อดี ๆ ของซูเปอร์มาร์เก็ตวิลล่ามาจิ้มกับแจ่วที่ทำเองจะอร่อยมาก

1 หมอนอิง ราคา 450 บาท จาก ผ้าไทยอีสาน
2 เก้าอี้นั่งทานอาหาร ราคา 4,500 บาท จาก Yothaka
3 เก้าอี้ Horseshoe ราคา 12,400 บาท จาก Agal
4 เก้าอี้ไม้ ราคา 1,600 บาท จาก Za-baai
5 ถาดไม้แกะ ราคา 1,600 บาท จาก Intent De’cor
6 ตู้ไม้เตี้ย ราคา 8,900 บาท จาก P. Tanivan
7 โต๊ะกลม ราคา 6,600 บาท จาก Za-baai