ศาลาริมสระ หลังคาปั้นหยามุงด้วยกระเบื้อง neustile บนโครงสร้างไม้ย้อมสีโอ๊คเข้ม เป็นการสมผสานรูปแบบ แบบ oriental ให้เรียบง่าย ร่วมสมัย มีการสร้างความกลมกลืนของศาลากับสระว่ายน้ำ โดยให้เสาด้านหน้าลงไปอยู่ในสระ เหมือนเป็นส่วนของกันและกัน

หน้าฝนผ่านมาคราวนี้ กะว่าจะได้อะไรดีๆ ให้ไม่เหมือนปีที่ผ่านมาซักหน่อย ว่าแล้วก็เปลี่ยนจากความเบื่อหน่ายของอุปสรรคต่างๆ ในความเฉอะแฉะของหน้าฝนกับการนั่งอยู่ในบ้าน มองดูสายฝนกับฟ้าสีเทาอึมครึมภายนอก ไม่อยากออกไปไหน เพราะเปียกไปจะไม่คุ้ม เปลี่ยนมาเป็นออกไปทำกล้าท้าลมฝนให้สาแก่ใจ โดยการเตรียมความพร้อมในการรับไอฝนภายนอกตัวบ้าน ไม่ต้องไปที่ไหนไกล แค่ชานหน้าบ้านหรือศาลา เอาแค่ขอมีหลังคาก็รื่นรมย์ได้แล้ว ก่อนอื่นเตรียมผ้าม่านพลาสติกหรือผ้ากันน้ำสีขาว พร้อมราวม่านแบบเป็นลวด sling เพราะขึงง่ายเก็บง่าย (ม่านห้องน้ำก็ใช้ได้ อย่าลืมร้อยโซ่ด้านล่างกันลมตี) เพราะสีขาวดูโรแมนติกคี

นอกจากนี้ยังช่วยให้ได้แสงที่ส่องผ่านมานุ่มนวลขึ้น นำม่านมาขึงที่ด้านเปิดโล่งของศาลา หรือนอกชาน ยามฝนตกพรำ ๆ ก็เปิดม่านไว้ ยามฝนตกหนักก็ขึงม่านปิดด้านที่ฝนสาด เป็น Outdoor room ที่นั่งรับไอเย็นของสายฝน หรือจุดเทียนให้แสงวิบวับ นั่งรับประทานอาหารเย็น เปลี่ยนบรรยากาศธรรมดาให้เป็นบรรยากาศผจญภัยในหน้าฝนซะเลย

สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ถ้าจะกางร่มวิ่ง jogging ในหน้าฝนก็จะดูขยันเกิน เราก็เปลี่ยนมาฝึกโยคะ รับกลิ่นดินที่ฝนซะมาให้ดม พร้อมเสียงฝนซู่ซ่าเป็นโทนเดียวสม่ำเสมอกัน ใช้สร้างสมาธิแทนเสียงดนตรีแนว New age for meditation (เพราะถ้าจะใช้เพลง ก็ฟังไม่ได้ยินอยู่ดี) เป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างดีทีเดียว ทีนี้หน้าฝนของเราคราวนี้ เรื่อง เปียก !!! .....ก็เป็นเรื่องเล็กได้แน่นอน

การเปิดช่องเปิดที่กว้างและสูง ช่วยสร้างบรรยากาศของความใกล้ชิดระหว่างคนกับฝนได้มากขึ้น ความต่อเนื่องจากภายนอกแบบ Oriental look ของ landscape และศาลาที่ไหลสู่ภายในแบบ classical look อาจดูแปลกตา แต่ก็ยังคงความกลมกลืนได้ด้วยการผสมรูปแบบกับวัสดุที่ต่างทวีปกัน ผ้าไหมไทยเนื้อหนากับรูปแบบของม่านที่ยาวกรอมพื้น เหมือนกระโปรงของพระนางมารีอังตัวเน็ต เป็นการร่วมมือกันสร้างความหรูหราจาก 2 ทวีป

ความต่อเนื่องภายในเกิดจากการจัดแบบ open plan คือ แต่ละส่วนมีความต่อเนื่องถึงกันโดยไม่กั้นห้อง pricacy และความเป็นสัดเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น-รับแขก เกิดจากการเปลี่ยนระดับพื้น และเน้นขอบเขตด้วยพรมชิ้นลายโทนสีเบจ ซึ่งเป็นโทนสีหลักของห้องและการตัดขอบพื้นห้องให้เป็นกรอบโดยหินแกรนิตสีน้ำตาลทอง

