ใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการก่อสร้างที่พอเหมาะพอดีโดยไม่มีวัสดุเหลือใช้รวมทั้งเน้นการออกแบบบ้านให้ประหยัดพลังงาน(Passive Disign ) โดยใช้หลักสำคัญเพื่อการเป็น “บ้านไม่บาน” ที่ตอบสนองวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกว่า โหงวเฮ้งบ้านไม่บาน 5+1 อย่างครับ 

1.    คือ บ้านไม่บาน ที่ออกแบบเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข และมีราคาค่าก่อสร้างที่ประหยัด เหมาะสมกับวิถีการดำเนินชีวิตของครอบครัวคนไทย ซึ่งมีทั้งบ้านชั้นเดียว บ้านสองชั้น บ้านแฝด และบ้านห้องแถว ซึ่งล้วนเป็นอาคารบ้านเรือนที่สะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมเมืองร้อนรวมทั้งมีการออกแบบ ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพราะคนรักบ้านตระหนักเสมอว่าการได้เริ่มต้นชีวิตกับบ้านที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ก็คือ พื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการสร้างครอบครัวที่ดีในอนาคต 

2.     คือใช้วัสดุในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ที่ไม่บาน เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาคาร บ้านเรือนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นฉนวนป้องกันความร้อน ผนังกันความร้อน วัสดุปูพื้น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างประเภทอื่น ๆ ส่วนมากมักจะเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศหรือเป็นการผลิตที่ลอกเลียนแบบวัสดุอุปกรณ์ที่มาจากต่างประเทศ ทำให้เกิดกระบวนการใช้วัสดุอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเมื่อนำวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในต่างประเทศมาใช้ในสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นอย่างบ้านเรา ก็มักจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย เช่น เกิดรอยร้าว รอยรั่ว เชื้อรา เป็นต้น และยิ่งถ้าบ้านดังกล่าวได้รับการออกแบบที่ไม่ดี รวมทั้งก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานก็อาจเป็นอันตรายจนต้องทุบทิ้ง หรือซ่อมแซมขนานใหญ่ เสียทั้งเวลาและเงินทองในการซ่อมแซมทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณกลายเป็นบ้านที่บานโดยใช่เหตุ

3.      คือ การก่อสร้างอาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน สามารถควบคุมงบประมาณให้อยู่ในวงเงินที่ตั้งไว้ เช่น
วิธีการก่อสร้างที่รวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้าง ในระบบสำเร็จรูป (prefabrication) ซึ่งการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนที่ประหยัดงบประมาณจริง ๆ นั้นเริ่มต้นที่การออกแบบ การวางแผนการก่อสร้างที่รัดกุม การดำเนินการก่อสร้างที่รวดเร็วใช้ระยะเวลาการก่อสร้างที่พอเหมาะพอดี ไม่ยืดเยื้อทำให้สามารถประหยัด ทั้งค่าจ้างแรงงานและค่าวัสดุก่อสร้าง
ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ การควบคุมการสูญเสียวัสดุในระหว่างการก่อสร้าง เพราะส่วนมากการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนแต่ละหลังจะมีการใช้วัสดุหลายๆ อย่างสิ้นเปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งประมาณการเคร่า ๆ ว่า 10 – 15 % ของมูลค่าวัสดุ จะสูญเสียไประหว่างการก่อสร้าง สุดท้ายก็กลายเป็นวัสดุเหลือทิ้งที่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ เห็นได้ว่าภายหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะมีการว่าจ้างรถบรรทุกมาขนขยะที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างไปทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเศษอิฐ หิน ปูน ทราย เศษกระเบื้อง ยิปซั่ม เศษไม้ เป็นต้น ล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุที่เสียเงินซื้อมาทั้งสิ้น ซึ่งถ้าหากสามารถควบคุมการสูญเสียที่เกิดขึ้นเหล่านี้ได้ก็จะประหยัดลงไปได้มากครับ

4.     คือ การตกแต่งอาคารบ้านเรือน เช่น การตกแต่งภายในที่ไม่บาน, การจัดสวนที่ไม่บาน, การเลือกซื้อเฟอร็นิเจอร์ที่ไม่บาน, เครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้านที่ไม่บาน เป็นต้น

5.    คือ การดูแลรักษาอาคารบ้านเรือนเมื่อสร้างเสร็จ ซึ่งจะรวมไปถึง การต่อเติม การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารบ้านเรือนเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข และเหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน

5+1    คือ การทะนุบำรุงดูแลรักษาจิตวิญญาณของบ้าน เพื่อให้บ้านเป็นที่รักและที่พักและเป็นบ้านที่ไม่เบียนเบียนต่อผู้อยู่อาศัย และต่อผู้คนโดยรอบ มีความพอเพียง เป็นบ้านที่อยู่เย็นเป็นสุข