บ้านแบบ Courtyard house เป็นหนึ่งในการใช้ชีวิตในบ้านที่สามารถรับเอาบรรยากาศภายนอกบ้านมาสู่ภายในได้อย่างเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด เนื่องจากการวางผังให้ตัวอาคารปิดล้อมเป็นกรอบให้เกิดพื้นที่ภายนอกที่ส่วนด้านในใจกลางบ้าน ที่มีตัวบ้านเองเป็นเหมือนส่วนที่ปิดกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่นั่งเล่น ที่เมื่อออกแบบให้เป็นสระว่ายน้ำในสวนแบบ tropical แล้ว ก็จะได้ความชุ่มชื่นราวกับ oasis กลางทะเลทรายให้กับส่วนต่างๆของบ้านและสามารถนั่งรับลมชมสวนหรือจะนุ่งน้อยห่มน้อยแหวกว่ายในสระได้อย่างส่วนตัวไม่ต้องเกรงกลัวสายตาบุคคลไม่พึงประสงค์

สระว่ายน้ำกลางบ้าน นี้นอกจากจะดีในเรื่องความชุ่มฉ่ำทางสภาพอากาศแล้ว ทางสายตาก็ดื่มด่ำได้ไม่แพ้กัน เนื่องจากมีสีฟ้าเย็นตาที่ไม่มีบ่อน้ำแบบใดให้ความสดใสได้เท่า และเนื่องจากเป็น court ที่ถูกปิดล้อมโดยรอบ ทำให้สวนนี้ได้ร่มเงาของตัวบ้านช่วยบังบางส่วนให้ร่มอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเช้าสายบ่ายเย็น แล้วอย่าลืมเหลือพื้นที่บางส่วนให้เป็นลานไว้สำหรับวางชุดเก้าอี้หรือปูเสื่อนั่งเล่น ที่สำคัญอย่าลืมดูทิศทางของแดดและร่มเงา จะได้เลือกตำแหน่งให้เหมาะกับเวลาส่วนใหญ่ที่จะใช้พักผ่อน

“ คอร์ทแห่งสวน-คอร์ทแห่งแสง” เพราะเป็นที่ตั้งของสวนและที่มาของแสงก็ไม่น่าจะโก้เกินเหตุจำเป็น เพราะอานิสงส์ของความสว่าง, ความสดชื่นของสวนกลางบ้านนี้ ช่วยเป็นจุดสนใจให้กับบ้าน เกือบจะมากกว่าภายในบ้านก็ว่าได้ ดังนั้น สำหรับผู้ที่ทุ่มทุนไปในส่วนอื่นๆของบ้านแล้ว จะเก็บงบประมาณในส่วนของการตกแต่งบางห้องให้ลดลงเพื่อเก็บไว้จ่ายเป็นค่าไป vacation ของครอบครัว ก็ย่อมทำได้โดยไม่กระทบกระเทือนความงามสง่าสดใสของบ้านลงไปแต่อย่างใด

บ้านแบบนี้อาจเข้าข่าย บ้านขนาดใหญ่ แต่ถ้าพูดถึงทางความรู้สึกและทางสายตา บ้านลักษณะนี้จะเข้าข่าย คฤหาสน์ ก็ไม่น่าจะผิด ก็การแผ่พื้นที่ของบ้านโอบพื้นที่ภายนอกที่อยู่ภายใน ทำให้เส้นรอบรูป หรือกรอบของบ้าน มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าบ้านที่จัดแบบ compact ที่รวมส่วนภายในเข้าเป็นก้อนเดียวแบบใกล้ชิดติดกัน ซึ่งมีข้อเสียในการระบายลมและความสว่างของห้องที่อยู่ส่วนใน ดังนั้นถ้ามีพื้นที่พอที่จะมีคอร์ตภายในได้ ขอแนะนำว่าน่าสนใจ ที่สำคัญเปรียบเทียบกับบ้านขนาดเดียวกันแล้ว บ้านแบบนี้มีดีกว่าดังสโลแกนที่ตั้งเองว่า”"บ้านข้างนอกโอ่โถง สวนข้างในรโหฐาน” นั่นทีเดียว

ลักษณะที่ดูสดชื่น ชุ่มชื้น ฉ่ำใจที่สุด ได้แก่ บรรยากาศและการตกแต่ง จัดสวนแบบ tropical garden ซึ่งเป็นลักษณะแบบแถบภูมิภาคไทยเรานี่เอง ดังนั้นวัสดุที่ใช้จึงเป็นพวกพื้นไม้สีธรรมชาติ ลงแล็คเกอร์กึ่งเงากึ่งด้านสักนิดจะช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติและช่วยรักษาเนื้อไม้ได้ในระดับหนึ่ง ส่วนต้นไม้ก็ต้นไม้แบบบ้านๆนี่หล่ะ เน้นเขียวอ่อนสลับเขียวแก่เพื่อเพิ่มความลึก เอาแบบใบมันหน่อยจะได้อารมณ์สดชื่น ซึ่งจะตัดกันกับน้ำสีฟ้าซึ่งช่วยขับให้สระว่ายน้ำดูโดดเด่นขึ้นอีกเป็นกอง หินก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยให้บรรยากาศดูเป็นธรรมชาติขึ้น จะใช้โรยบนพื้น ปะเป็นทางเดิน หรือกรุผนัง ก็อาจเชื่อมโยงไปถึงแก่งหินน้ำตกในป่าร้อนชื้นได้ทีเดียว และถ้ามีวิวส่วนตัวดีขนาดนี้แล้ว ประตู หน้าต่างก็เปิดสุดๆ ข้างบนถึงฝ้า ข้างล่างถึงพื้นกันไปเลย ลงทุนไปแล้วต้องดูให้คุ้ม