ห้องน้ำเปิดช่องแสงแคบสูง รับแสงจากส่วนหลังคาที่เปิดโล่ง และบรรยากาศเย็นฉ่ำของสายฝนจากระเบียงเล็กภายนอก นอกจากนี้ยังมีการสร้างความต่อเนื่องของโถงและห้องน้ำโดยการใช้โทนสีที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่ผนังกรุ wall paper ลายผ้าสีครีม และพื้นหินอ่อนสีเดียวกัน ที่บริเวณโถงและต่อเนื่องไปถึงผนังและพื้นห้องน้ำ ไปจนถึงการใช้เถาไอวี่ประดิษฐ์ที่เชื่อมต่อกับต้นโมกที่ระเบียงห้องน้ำ

นอกโถงหน้าห้องน้ำช่วยแยกส่วนออกจากส่วนทางเข้าบ้าน และสร้างความเป็นส่วนตัว เพิ่มบรรยากาศด้วยเก้าอี้ canape บุผ้าไหมสีเดียวกับ wall paper บัวสีขาวแบบ classic , ภาพเขียนสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์, โคมไฟเสาสเตนเลสทรงโมเดิร์น เป็นการร่วมสมัยของการผสมความคลาสสิกสู่ความโมเดิร์น

การผสมผสานให้เข้ากันแบบ mix and match ไม่ได้มีเพียงรูปแบบของยุคสมัยที่ต่างกันเท่านั้น จะเห็นว่ามีรูปแบบ oriental style เข้ามาผสานกับรูปแบบ classic style โดยการนำเครื่องประดับคอแบบจีน ตะเกียงโคมไฟ รูปปั้น และของประดับที่มีกลิ่นอายยุโรป อาหรับ ไปจนถึงกระถางดอกไม้ที่มีผิวสัมผัสหยาบแบบเมืองอัฟริกัน มาผสมให้กลมกลืนด้วยโทนสีน้ำตาลแดงของไม้และโลหะ

เนื่องจากเป็นการจัดแบบ open plan ส่วนของการใช้สอยทั้ง 3 ส่วน คือ โถงทางเข้าที่ด้านซ้ายมือเป็นห้องรับแขก และห้องด้านขวาเป็นห้องรับประทานอาหารแบบ formal จึงมีความต่อเนื่องทั้งทางโทนสี วัสดุ พรม ในส่วนทานอาหารจะเป็นพรมที่เรียบและไม่มีลวดลายมากนัก เพื่อไม่ทำให้ลายตาและแย่งความสนใจไปจากอาหารบนโต๊ะ ความต่อเนื่องนี้รวมไปถึงดีกรีของความหรูหรา โคมไฟเชนเดอเลียที่เข้ากันได้ดีกับชุดถ้วยชามแก้วเนื้อใสที่ต้องแสงไฟจากโคมและเทียนบนเชิงเทียนทองเหลืองแล้วจะส่องประกายแวววาว

การผสมผสาน oriental style กับ classic style ที่ร่วมสมัยและมีความเรียบ เนี๊ยบแบบ modern ในห้องทำงาน รวมไปถึงใน element เช่น บานเกร็ดไม้สีขาว ชุดโต๊ะทำงานรูปแบบเรียบ คม สีโอ๊ค โคมไฟแบบโมเดิร์นคลาสสิก ร่วมสมัย elements ทั้งหมด มีการผสม oriental style, classic style, modern style เป็นเนื้อเดียวกัน โดยแต่งแต้มความหรูหราแบบ formal ด้วยวัสดุ เช่น ม่านผ้าไหมเนื้อหนา กล่องหนัง และสีทองของกรอบรูปไม้ปิดทอง เหนือ daybed และ skirt บนผนังแบบ country เพื่อผสมผสานความรู้สึก relax ให้กับลักษณะ formal เหมือนเป็นการปรุงส้มตำ พาสต้า ฟัวกราส์ ให้เป็น fusion food ที่กลมกล่อมลงตัว
ขอบคุณเป็นพิเศษ
1. โครงการ The Emperor Narasiri's Collection กาญจนาภิเษก บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โทร.1685 กด 49 หรือ 0 2802 8630-1 www.sansiri.com เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำ
2. คุณชำนิ ทิพย์มณี และทีมงานชำนิส์ สตูดิโอ สำหรับการถ่ายภาพ