ห้องทานข้าวแบบ modern country ที่มีรูปแบบยืดหยุ่น เลี้ยงแขกได้ทั้งแบบอบอุ่น เลี้ยงแขกได้ทั้งแบบเป็นทางการ อยู่ที่การจัดวางชุดจานชามและของประดับตกแต่งให้เน้นไปทางหรู หรือเน้นไปทางกันเอง โดยมีโคมไฟ chandelier ที่เน้นความอ่อนช้อย โปร่งเบามากกว่าเน้นอลังการงานคริสตัล ช่วยให้ได้ความยืดหยุ่นระหว่างความหรูหรากับความกันเองมากขึ้น การคุมแสงในห้องนับว่าเป็นอีกส่วนที่สร้างเสน่ห์และอารมณ์ให้กับห้อง เรื่องที่คิดว่าเล็กน้อย เช่น การใช้บานเกล็ดไม้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สีขาวนวล ช่วยกรองให้แสงที่ลอดผ่านเข้ามาเป็นริ้วอ่อนแก่แบบ indirect light ซึ่งต่างจากแสงที่ค่อนข้างสม่ำเสมอแบบที่ผ่านผ้าม่าน ให้ความหรูหราแบบอบอุ่นในขณะเดียวกัน wall paper ลายทางจับคู่กับผ้าเบาะ ดูสนุกสนานและตั้งอกตั้งใจ เป็นห้องที่ มีความอบอุ่น มีความหรูหรา มีเสน่ห์ มีสไตล์ มีความละมุนละไม....... มีให้ครบ

ความต่อเนื่องแบบเปิดโล่งของภายใน จากห้องนั่งรับแขกถึงห้องอาหารที่ถึงแม้จะมีขนาดและความกว้างไม่มากนักแต่เมื่อเปิดโล่งยาวถึงกันก็ช่วยให้แสง ลม การเปิดมุมมอง เชื่อมถึงกัน แต่การไหลเชื่อมไม่ได้จบแค่ภายใน ยังมีการเปิดโล่งเชื่อมไปถึง Courtyard ภายนอก ที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่ดูขลังแบบลานกลางบ้านไทยๆด้วยต้นลีลาวดีกลางน้ำ และเลยเถิดเชื่อมต่อไปถึงห้องนั่งเล่นที่มีฉากหลังเป็นต้นไผ่สีเขียวสด ตัดกันฉึบฉับกับโครงสีโดยรวมที่เป็นสีไม้ธรรมชาติทั้งหมด เป็นภาพที่สดชื่นโดยไม่ต้องลงทุนหรูหรามากมาย การจัดวางอาคารที่ปิดล้อมให้เกิดเป็น courtyard ช่วยให้มีบรรยากาศอบอุ่น และเป็นตำแหน่งที่ใช้สอยสะดวก แตกต่างจากสวนหน้าบ้านซึ่งอาจเน้นเป็นการโชว์ในแง่มุมมอง ดังนั้นสวนแบบ courtyard ถือเป็น win-win situation เพราะต่างส่วนทั้งภายในและภายนอกต่างได้ดี เอื้อทั้งประโยชน์, ความงามและคุณค่าอย่างใกล้ชิดให้แก่กันทั้งคู่ ไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำสูญเสียคุณค่าลงไป

ธีมสีและวัสดุแบบธรรมชาติ เช่น หวาย ไม้สัก หรือผนังหินที่ให้ความรู้สึกของปีกไม้ หรือ ดินเผา หรือหินทราย ช่วยเสริมสร้างลักษณะไทยแบบสมัยใหม่ที่รับกันไปได้ดีกับสวนที่มีต้นลีลาวดีที่มีกิ่งก้านงดงาม จัดวางแบบเป็น focal point ใช้แทนงานศิลปะหรือ ประติมากรรมได้อย่างดี โดยมีสระน้ำสีดำเข้มข้นเป็นเหมือนแท่นที่ส่งเสริมให้ประติมากรรมลีลาวดีมีสง่าราศีขึ้น

แสงที่ได้จาก courtyard มันผิดกัน เพราะเป็นแสงที่ลดปริมาณลงมา เพราะถูกกรองด้วยการปิดล้อมและต้นไม้ ทำให้แสงดูนุ่มนวลขึ้น และไม่แยงตามากนัก แถมบางครั้งได้เงาลางๆของต้นไม้พาดผ่านจากลานกลางบ้านภายนอกเข้าสู่ภายในให้ดูเชื่อมต่อสัมพันธ์กันมากขึ้น สามารถใช้งานกันได้ตั้งแต่ Breakfast ใต้แสงและเงา Lunch ใต้แสงนวลตา Dinner ใต้แสงเทียน ไปจนถึง Supper ใต้แสงจันทร์ เรียกว่าด้วยลานกลางบ้านหนึ่งที่ช่วยให้มีอารมณ์เจริญอาหารได้ไม่จำกัดเวลา

ขอบคุณเป็นพิเศษ
1. โครงการ Royal Sammuk บางแสน - ชลบุรี ดำเนินงานโดย บริษัท วิจิตรากรุ๊ป จำกัด โทร.038 191 700 เอื้อเฟื้อสถานที่
1. ร้าน habitat ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ เซนเตอร์ โทร.0 2658 0400 ต่อ 11
2. ร้าน Jim Thomson ถ.สุรวงศ์ โทร. 0 2762 2600
3. ร้าน Touchable ชั้น 4 สยามพารากอน โทร.0 2129 4513-4
4. Object Nine ถนนพัฒนาการ โทร.0 2318 7535 ,0 2713 7426-8
6. คุณชำนิ ทิพย์มณี และทีมงานชำนิอายส์ สตูดิโอ สำหรับการถ่ายภาพ